ADNOC เผยท่อส่งน้ำมัน West–East ของ UAE ที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซสร้างเสร็จแล้วประมาณ 50% และกำลังเร่งงานเพื่อเปิดใช้ในปี 2027 [1][8][12] โครงการนี้มีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือฟูไจราห์บนอ่าวโอมาน ซึ่งอาจเพิ่มกำลังส่งออกได้ถึงสองเท่าโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ [6][15] ช่องแคบฮอร์มุซมีน้ำมันไหลผ่านราว...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did ADNOC CEO Sultan Al Jaber reveal about the progress of the UAE’s new West‑East oil pipeline bypassing the Strait of Hormuz, its exp. Article summary: Sultan Al Jaber said the UAE’s new West–East crude pipeline bypassing the Strait of Hormuz is about 50% complete, is being accelerated for 2027, and is intended to expand ADNOC’s export capacity through Fujairah outside . Topic tags: general, general web, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Dubai: UAE’s new West-East oil pipeline designed to bypass the Strait of Hormuz is now nearly 50% complete, as the country pushes ahead with plans to strengthen energy export secur" source context "ADNOC CEO says Hormuz bypass pipeline nearly 50% complete" Reference image 2: visual subject "Dubai: UAE’s new West-East
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังเร่งก่อสร้างท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อ เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดย สุลต่าน อาห์เหม็ด อัล จาเบอร์ (Sultan Ahmed Al Jaber) ซีอีโอของ ADNOC เปิดเผยว่าโครงการท่อส่งน้ำมัน West–East คืบหน้าแล้วประมาณ 50% และกำลังถูกเร่งดำเนินการเพื่อให้เสร็จตามแผนในปี 2027
เป้าหมายหลักคือการเพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งออกน้ำมันของประเทศ โดยให้สามารถลำเลียงน้ำมันดิบไปยัง ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) ซึ่งตั้งอยู่บนอ่าวโอมานและอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้โดยไม่ต้องผ่านเส้นทางเดินเรือที่มีความเสี่ยงสูงนี้
การขยายท่อส่ง West–East เป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์ของ ADNOC เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะช่วย เพิ่มปริมาณน้ำมันที่สามารถส่งออกผ่านฟูไจราห์ได้อย่างมาก และลดการพึ่งพาการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เจ้าหน้าที่ระบุว่าโครงการนี้อาจ เพิ่มกำลังการส่งออกผ่านฟูไจราห์เป็นสองเท่า ทำให้ UAE สามารถส่งน้ำมันออกสู่ตลาดโลกผ่านอ่าวโอมานได้โดยตรง แทนการพึ่งพาช่องทางแคบในอ่าวเปอร์เซีย
สำหรับประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่าง UAE ความสามารถในการเลือกเส้นทางส่งออกหลายเส้นทางถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางน้ำแคบระหว่างอิหร่านกับโอมาน เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรเปิด และเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งพลังงานโลก
ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศพลังงานของสหรัฐ (EIA) ระบุว่า ในปี 2024 มีน้ำมันไหลผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ยประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นราว 20% ของการบริโภคปิโตรเลียมของโลก และมากกว่าหนึ่งในสี่ของการค้าขายน้ำมันทางทะเลทั้งหมด
นอกจากน้ำมันแล้ว เส้นทางนี้ยังสำคัญต่อก๊าซธรรมชาติด้วย โดยประมาณ หนึ่งในห้าของการค้า LNG ของโลก ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน
เมื่อพลังงานจำนวนมหาศาลต้องผ่านช่องทางแคบเพียงแห่งเดียว ความขัดแย้งหรือการปิดเส้นทางจึงสามารถส่งผลต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง ประกันภัยเรือ และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
อัล จาเบอร์เตือนว่า แม้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคจะยุติลง การฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันทั่วโลกอาจไม่เกิดขึ้นทันที โดยคาดว่า อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือน กว่าที่ปริมาณการไหลของน้ำมันจะกลับมาถึงประมาณ 80% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง
ความล่าช้านี้สะท้อนความซับซ้อนของระบบโลจิสติกส์พลังงาน ตั้งแต่การจัดเส้นทางเรือใหม่ การฟื้นความคุ้มครองประกันภัย ไปจนถึงการปรับสมดุลของตลาดหลังวิกฤต
โครงการท่อส่งของ UAE ยังสะท้อนแนวโน้มใหม่ในอุตสาหกรรมพลังงานโลก เดิมทีแนวคิดเรื่องความมั่นคงพลังงานมักเน้นที่ปริมาณสำรองและกำลังการผลิต แต่ปัจจุบันผู้ผลิตเริ่มให้ความสำคัญกับ ความหลากหลายของเส้นทางขนส่งและความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน มากขึ้น
การสร้างท่อส่งและท่าเรือนอกจุดคอขวดอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยให้ประเทศผู้ผลิตสามารถรักษาการส่งออกได้แม้เกิดวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับ UAE ท่อส่ง West–East จึงไม่ใช่แค่โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แต่เป็น กลยุทธ์ระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ในหนึ่งในภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อระบบพลังงานโลกมากที่สุด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ADNOC เผยท่อส่งน้ำมัน West–East ของ UAE ที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซสร้างเสร็จแล้วประมาณ 50% และกำลังเร่งงานเพื่อเปิดใช้ในปี 2027 [1][8][12]
ADNOC เผยท่อส่งน้ำมัน West–East ของ UAE ที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซสร้างเสร็จแล้วประมาณ 50% และกำลังเร่งงานเพื่อเปิดใช้ในปี 2027 [1][8][12] โครงการนี้มีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือฟูไจราห์บนอ่าวโอมาน ซึ่งอาจเพิ่มกำลังส่งออกได้ถึงสองเท่าโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ [6][15]
ช่องแคบฮอร์มุซมีน้ำมันไหลผ่านราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 20% ของการใช้ปิโตรเลียมโลก ทำให้การหยุดชะงักสามารถกระทบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกได้ทันที [17]