Wear OS 7 ที่เปิดตัวในงาน Google I/O 2026 เพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ได้เฉลี่ยราว 10% พร้อมฟีเจอร์ Live Updates สำหรับข้อมูลแบบเรียลไทม์ และระบบ Wear Widgets ที่มาแทน Tiles เดิม [1][4] แพลตฟอร์มใหม่นี้ใช้พื้นฐาน Android 17 (API level 37) พร้อมเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาและการผสาน Gemini Intelligence เพื่อให้ผู้ใช้สั่งงาน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key features of Google’s new Wear OS 7 announced at I/O 2026, including the **battery life improvements, the new Live Updates s. Article summary: Google’s **Wear OS 7**, announced around **Google I/O 2026**, focuses on longer battery life, real‑time glanceable information, and built‑in Gemini AI assistance for select watch experiences. [3][8] The update also intro. Topic tags: general, documentation, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Google announces Wear OS 7 with Live Updates, widgets, more. A significant lineup of changes is coming to Pixel Watches with Wear OS 7, as Google announces the new wearable versi" source context "Google announces Wear OS 7 with Live Updates, widgets, more" Reference image 2: visual subject "# Google announces We
Google เปิดตัว Wear OS 7 ในงาน Google I/O 2026 โดยเน้นการพัฒนาหลักสามด้าน ได้แก่ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวขึ้น การแสดงข้อมูลสำคัญแบบดูได้ทันที และการผสาน Gemini Intelligence เข้ากับประสบการณ์ใช้งานบนสมาร์ตวอทช์โดยตรง
เวอร์ชันใหม่นี้ยังปรับปรุงอินเทอร์เฟซด้วยระบบวิดเจ็ตใหม่ และอัปเดตแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาให้สอดคล้องกับ Android 17 ด้วย
หนึ่งในสิ่งที่ผู้ใช้สมาร์ตวอทช์ให้ความสำคัญมากที่สุดคือแบตเตอรี่ และ Wear OS 7 ก็มีการปรับปรุงด้านนี้อย่างชัดเจน
Google ระบุว่าอุปกรณ์ที่อัปเกรดจาก Wear OS 6 เป็น Wear OS 7 สามารถมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยสูงสุดประมาณ 10% จากการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานในระดับระบบปฏิบัติการ
สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ที่มีข้อจำกัดด้านขนาดแบตเตอรี่ การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น เช่น การใช้งานได้ตลอดวันโดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน
Wear OS 7 เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Live Updates ซึ่งออกแบบมาเพื่อแสดงข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดยไม่ต้องเปิดแอปซ้ำ ๆ
แอปสามารถส่งข้อมูลความคืบหน้าแบบเรียลไทม์ไปยังหน้าจอนาฬิกาได้ทันที ตัวอย่างเช่น
แนวคิดคือให้ผู้ใช้ เหลือบมองก็รู้ข้อมูลสำคัญทันที แทนการเปิดแอปและกดหลายขั้นตอนบนหน้าจอขนาดเล็กของสมาร์ตวอทช์
ก่อนหน้านี้ Wear OS ใช้ระบบที่เรียกว่า Tiles สำหรับแสดงข้อมูลแบบรวดเร็ว แต่ใน Wear OS 7 Google ได้พัฒนาแนวคิดนี้ต่อเป็น Wear Widgets
ระบบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อ
การเปลี่ยนไปใช้ Wear Widgets ช่วยให้สมาร์ตวอทช์สามารถนำเสนอข้อมูลสำคัญในรูปแบบที่หลากหลายและปรับแต่งได้มากกว่าเดิม
อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการนำ Gemini Intelligence ซึ่งเป็นระบบ AI ของ Google เข้ามาอยู่ในประสบการณ์ใช้งานบน Wear OS
แนวคิดหลักคือให้ผู้ใช้สามารถทำงานต่าง ๆ ได้โดยตรงผ่านผู้ช่วย AI แทนการเปิดแอปและกดเมนูหลายขั้นตอน
นักพัฒนาสามารถเชื่อมแอปกับผู้ช่วย AI ผ่านเครื่องมืออย่าง AppFunctions API เพื่อให้คำสั่งเสียงสามารถเรียกใช้ฟังก์ชันของแอปได้ เช่น
Google อธิบายว่า Gemini จะช่วยให้การใช้งานสมาร์ตวอทช์เป็นแบบ เชิงรุกและปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้น ซึ่งสำคัญมากสำหรับอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดเล็ก
แม้ Wear OS 7 จะเปิดให้สมาร์ตวอทช์หลายรุ่นอัปเดตได้ แต่ Gemini Intelligence จะไม่ได้มีในทุกอุปกรณ์
Google ระบุว่า สมาร์ตวอทช์บางรุ่นที่เปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 จะมาพร้อม Gemini ในตัว
นั่นหมายความว่า
อย่างไรก็ตาม เอกสารประกาศอย่างเป็นทางการยัง ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเฉพาะ เช่น RAM ชิปเซ็ต หรือหน่วยประมวลผล AI ที่จำเป็น
Wear OS 7 ยังอัปเดตแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาเพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ได้แก่
เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปที่ทำงานร่วมกับ AI และการแสดงข้อมูลแบบ glanceable ได้ดีขึ้น
การเปิดตัว Wear OS 7 เป็นไปตามรูปแบบการปล่อยอัปเดตของ Android ที่มักเกิดเป็นช่วง ๆ
สมาร์ตวอทช์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในช่วงปลายปีมีแนวโน้มจะเป็นอุปกรณ์กลุ่มแรกที่ได้ใช้ประสบการณ์เต็มรูปแบบของ Wear OS 7 รวมถึงฟีเจอร์ Gemini ด้วย
เมื่อรวมฟีเจอร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน Wear OS 7 แสดงให้เห็นทิศทางใหม่ของแพลตฟอร์มสมาร์ตวอทช์ของ Google นั่นคือการเน้น AI ช่วยทำงานและข้อมูลที่เห็นได้ทันที มากกว่าการเปิดแอปและกดหลายขั้นตอน
ทั้ง Live Updates, Wear Widgets และ Gemini ถูกออกแบบมาเพื่อลดจำนวนการแตะหน้าจอ และทำให้ข้อมูลสำคัญอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของอุปกรณ์สวมใส่ยุคใหม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Wear OS 7 ที่เปิดตัวในงาน Google I/O 2026 เพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ได้เฉลี่ยราว 10% พร้อมฟีเจอร์ Live Updates สำหรับข้อมูลแบบเรียลไทม์ และระบบ Wear Widgets ที่มาแทน Tiles เดิม [1][4]
Wear OS 7 ที่เปิดตัวในงาน Google I/O 2026 เพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ได้เฉลี่ยราว 10% พร้อมฟีเจอร์ Live Updates สำหรับข้อมูลแบบเรียลไทม์ และระบบ Wear Widgets ที่มาแทน Tiles เดิม [1][4] แพลตฟอร์มใหม่นี้ใช้พื้นฐาน Android 17 (API level 37) พร้อมเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาและการผสาน Gemini Intelligence เพื่อให้ผู้ใช้สั่งงานแอปด้วยเสียงและ AI ได้โดยตรงบนสมาร์ตวอทช์ [1][11]