ตัวผลิตภัณฑ์ถูกเรียกว่าเป็น “AI desktop buddy” สำหรับ macOS และ Windows ที่ช่วยจัดการงานซ้ำ ๆ ของพนักงานสายความรู้ (knowledge workers) โดยทำงานข้ามหลายแอป แทนที่จะอยู่ในเครื่องมือเดียว
ตัวอย่างงานที่ IrisGo อาจช่วยทำได้ เช่น
หัวใจของ IrisGo คือแนวคิดว่า AI สามารถเรียนรู้ขั้นตอนการทำงานจากการดูผู้ใช้ทำงานจริงบนคอมพิวเตอร์ แล้วนำไปทำซ้ำในอนาคต
กระบวนการโดยทั่วไปมีลักษณะประมาณนี้
แนวทางนี้คล้ายเครื่องมือ automation แบบเดิม แต่ต่างกันตรงที่ ไม่ต้องเขียนสคริปต์หรือ macro แบบตายตัว เพราะ AI พยายามเข้าใจบริบทของงานข้ามหลายโปรแกรม เช่น
แนวคิดนี้สอดคล้องกับกระแส AI agents แบบ proactive ที่ไม่ได้รอคำสั่งทุกครั้ง แต่สามารถคาดการณ์สิ่งที่ผู้ใช้อาจต้องการและลงมือทำได้เอง
อีกจุดขายสำคัญของ IrisGo คือแนวทาง on‑device AI สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนตัว หรือที่บางครั้งเรียกว่า “AI PCs”
ในโมเดลนี้ การประมวลผลจำนวนมากจะเกิดขึ้น บนเครื่องของผู้ใช้โดยตรง แทนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังคลาวด์
เอกสารของบริษัทอธิบายว่า IrisGo ใช้ สถาปัตยกรรมแบบ hybrid ระหว่างโมเดลในเครื่องและคลาวด์ โดยมีแนวคิดคร่าว ๆ ดังนี้
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่า
อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลสาธารณะยังมี รายละเอียดเชิงเทคนิคจำกัด เช่น การแบ่งงานระหว่าง local กับ cloud หรือระบบสิทธิ์ในการทำ automation
บริษัทอยู่ในระบบของ AI Fund ของ Andrew Ng ซึ่งเป็น venture studio ที่เน้นสร้างบริษัท AI ในระยะเริ่มต้น
ชื่อ “Iris” ยังถูกกล่าวว่ามาจากการสะกดคำว่า Siri กลับด้าน สื่อถึงแนวคิดผู้ช่วยรุ่นใหม่ที่เน้น productivity และ automation มากขึ้น
ผลิตภัณฑ์ของ IrisGo ดูเหมือนจะมุ่งไปที่ พนักงานสายความรู้ (knowledge workers) ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับ workflow บนคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างกลุ่มผู้ใช้ ได้แก่คนที่ต้อง
เนื่องจากผู้ช่วยทำงานข้ามหลายแอป จึงเหมาะกับ workflow ที่กระจายอยู่ในหลายเครื่องมือ ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม SaaS เดียว
บริษัทยังสำรวจแนวทางการกระจายซอฟต์แวร์ผ่าน ความร่วมมือกับผู้ผลิตโน้ตบุ๊ก เพื่อให้ผู้ช่วย AI ติดตั้งมาพร้อมเครื่องตั้งแต่แรก
มีรายงานถึงความเป็นไปได้ของความร่วมมือกับแบรนด์พีซีอย่าง Acer แต่ข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับข้อตกลงติดตั้งล่วงหน้าในวงกว้างยังมีจำกัด และดูเหมือนจะอยู่ในช่วงสำรวจมากกว่าข้อตกลงเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
แม้ว่าวิสัยทัศน์ของ IrisGo จะค่อนข้างชัด แต่รายละเอียดหลายส่วนยังไม่เปิดเผยมากนัก เช่น
ดังนั้น ฟีเจอร์หลายอย่างที่ถูกกล่าวถึงในตอนนี้ควรถูกมองว่าเป็น แนวคิดและการสาธิตของผลิตภัณฑ์ระยะเริ่มต้น มากกว่าความสามารถที่ยืนยันแล้วในระบบ production
IrisGo สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ AI จาก
ไปสู่
หากแนวคิดนี้ประสบความสำเร็จ ผู้ช่วยบนเดสก์ท็อปอาจกลายเป็น ชั้น automation ใหม่ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่เรียนรู้วิธีทำงานของเรา แล้วจัดการงานดิจิทัลที่ซ้ำซากอยู่เบื้องหลัง
ในตอนนี้ IrisGo ยังเป็นเพียงตัวอย่างช่วงต้นของแนวคิดดังกล่าว แต่ก็แสดงให้เห็นทิศทางที่ AI บนอุปกรณ์ส่วนตัวอาจกำลังมุ่งไปในอนาคต
Comments
0 comments