รายงานของ Alteryx ชี้ว่าความล้มเหลวของ AI ในองค์กรส่วนใหญ่เกิดจากข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ การกำกับดูแลข้อมูลที่อ่อนแอ และข้อมูลที่กระจัดกระจาย มากกว่าปัญหาโมเดลหรือบุคลากร AI จำนวนมากติดอยู่ในขั้นทดลอง โดยมีโปรเจกต์ไม่ถึงหนึ่งในสี่ที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ เพราะองค์กรไม่มั่นใจในคุณภาพข้อมูลและกระบวนการกำกับดูแล[33][...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the 2026 Alteryx “State of Data Analysts in the Age of AI” report reveal about why nearly 47% of AI and analytics projects fail, ho. Article summary: The evidence provided supports a clear conclusion: the Alteryx findings frame enterprise AI failure primarily as a data trust, quality, and governance problem, not just a model-building or staffing problem.[3][5][6][8] T. Topic tags: general, general web, education, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Why AI Projects Fail: The Hidden Role of Data Quality in 2026. The quality of the data feeding AI systems is frequently not fit for purpose. For AI initiatives, these losses are" source context "Why AI Projects Fail: The Hidden Role of Data Quality in 2026" Reference image 2: visual subject "# Why AI
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในกระบวนการตัดสินใจขององค์กร แต่ในความเป็นจริง โปรเจกต์ AI จำนวนมากยังไม่สามารถขยายจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงได้
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรายงาน “State of Data Analysts in the Age of AI 2026” ของบริษัท Alteryx ชี้ให้เห็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง: ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โมเดล AI หรือการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ แต่คือ คุณภาพข้อมูลและการกำกับดูแลข้อมูล (data governance) ที่ยังไม่พร้อม
พูดอีกแบบหนึ่งคือ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของ AI ในองค์กรคือ "ความเชื่อถือในข้อมูล" (data trust)
รายงานของ Alteryx พบว่ามีช่องว่างระหว่างความตื่นตัวในการใช้ AI กับความพร้อมของโครงสร้างข้อมูลในองค์กร แม้ AI จะถูกนำมาใช้ในกระบวนการตัดสินใจมากขึ้น แต่ผู้บริหารและนักวิเคราะห์ยังไม่มั่นใจในข้อมูลที่ใช้ป้อนให้ระบบ
ตัวเลขบางส่วนสะท้อนปัญหานี้อย่างชัดเจน
นั่นหมายความว่า องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้ติดขัดที่อัลกอริทึม แต่ติดขัดที่ข้อมูลซึ่งกระจัดกระจาย มีนิยามไม่ตรงกัน และขาดการกำกับดูแลที่ชัดเจน
เมื่อข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ แม้โมเดลจะล้ำแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังต้องถูกตรวจสอบซ้ำ นักวิเคราะห์ข้อมูลหลายคนจึงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อตรวจสอบและแก้ไขผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นก่อนนำไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ
ในองค์กรขนาดใหญ่ ข้อมูลมักมีปัญหาเชิงโครงสร้างหลายแบบ เช่น
แม้ AI จะยังสามารถสร้างการคาดการณ์ได้ แต่ถ้าองค์กรไม่มั่นใจในข้อมูลที่ใช้ ผลลัพธ์เหล่านั้นก็ยากที่จะถูกนำไปใช้จริง
งานวิจัยยังพบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้นำองค์กรระบุว่าข้อมูลที่มีคุณภาพสูง เข้าถึงได้ และมีการกำกับดูแลที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำให้ AI ประสบความสำเร็จ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายบริษัทเริ่มต้นด้วยการสร้างโมเดลก่อน แต่กลับพบว่าพวกเขายังไม่ได้สร้าง “รากฐานข้อมูล” ที่จำเป็นสำหรับ AI
อีกหนึ่งข้อค้นพบที่น่าสนใจจากงานวิจัยคือ 65% ของนักวิเคราะห์เชื่อว่า AI จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อทีมธุรกิจเป็นผู้ดูแลตรรกะของระบบ ไม่ใช่ให้ฝ่าย IT ควบคุมทุกอย่างเพียงฝ่ายเดียว
แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของการบริหารข้อมูลในองค์กร
โมเดลที่หลายองค์กรเริ่มใช้คือ
เหตุผลคือ ทีมธุรกิจเข้าใจความหมายของข้อมูลและบริบทการใช้งานดีที่สุด ขณะที่ฝ่าย IT ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย ความเสถียร และการกำกับดูแลระบบ
การแบ่งบทบาทลักษณะนี้ช่วยลดคอขวดในการพัฒนา AI และทำให้ระบบสอดคล้องกับการทำงานจริงขององค์กร
เมื่อรวมข้อค้นพบทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะเห็นรูปแบบที่ชัดเจนในการนำ AI มาใช้ในองค์กร
หลายบริษัทพยายามเร่งสร้างความสามารถด้าน AI ก่อนที่โครงสร้างข้อมูลของตนจะพร้อมรองรับ
แต่ระบบ AI ที่ใช้งานได้จริงต้องมีองค์ประกอบพื้นฐาน เช่น
หากไม่มีพื้นฐานเหล่านี้ ผลลัพธ์ของ AI จะถูกตั้งคำถามอยู่เสมอ และการนำไปใช้จริงก็จะชะลอตัว
สำหรับองค์กร บทสรุปจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา: การลงทุนในโมเดล AI เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างระบบข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เข้าใจได้ และใช้งานได้ทั่วทั้งองค์กร
เมื่อองค์กรเริ่มเปลี่ยนจากการทดลอง AI ไปสู่การใช้งานจริง ความได้เปรียบทางการแข่งขันอาจไม่ได้มาจากอัลกอริทึมที่ดีกว่าเสมอไป แต่อาจมาจาก วินัยด้านข้อมูลที่ดีกว่า
ข้อค้นพบจาก Alteryx ชี้ให้เห็นแนวทางที่องค์กรเริ่มมุ่งไป คือการผสานสามองค์ประกอบสำคัญเข้าด้วยกัน
เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน AI ก็สามารถก้าวข้ามขั้นทดลอง และกลายเป็นเครื่องมือที่ฝังอยู่ในกระบวนการทำงานประจำวันขององค์กรได้
แต่จนกว่าจะถึงจุดนั้น หลายบริษัทอาจยังต้องเรียนรู้บทเรียนเดียวกันซ้ำ ๆ: ส่วนที่ยากที่สุดของ AI ไม่ใช่การสร้างโมเดล แต่คือการเตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งาน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายงานของ Alteryx ชี้ว่าความล้มเหลวของ AI ในองค์กรส่วนใหญ่เกิดจากข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ การกำกับดูแลข้อมูลที่อ่อนแอ และข้อมูลที่กระจัดกระจาย มากกว่าปัญหาโมเดลหรือบุคลากร
รายงานของ Alteryx ชี้ว่าความล้มเหลวของ AI ในองค์กรส่วนใหญ่เกิดจากข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ การกำกับดูแลข้อมูลที่อ่อนแอ และข้อมูลที่กระจัดกระจาย มากกว่าปัญหาโมเดลหรือบุคลากร AI จำนวนมากติดอยู่ในขั้นทดลอง โดยมีโปรเจกต์ไม่ถึงหนึ่งในสี่ที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ เพราะองค์กรไม่มั่นใจในคุณภาพข้อมูลและกระบวนการกำกับดูแล[33][18]
นักวิเคราะห์ข้อมูลราว 65% เชื่อว่า AI ควรให้ทีมธุรกิจดูแลตรรกะของระบบ ขณะที่ฝ่าย IT ดูแลโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย เพื่อให้ AI สอดคล้องกับบริบทธุรกิจ[1][17]