ไต้หวันตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตโดรนจากประมาณ 15,000 ลำต่อเดือนเป็น 100,000 ลำภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มสัดส่วนส่งออกจากราว 20% เป็น 50% [2] รัฐบาลทุ่มงบ NT$44.2 พันล้านเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม และวางตำแหน่งไต้หวันเป็นศูนย์กลาง “ซัพพลายเชนโดรนประชาธิปไตย” ในเอเชีย [4] ความต้องการจากกองทัพและโครงการรับร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are Taiwan’s plans to expand its drone industry by 2030, including the goal to increase monthly production from 15,000 to 100,000 units. Article summary: Taiwan’s plan is to turn drones into a strategic “next chips” industry by 2030: scale production sharply, replace China-linked components, build military-grade UAV capability, and use trusted-supply-chain certifications . Topic tags: general, government, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Drones are increasingly central to modern warfare—a fact illustrated by the widespread use of such weapons in Russia’s ongoing invasion of Ukraine. In order to modernize its milita" source context "Taiwan’s Emerging Indigenous Drone Industry—An Overview | Global Taiwan Institute" Reference image 2: visual subject "#
ไต้หวันกำลังเดินหน้ากลยุทธ์ใหญ่เพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมโดรนให้กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักเทคโนโลยีของประเทศภายในปี 2030 แผนนี้ผสานทั้งการลงทุนของรัฐบาล ความต้องการจากภาคกลาโหม การสร้างซัพพลายเชนภายในประเทศ และการรับรองมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้ผู้ผลิตไต้หวันกลายเป็นผู้จัดหาโดรนที่เชื่อถือได้สำหรับตลาดโลก
เป้าหมายสำคัญคือการขยายกำลังผลิตอย่างก้าวกระโดด เพิ่มการส่งออก และพัฒนาเทคโนโลยี UAV ขั้นสูงที่ใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของไต้หวันในด้านเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์
กระทรวงเศรษฐกิจของไต้หวันตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตโดรนทั้งระบบจากประมาณ 15,000 ลำต่อเดือนในปัจจุบัน เป็นประมาณ 100,000 ลำต่อเดือนภายในปี 2030 เพื่อสร้างขนาดการผลิตที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกและลดต้นทุนต่อหน่วยผ่านการผลิตจำนวนมาก
นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการเพิ่มบทบาทของการส่งออก ปัจจุบันโดรนที่ผลิตในไต้หวันมีการส่งออกประมาณ 20% ของการผลิตทั้งหมด แต่เป้าหมายคือเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2030 เมื่ออุตสาหกรรมเติบโตและเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
ในเชิงมูลค่าเศรษฐกิจ ไต้หวันตั้งเป้าให้อุตสาหกรรมโดรนสร้างมูลค่าผลผลิต มากกว่า NT$40 พันล้านต่อปีภายในปี 2030 เพื่อให้ภาคส่วนนี้กลายเป็นเสาหลักใหม่ของเศรษฐกิจเทคโนโลยีและความมั่นคงของประเทศ
เพื่อเร่งการเติบโต คณะรัฐมนตรีไต้หวัน (Executive Yuan) ได้อนุมัติแผนพัฒนาอุตสาหกรรมโดรนมูลค่า NT$44.2 พันล้าน (ประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่จะดำเนินการจนถึงปี 2030
แผนดังกล่าวมุ่งเน้น 4 ด้านหลัก ได้แก่
รัฐบาลต้องการผลักดันให้ไต้หวันกลายเป็นศูนย์กลางของ “ซัพพลายเชนโดรนสำหรับประเทศประชาธิปไตย” ในเอเชีย โดยเชื่อมโยงผู้ผลิตในประเทศกับพันธมิตรต่างชาติ
หนึ่งในเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์นี้คือการลดการพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน ไต้หวันจึงพยายามพัฒนาการผลิตชิ้นส่วนสำคัญภายในประเทศ เช่น
การสร้างความสามารถเหล่านี้จะช่วยให้ไต้หวันเป็นแหล่งผลิตโดรนที่ เชื่อถือได้และไม่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนจีน สำหรับประเทศที่ต้องการทางเลือกอื่นในเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว
ภาคกลาโหมถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมโดรนในไต้หวัน กองทัพมีแผนจัดหา โดรนรวม 48,750 ลำในช่วงปี 2026–2027 ผ่านสำนักงานยุทโธปกรณ์ (Armaments Bureau) เพื่อเสริมยุทธศาสตร์การรบแบบไม่สมมาตร
โดรนที่พัฒนาขึ้นจะเน้นการใช้งานในสภาพแวดล้อมการรบที่มีการรบกวนสัญญาณ โดยมีคุณสมบัติ เช่น
บทเรียนจากสงครามสมัยใหม่ โดยเฉพาะการใช้โดรนอย่างแพร่หลายในสงครามยูเครน ได้เน้นย้ำว่า UAV จำนวนมากมีบทบาทสำคัญในภารกิจลาดตระเวน เฝ้าระวัง และโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ยุทธศาสตร์โดรนยังเชื่อมโยงกับนโยบายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของรัฐบาลประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching‑te) ซึ่งให้ความสำคัญกับ 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
การผสานชิปขั้นสูงและซอฟต์แวร์ AI เข้ากับแพลตฟอร์มโดรน อาจช่วยให้บริษัทไต้หวันแข่งขันในตลาด โดรนประสิทธิภาพสูง แทนการแข่งขันด้านราคากับสินค้าจำนวนมากจากตลาดผู้บริโภค
ไต้หวันยังพยายามเปิดตลาดต่างประเทศผ่านโครงการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและซัพพลายเชนที่เชื่อถือได้
หนึ่งในก้าวสำคัญคือการที่ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ของไต้หวันเข้าร่วมโครงการ Green UAS ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองโดรนเชิงพาณิชย์ที่เน้นความปลอดภัยไซเบอร์และแหล่งที่มาของชิ้นส่วน
ITRI ยังกลายเป็น ศูนย์รับรองแห่งเดียวของโครงการนี้นอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตไต้หวันมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าภาครัฐและองค์กรในประเทศที่ต้องการหลีกเลี่ยงโดรนจากจีน
แม้ยุทธศาสตร์จะมีแรงสนับสนุนจากนโยบายระดับชาติ แต่ก็ยังเผชิญความเสี่ยงจากการเมืองภายใน
งบกลาโหมพิเศษที่รัฐบาลเสนอ ซึ่งรวมโครงการจัดซื้อระบบไร้คนขับจำนวนมาก ถูกปรับลดในสภานิติบัญญัติหลังการถกเถียงทางการเมือง ทำให้บางโครงการจัดซื้อภายในประเทศถูกตัดออก
เนื่องจากคำสั่งซื้อจากกองทัพถูกมองว่าเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างขนาดการผลิต หากงบประมาณหรือการจัดซื้อเกิดความล่าช้า ก็อาจส่งผลต่อความเร็วในการเติบโตของอุตสาหกรรม
ยุทธศาสตร์โดรนของไต้หวันสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก รัฐบาลหวังใช้การผสมผสานระหว่างนโยบายอุตสาหกรรม ความต้องการจากภาคกลาโหม และตำแหน่งผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมโดรนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ไม่ต่างจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
หากแผนประสบความสำเร็จ ไต้หวันอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้จัดหา ระบบ UAV ขั้นสูงให้กับประเทศที่ต้องการทางเลือกที่ปลอดภัยและไม่พึ่งจีน พร้อมทั้งเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศของตนเองไปพร้อมกัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ไต้หวันตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตโดรนจากประมาณ 15,000 ลำต่อเดือนเป็น 100,000 ลำภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มสัดส่วนส่งออกจากราว 20% เป็น 50% [2]
ไต้หวันตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตโดรนจากประมาณ 15,000 ลำต่อเดือนเป็น 100,000 ลำภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มสัดส่วนส่งออกจากราว 20% เป็น 50% [2] รัฐบาลทุ่มงบ NT$44.2 พันล้านเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม และวางตำแหน่งไต้หวันเป็นศูนย์กลาง “ซัพพลายเชนโดรนประชาธิปไตย” ในเอเชีย [4]
ความต้องการจากกองทัพและโครงการรับรองมาตรฐานอย่าง Green UAS ช่วยเปิดตลาดโลก แต่ความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องงบกลาโหมยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ [18][20]