Google ประกาศว่า Gemini CLI จะหยุดให้บริการในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 และแทนที่ด้วย Antigravity CLI ซึ่งสร้างด้วยภาษา Go และรองรับ workflow แบบ asynchronous และการทำงานร่วมกันของ AI หลายเอเจนต์ [1][14] นักพัฒนาแบบรายบุคคลและผู้ใช้ฟรีต้องย้ายไปใช้ Antigravity CLI ก่อนกำหนด ขณะที่ลูกค้าองค์กรบางกลุ่มยังคงใช้การเข้าถึงผ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What changes did Google announce at Google I/O 2026 regarding the retirement of the open‑source Gemini CLI and the shift to the new Antigrav. Article summary: Google announced at I/O 2026 that it is retiring the open-source Gemini CLI and moving its terminal experience to the new Antigravity CLI, positioning the change as part of a broader Antigravity 2.0 “agent-first” develop. Topic tags: general, documentation, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "## What launched at Google I/O 2026 (30-minute day 1 recap). Today is day one of Google I/O 2026, and I walk through every major announcement live—from the new Gemini 3.5 model fam" source context "What launched at Google I/O 2026 (30-minute day 1 recap)" Reference image 2: visual subject "## What
ในงาน Google I/O 2026 Google ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา โดยยุติการใช้งาน Gemini CLI ซึ่งเป็นเครื่องมือโอเพนซอร์สในเทอร์มินัล และเปิดตัว Antigravity CLI แทน เพื่อให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มใหม่ที่เรียกว่า Antigravity 2.0 ซึ่งเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI agent หลายตัวทำงานร่วมกัน
แนวคิดหลักของ Google คือการรวมเครื่องมือที่เคยแยกกันอยู่ให้กลายเป็นระบบเดียวที่สามารถจัดการ workflow ที่ซับซ้อนของ AI ได้ดีกว่าเดิม เช่น การให้หลายเอเจนต์แบ่งงานกันทำและสื่อสารกันผ่าน backend เดียวกัน
Google ยืนยันว่า Gemini CLI จะหยุดตอบคำขอในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของ lifecycle ของเครื่องมือโอเพนซอร์สตัวนี้
การปิดบริการจะส่งผลหลัก ๆ ต่อ:
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้กระทบทุกกลุ่มผู้ใช้เท่ากัน
แนวทางนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อระบบขององค์กรที่ใช้งานอยู่แล้ว
เครื่องมือใหม่ Antigravity CLI ถูกออกแบบให้เป็นอินเทอร์เฟซบนเทอร์มินัลสำหรับการสร้างและควบคุม AI agent ในระบบพัฒนา
ความสามารถหลักที่ Googleระบุ ได้แก่
กล่าวง่าย ๆ คือ Antigravity CLI ถูกออกแบบมาเป็น “ประตูเข้าสู่ระบบ agent ของ Google” สำหรับนักพัฒนาที่ทำงานผ่าน command line
การเปลี่ยน CLI ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนเครื่องมือหนึ่งตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใหญ่ที่ Google เปิดตัวในงาน I/O
Antigravity 2.0 ถูกวางตำแหน่งใหม่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาด้วย AI แบบครบชุด ซึ่งประกอบด้วย
Google อธิบายว่าแนวทางนี้สะท้อนความจริงของการพัฒนา AI สมัยใหม่ ที่นักพัฒนามักต้องใช้ หลายเอเจนต์ทำงานร่วมกัน แทนที่จะมีผู้ช่วย AI ตัวเดียว
เป้าหมายคือทำให้สามารถพัฒนาแอปตั้งแต่ไอเดียหรือ prompt ไปจนถึงโปรดักชันได้ภายในระบบเดียว
แม้ Antigravity CLI จะเพิ่มความสามารถใหม่หลายอย่าง แต่การเลิกใช้ Gemini CLI ก็สร้างเสียงวิจารณ์ในชุมชนนักพัฒนา
ประเด็นที่ถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่
กรณีนี้สะท้อนความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบ่อยในวงการเครื่องมือพัฒนา คือ ระหว่างแนวทาง โอเพนซอร์สแบบกระจายตัว กับ แพลตฟอร์มรวมศูนย์ที่ผสาน AI อย่างลึกซึ้ง
การเลิกใช้ Gemini CLI จึงไม่ใช่แค่การอัปเดตผลิตภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณของทิศทางใหม่ของ Google
แทนที่จะมีเครื่องมือหลายตัวแยกกันสำหรับแชต ช่วยเขียนโค้ด และทำงานในเทอร์มินัล Google กำลังรวมทั้งหมดเข้าไว้ในระบบเดียวคือ Antigravity 2.0 ซึ่งออกแบบมาสำหรับ การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI agent
ในระบบใหม่นี้ Antigravity CLI จะกลายเป็นเครื่องมือหลักบนเทอร์มินัลสำหรับควบคุม agent และ workflow ที่ซับซ้อน
สำหรับนักพัฒนา ความหมายที่ชัดเจนคือ: Gemini CLI กำลังถูกปลดระวาง และอนาคตของเครื่องมือ AI coding ของ Google จะอยู่ภายใต้ Antigravity ทั้งหมด.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Google ประกาศว่า Gemini CLI จะหยุดให้บริการในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 และแทนที่ด้วย Antigravity CLI ซึ่งสร้างด้วยภาษา Go และรองรับ workflow แบบ asynchronous และการทำงานร่วมกันของ AI หลายเอเจนต์ [1][14]
Google ประกาศว่า Gemini CLI จะหยุดให้บริการในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 และแทนที่ด้วย Antigravity CLI ซึ่งสร้างด้วยภาษา Go และรองรับ workflow แบบ asynchronous และการทำงานร่วมกันของ AI หลายเอเจนต์ [1][14] นักพัฒนาแบบรายบุคคลและผู้ใช้ฟรีต้องย้ายไปใช้ Antigravity CLI ก่อนกำหนด ขณะที่ลูกค้าองค์กรบางกลุ่มยังคงใช้การเข้าถึงผ่านเครื่องมือ enterprise เดิมได้ [1][14]
การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Google ในการรวมเครื่องมือพัฒนา AI เข้าสู่แพลตฟอร์ม Antigravity 2.0 ซึ่งมีทั้งแอปเดสก์ท็อป CLI และ SDK สำหรับสร้าง workflow แบบ multi‑agent [3][7]