เมื่อโครงสร้างคลาวด์กลายเป็นที่ซ่อนตัว: แฮ็กเกอร์ใช้บริการ Cloudflare ทำจารกรรมไซเบอร์ | ตอบ | Studio Global
How are government-backed hackers exploiting Cloudflare’s services (such as R2 storage, Pages, Workers, and Tunnels) to conduct cyber‑espion Attackers increasingly hide phishing, malware delivery, and command‑and‑control infrastructure inside trusted cloud platforms. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are government-backed hackers exploiting Cloudflare’s services (such as R2 storage, Pages, Workers, and Tunnels) to conduct cyber‑espion. Article summary: Government-backed or government-aligned hackers are abusing Cloudflare because its services provide cheap, reputable, TLS-protected infrastructure that often looks like normal business web traffic. In the Malaysia-focuse. Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Russian state hackers abuse Cloudflare services to spy on Ukrainian targets. A Russian state-sponsored hacker group, known as Gamaredon, has been targeting Ukrainian-speaking vic" source context "Russian state hackers abuse Cloudflare services to spy on ..." Reference image 2: visual subject "**Help
openai.com ปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์ยุคใหม่กำลัง “ซ่อนตัวในที่ที่มองเห็นได้ชัด” — ภายในแพลตฟอร์มคลาวด์เดียวกับที่ธุรกิจทั่วโลกใช้งานอยู่ทุกวัน
งานวิจัยด้านความปลอดภัยล่าสุดพบการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายต่อองค์กรหลายแห่งในมาเลเซีย โดยผู้โจมตีใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และบริการแบบ serverless เพื่อสร้างระบบโจมตีที่ยากต่อการตรวจจับ เช่นการใช้บริการ Cloudflare R2, Workers, Pages และ Tunnels เพื่อโฮสต์หน้า phishing จัดเก็บมัลแวร์ และส่งข้อมูลที่ขโมยได้ออกจากเครือข่ายของเหยื่อ
ปัญหาสำคัญคือ ทราฟฟิกจากบริการคลาวด์รายใหญ่เหล่านี้มักถูกมองว่า “ปลอดภัย” ในระบบขององค์กร ทำให้การบล็อกหรือกรองทราฟฟิกทำได้ยากโดยไม่กระทบบริการปกติ
แคมเปญโจมตีในมาเลเซีย: โครงสร้างซ่อนเร้นและเครื่องมือเฉพาะเป้าหมาย
นักวิจัยตรวจพบโครงสร้างพื้นฐานของผู้โจมตีที่โฮสต์อยู่บน Microsoft Azure ในภูมิภาค Malaysia West ซึ่งถูกใช้ในการเจาะระบบองค์กรหลายแห่งในประเทศ
ปฏิบัติการนี้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยมีเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับแต่ละเป้าหมาย เช่นสคริปต์ Python สำหรับ
สำรวจโครงสร้างเครือข่ายภายในองค์กร
เข้าถึงฐานข้อมูล
ส่งข้อมูลที่ขโมยได้ออกจากระบบ
การวิเคราะห์พบว่าโครงสร้างโจมตีมีลักษณะ modular และออกแบบเพื่อการสอดแนมระยะยาว ขณะที่บางส่วนของโครงสร้างถูกซ่อนอยู่ในบริการคลาวด์อย่าง Cloudflare เพื่อให้ทราฟฟิกดูเหมือนการใช้งานเว็บปกติ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เมื่อโครงสร้างคลาวด์กลายเป็นที่ซ่อนตัว: แฮ็กเกอร์ใช้บริการ Cloudflare ทำจารกรรมไซเบอร์" คืออะไร นักวิจัยพบปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์ที่มุ่งเป้าองค์กรในมาเลเซีย โดยใช้บริการ Cloudflare เช่น R2, Workers, Pages และ Tunnels เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับฟิชชิง มัลแวร์ และการขโมยข้อมูล [17][19]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? นักวิจัยพบปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์ที่มุ่งเป้าองค์กรในมาเลเซีย โดยใช้บริการ Cloudflare เช่น R2, Workers, Pages และ Tunnels เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับฟิชชิง มัลแวร์ และการขโมยข้อมูล [17][19] ผู้โจมตีใช้คลาวด์ที่เชื่อถือได้เพื่อโฮสต์หน้าเก็บข้อมูลล็อกอิน ปล่อยเพย์โหลดมัลแวร์ และซ่อนระบบควบคุมการโจมตี (C2) ทำให้ทราฟฟิกดูเหมือนบริการ SaaS ปกติ [19]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของการจารกรรมไซเบอร์ที่กลุ่มรัฐหรือรัฐหนุนหลังหันมาใช้โครงสร้างคลาวด์ที่เชื่อถือได้แทนเซิร์ฟเวอร์ที่ดูน่าสงสัย
ผู้โจมตีใช้บริการ Cloudflare อย่างไร แพลตฟอร์มนักพัฒนาของ Cloudflare ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างเว็บแอปที่รวดเร็วและกระจายทั่วโลก แต่ความสามารถเดียวกันนี้ก็สามารถถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้
R2 Storage: โฮสต์หน้า phishing และมัลแวร์ Cloudflare R2 เป็นบริการ object storage ที่สามารถเก็บไฟล์หรือโฮสต์เว็บไซต์แบบ static ได้ ผู้โจมตีจึงใช้มันเป็นที่เก็บหน้า phishing หรือไฟล์มัลแวร์ เพราะไฟล์เหล่านี้ถูกดาวน์โหลดจากโดเมนคลาวด์ที่น่าเชื่อถือ
นักวิจัยด้านความปลอดภัยเคยพบว่าในช่วงเวลาเพียง 6 เดือน มีทราฟฟิกไปยังหน้า phishing ที่โฮสต์บน R2 เพิ่มขึ้นถึง 61 เท่า
ตัวอย่างการใช้งานที่พบ ได้แก่
หน้าเว็บปลอมที่เลียนแบบหน้าล็อกอินของ Microsoft หรือบริการคลาวด์อื่น
การเก็บไฟล์มัลแวร์หรือไฟล์ archive อันตราย
ใช้เป็นจุด staging สำหรับมัลแวร์ระยะถัดไป
Cloudflare Pages: เว็บไซต์ฟิชชิงที่ดูเหมือนถูกต้อง Cloudflare Pages ช่วยให้ผู้ใช้โฮสต์เว็บไซต์แบบ static บนโครงสร้าง CDN ทั่วโลกได้ง่าย ผู้โจมตีจึงสามารถสร้างหน้า phishing ที่ดูน่าเชื่อถือ โดยเหยื่อจะเห็นเว็บไซต์ถูกส่งผ่านเครือข่าย Cloudflare แทนที่จะเป็นโดเมนที่ดูน่าสงสัย
สำหรับหลายองค์กร การบล็อกโดเมนของ Cloudflare แบบครอบจักรวาลแทบทำไม่ได้ เพราะจะกระทบเว็บไซต์หรือบริการอื่นที่ใช้งานจริง
Cloudflare Workers: ระบบควบคุมการโจมตีแบบ serverless Workers คือแพลตฟอร์ม serverless ที่ให้รันโค้ด JavaScript บน edge network ของ Cloudflare ได้ ผู้โจมตีสามารถใช้มันสร้างโครงสร้างโจมตีแบบยืดหยุ่น เช่น
redirect ผู้ใช้ไปยังหน้า phishing
reverse proxy ที่ดักจับข้อมูลล็อกอิน
ระบบ command‑and‑control (C2) ขนาดเล็ก
งานวิจัยด้านความปลอดภัยยังพบว่า Workers สามารถใช้ทำ transparent phishing ได้ โดยทำหน้าที่เป็น proxy ไปยังหน้า login จริง ขณะที่แอบเก็บข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกไว้
Cloudflare Tunnels: ซ่อนเซิร์ฟเวอร์อันตราย Cloudflare Tunnel ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดบริการภายในเครือข่ายออกสู่อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย Cloudflare โดยไม่ต้องเปิดพอร์ตโดยตรง
ผู้โจมตีใช้คุณสมบัตินี้เพื่อ
แจกจ่ายมัลแวร์ผ่านลิงก์ในอีเมล phishing
โฮสต์ไฟล์อันตรายหลัง subdomain ของ Cloudflare
ซ่อนเซิร์ฟเวอร์ C2 จากการสแกนอินเทอร์เน็ต
รายงานด้านความปลอดภัยหลายฉบับพบแคมเปญที่ใช้ Cloudflare Tunnel เพื่อส่ง remote‑access trojan (RAT) ไปยังเหยื่อ
ทำไมเทคนิคนี้ตรวจจับได้ยาก การใช้โครงสร้างคลาวด์ที่เชื่อถือได้ให้ข้อได้เปรียบหลายอย่างกับผู้โจมตี
อย่างแรก ทราฟฟิกที่ผ่าน Cloudflare หรือ Azure มักดูเหมือนการใช้งาน SaaS หรือ CDN ปกติ ทำให้เครื่องมือรักษาความปลอดภัยตรวจจับได้ยากโดยไม่สร้าง false positive จำนวนมาก
อย่างที่สอง บริการ serverless ทำให้ผู้โจมตีเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างรวดเร็ว เช่น
เปลี่ยนเส้นทาง redirect
ย้ายตำแหน่งไฟล์มัลแวร์
สลับโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ทั้งหมดทำได้โดยไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์จริง
สุดท้าย การกระจายโครงสร้างโจมตีไปหลายผู้ให้บริการคลาวด์ยังทำให้การสืบสวนและการระบุตัวผู้โจมตียากขึ้น
กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อาจเกี่ยวข้อง รายงานสาธารณะเกี่ยวกับแคมเปญในมาเลเซียระบุว่าพฤติกรรมของการโจมตี สอดคล้องกับรูปแบบของการจารกรรมไซเบอร์ที่รัฐสนับสนุน แต่ยังไม่มีการระบุผู้กระทำที่แน่ชัด
นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่ามีความคล้ายคลึงกับปฏิบัติการของ APT41 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีน และเคยทำแคมเปญจารกรรมไซเบอร์ในหลายประเทศ โดยมุ่งเป้าอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โทรคมนาคม และสาธารณสุข
กลุ่มลักษณะเดียวกันเคยใช้โครงสร้าง CDN และบริการคลาวด์เพื่อซ่อนระบบ command‑and‑control หรือโครงสร้างโจมตีมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ว่าแคมเปญในมาเลเซียเกี่ยวข้องกับ APT41, Mustang Panda หรือ Amaranth‑Dragon โดยตรง
เหตุผลที่มาเลเซียกลายเป็นเป้าหมาย การเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้มาเลเซียกลายเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าสำหรับการจารกรรมไซเบอร์
การลงทุนด้านดิจิทัลในประเทศสูงถึง 163.6 พันล้านริงกิตในปี 2024 และ 87.4 พันล้านริงกิตในปี 2025 โดยแรงขับหลักมาจาก AI, บิ๊กดาต้า คลาวด์ และศูนย์ข้อมูล
โครงสร้างเหล่านี้สร้างเป้าหมายข่าวกรองที่มีค่า เช่น
ข้อมูลบัญชีคลาวด์และระบบ identity ขององค์กร
ทรัพย์สินทางปัญญาและซอร์สโค้ด
โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์
ระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับภาครัฐ
สำหรับกลุ่มจารกรรม การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ให้ทั้งประโยชน์ทางเศรษฐกิจและข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์
แนวโน้มใหม่: การโจมตีที่ซ่อนตัวในคลาวด์ กรณีของมาเลเซียสะท้อนแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในโลกไซเบอร์: ผู้โจมตีกำลังเลิกใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ดูน่าสงสัย และหันมาใช้ โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่เชื่อถือได้ แทน
เมื่อส่วนต่าง ๆ ของปฏิบัติการถูกฝังอยู่ในบริการอย่าง object storage, serverless computing และ CDN ผู้โจมตีจะได้ข้อได้เปรียบหลายอย่าง เช่น
ใช้ชื่อเสียงของผู้ให้บริการคลาวด์บังหน้า
ทราฟฟิกถูกเข้ารหัสและดูเหมือนการใช้งานเว็บทั่วไป
สามารถสร้างหรือเปลี่ยนโครงสร้างโจมตีได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับทีมความปลอดภัยไซเบอร์ นั่นหมายความว่า การบล็อกตามชื่อเสียงของโดเมนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป การตรวจจับต้องอาศัยการวิเคราะห์พฤติกรรม การติดตามการใช้งานคลาวด์ที่ผิดปกติ และการตรวจสอบการส่งข้อมูลออกจากเครือข่ายอย่างละเอียด
เมื่อบริการคลาวด์ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว เครื่องมือเดียวกันที่ช่วยสร้างแอปสมัยใหม่ ก็กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจารกรรมไซเบอร์ยุคใหม่เช่นกัน.
Comments
0 comments