เซิร์ฟเวอร์ AI และระบบคอมพิวต์ประสิทธิภาพสูงต้องใช้ PCB ที่ซับซ้อนมากขึ้นเพื่อเชื่อมต่อ ชิปประมวลผล หน่วยความจำ และเครือข่ายความเร็วสูง หากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI โตเร็วกว่ากำลังผลิตของผู้ผลิต PCB ผู้ผลิตเฉพาะทางเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นซัพพลายเออร์ที่มีอำนาจต่อรองสูงในระบบนิเวศ AI
อีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับความสนใจในงานคือ CoreWeave ผู้ให้บริการคลาวด์ที่เน้นโครงสร้างพื้นฐาน GPU สำหรับงาน AI โดยเฉพาะ
บริษัทวางตำแหน่งตัวเองเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ออกแบบมาเพื่อการฝึกและใช้งานโมเดล AI และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตามความต้องการคอมพิวต์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ตัวเลขสำคัญที่ถูกหยิบยกในงาน ได้แก่
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่ามีความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ล่วงหน้าในระดับสูง นักลงทุนที่เสนอไอเดียนี้มองว่าบริษัทที่ให้บริการ กำลังประมวลผล GPU ขนาดใหญ่ อาจเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลักเมื่อการฝึกและใช้งานโมเดล AI ขยายตัวทั่วโลก
การเติบโตของ AI ยังผลักดันให้เกิดการก่อสร้าง ดาต้าเซ็นเตอร์ จำนวนมากทั่วโลก เพราะโมเดล AI ต้องใช้พลังประมวลผลและพลังงานจำนวนมหาศาล
จุดนี้ทำให้บางกองทุนมองเห็นโอกาสในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและงานติดตั้งระบบ
แนวคิดการลงทุนคือ หากความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทที่ทำงานติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานภายในอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ ก็มีโอกาสได้รับงานเพิ่มตามไปด้วย
กล่าวอีกแบบคือ เศรษฐกิจ AI ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะกับบริษัทชิปหรือคลาวด์ แต่รวมถึงบริษัทที่ สร้างและติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานจริง ให้กับศูนย์ข้อมูลเหล่านั้น
ตัวอย่างบริษัทที่ถูกหยิบยก ได้แก่
แนวคิดเบื้องหลังคือ คนรุ่นใหม่มีการใช้จ่ายในบางหมวดหมู่เพิ่มขึ้น เช่น สัตว์เลี้ยง อาหารแบรนด์ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งสามารถสร้างโอกาสเติบโตให้กับบริษัทเหล่านี้ แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยตรง
สิ่งที่เห็นชัดจากเวที Sohn Hong Kong คือ นักลงทุนจำนวนมากไม่ได้มอง AI แค่ในมุมของบริษัทพัฒนาโมเดลหรือซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่กำลังมองทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เช่น
แนวคิดนี้สะท้อนว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจของ AI กำลังขยายไปไกลกว่าบริษัทเทคโนโลยีโดยตรง และอาจเปิดโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและใช้งานระบบ AI ในโลกจริง
Comments
0 comments