IEA เตือนว่าตลาดน้ำมันโลกอาจเข้าสู่ “โซนแดง” ภายในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังหยุดชะงักและความต้องการน้ำมันฤดูร้อนเพิ่มสูงขึ้น [22] ประเทศสมาชิก IEA ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ประมาณ 2.5–3 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อพยุงตลาด แต่สต็อกเชิงพาณิชย์กำลังลดลงอย่างรวดเร็วและบางแห่งเหลือเพียงไม...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the International Energy Agency warning about the global oil market potentially entering a “red zone” by July or August due to the p. Article summary: The IEA is warning that if the Strait of Hormuz stays largely closed into peak summer demand, the oil market could move into a “red zone” in July or August, meaning depleted stocks and missing Middle East exports would n. Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A male presenter in a suit stands at a podium in front of a large digital world map highlighting regions in red, indicating a warning about the global oil market risks in mid-2026." Reference image 2: visual subject "The International Energy Agency has warned that the global oil market may face extrem
สำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) เตือนว่าตลาดน้ำมันโลกอาจเข้าสู่ภาวะอันตรายที่เรียกว่า “โซนแดง” ภายในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม หากการหยุดชะงักของการขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ยังคงดำเนินต่อไปในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงตามฤดูกาลท่องเที่ยวในฤดูร้อน
คำเตือนนี้สะท้อนว่าตลาดอาจเปลี่ยนจากสถานการณ์ “ตึงตัวแต่ยังพอรับมือได้” ไปสู่ภาวะที่ มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำมันจริงและราคาพุ่งแรง เนื่องจากสต็อกทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่การส่งออกจากตะวันออกกลางยังถูกจำกัด
ฟาติห์ บีรอล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการบริหารของ IEA ระบุว่า หากความขัดแย้งที่กระทบการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซไม่คลี่คลาย ตลาดน้ำมันโลกอาจเข้าสู่ “โซนแดง” ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกสูงที่สุดของปี
แรงกดดันต่อระบบพลังงานโลกเกิดจากปัจจัยหลัก 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่
ในช่วงแรกของวิกฤต โลกยังมีอุปทานส่วนเกินซึ่งช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ แต่ สต็อกสำรองเหล่านั้นกำลังถูกใช้จนลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้กันชนของตลาดหายไปเรื่อย ๆ
บีรอลยังเตือนว่า สต็อกน้ำมันเชิงพาณิชย์บางแห่งเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ของอุปทานเท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่าคลังสำรองทั่วโลกกำลังถูกใช้หมดอย่างรวดเร็ว
เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนอุปทาน หลายประเทศได้ร่วมกันปล่อยน้ำมันจาก คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserves) เข้าสู่ตลาด
ประเทศสมาชิก IEA กำลังเติมน้ำมันเข้าสู่ตลาดประมาณ 2.5–3 ล้านบาร์เรลต่อวันจากคลังสำรอง เพื่อชดเชยการส่งออกที่หายไปจากตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม IEA เตือนว่า คลังสำรองเหล่านี้ไม่ได้มีไม่จำกัด ขณะเดียวกันทั้งบริษัทพลังงานและประเทศต่าง ๆ ก็ต้องดึงน้ำมันจากสต็อกเชิงพาณิชย์ออกมาใช้เพิ่มเติม ส่งผลให้สต็อกทั่วโลกลดลงเร็วขึ้น
วิกฤตการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ทำให้อุปทานน้ำมันจำนวนมากหายไปจากตลาดโลกแล้ว
ตัวเลขสำคัญที่สะท้อนขนาดของแรงกระแทก ได้แก่
เมื่อรวมกันแล้ว นี่ถือเป็นหนึ่งใน การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
เมื่อสต็อกลดลงและอุปทานยังถูกจำกัด นักวิเคราะห์จำนวนมากเริ่มปรับคาดการณ์ราคาน้ำมันสูงขึ้น
ธนาคารและนักวิเคราะห์หลายแห่งประเมินว่า ราคาน้ำมัน Brent อาจซื้อขายใกล้หรือสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินต่อไป
บางการคาดการณ์ยังมองว่าราคาน้ำมันอาจยืนเหนือระดับนี้เป็นเวลานาน หากการส่งออกจากอ่าวเปอร์เซียยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากตลาดต้องบวก “เบี้ยความเสี่ยง” จากความไม่แน่นอนของอุปทาน
แม้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้ในเร็ว ๆ นี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายคนเตือนว่า ตลาดน้ำมันจะไม่กลับสู่ภาวะปกติทันที
เหตุผลคือการฟื้นระบบต้องใช้เวลาในหลายขั้นตอน เช่น
ผู้บริหารบริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ADNOC) เตือนว่า การไหลของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจไม่กลับสู่ระดับปกติจนถึงไตรมาสแรกหรือไตรมาสสองของปี 2027 แม้ว่าความขัดแย้งจะยุติลงทันที
ด้านผู้บริหารของ Saudi Aramco ก็ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ยิ่งวิกฤตยืดเยื้อนานเท่าไร การปรับสมดุลของตลาดก็จะใช้เวลานานขึ้น เพราะสต็อกน้ำมันทั่วโลกได้ถูกใช้ไปอย่างมากแล้ว
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก น้ำมันจำนวนมหาศาลจากประเทศอ่าวเปอร์เซียต้องผ่านช่องแคบแคบ ๆ แห่งนี้ก่อนส่งออกสู่ตลาดโลก
ดังนั้นเมื่อการเดินเรือในพื้นที่นี้หยุดชะงัก ผลกระทบจึงกระจายไปทั่วตลาดพลังงานโลกทันที ตั้งแต่ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ไปจนถึงเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้า
ด้วยสต็อกที่ลดลง การปล่อยคลังสำรองที่มีขีดจำกัด และอุปทานหลายล้านบาร์เรลที่หายไป ช่วงฤดูร้อนข้างหน้าอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญของเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
IEA เตือนว่าตลาดน้ำมันโลกอาจเข้าสู่ “โซนแดง” ภายในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังหยุดชะงักและความต้องการน้ำมันฤดูร้อนเพิ่มสูงขึ้น [22]
IEA เตือนว่าตลาดน้ำมันโลกอาจเข้าสู่ “โซนแดง” ภายในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังหยุดชะงักและความต้องการน้ำมันฤดูร้อนเพิ่มสูงขึ้น [22] ประเทศสมาชิก IEA ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ประมาณ 2.5–3 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อพยุงตลาด แต่สต็อกเชิงพาณิชย์กำลังลดลงอย่างรวดเร็วและบางแห่งเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ [17][18]
การหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันตะวันออกกลางทำให้ตลาดสูญเสียอุปทานจำนวนมาก และนักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมัน Brent อาจอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากวิกฤตยืดเยื้อ [51][52]