17 พฤษภาคม 2026 โดรนโจมตีเครื่องกำเนิดไฟฟ้านอกเขตด้านในของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ ทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีการรั่วไหลของรังสี และระบบนิวเคลียร์ไม่ได้รับความเสียหาย กระทรวงกลาโหม UAE ระบุจากข้อมูลการติดตามว่าโดรนที่ใช้โจมตีมีต้นทางจากอิรัก ขณะเดียวกันระบบป้องกันภัยทางอากาศตรวจพบและสกัดโดรนรว...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened in the May 17 drone attack on the UAE’s Barakah Nuclear Power Plant, why does the UAE say the drones came from Iraqi territory. Article summary: A drone struck equipment outside the inner perimeter of the UAE’s Barakah Nuclear Power Plant on May 17, causing a fire but reportedly no casualties, no damage to critical nuclear facilities, and no radiation release. Th. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Giovanni Galizia poses with the ‘Calendario Romano’ calendar that has for two decades been a bestseller in Rome’s souvenir shops, at his home in Verona, Italy, Wednesday, May 20, 2" source context "Drones targeting Barakah nuclear plant came from Iraqi territory: UAE" Reference image 2: visual subject "FILE – Sie
เหตุโดรนโจมตีใกล้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ (Barakah Nuclear Power Plant) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตา เพราะสถานที่แห่งนี้คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้งานอยู่แห่งเดียวในโลกอาหรับ แม้เหตุการณ์จะทำให้เกิดไฟไหม้บริเวณรอบนอกของโรงไฟฟ้า แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า โครงสร้างนิวเคลียร์หลักไม่ได้รับความเสียหาย และไม่มีการรั่วไหลของรังสี
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น และนำไปสู่แรงกดดันทางการทูตต่ออิรัก หลังจาก UAE ระบุว่าโดรนถูกปล่อยจากดินแดนอิรัก
ทางการ UAE ระบุว่าโดรนพุ่งชน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือระบบพลังงานไฟฟ้าที่อยู่นอกแนวเขตรักษาความปลอดภัยด้านในของโรงไฟฟ้า ในเขตอัลดาฟรา (Al Dhafra) ของอาบูดาบี
แรงกระแทกทำให้เกิดไฟไหม้บริเวณดังกล่าว แต่รายงานระบุว่า
สมาคมนิวเคลียร์โลก (World Nuclear Association) และเจ้าหน้าที่ของโรงไฟฟ้ายืนยันว่า อุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายอยู่นอกส่วนโครงสร้างนิวเคลียร์หลัก จึงไม่กระทบต่อความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์
โรงไฟฟ้าบารากาห์ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอาบูดาบีประมาณ 280 กิโลเมตรทางตะวันตก และถือเป็นโครงการพลังงานเชิงยุทธศาสตร์สำคัญของ UAE
การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำเดียว
ระบบป้องกันภัยทางอากาศของ UAE รายงานว่าได้ ตรวจพบและสกัดโดรนรวม 6 ลำภายในช่วง 48 ชั่วโมง ที่พยายามโจมตีพื้นที่สำคัญและพื้นที่พลเรือน
บางลำถูกสกัดก่อนถึงเป้าหมาย ขณะที่หนึ่งลำพุ่งชนอุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณรอบนอกของโรงไฟฟ้า
กระทรวงกลาโหม UAE ระบุว่าการตรวจสอบทางเทคนิคจากระบบติดตามทางอากาศและข้อมูลเรดาร์พบว่า โดรนที่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีมีต้นทางจากดินแดนอิรัก
แม้จะยังไม่มีองค์กรใดออกมารับผิดชอบอย่างเป็นทางการ แต่รายงานหลายสำนักข่าวระบุว่าเหตุการณ์อาจเกี่ยวข้องกับ กองกำลังติดอาวุธชีอะห์ในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งเคยใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในรัฐอ่าวเปอร์เซียมาก่อน
อย่างไรก็ตาม หลักฐานเชิงนิติวิทยาศาสตร์ที่ใช้ระบุจุดปล่อยโดรนยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้ข้อกล่าวหานี้ยังคงอิงจากการสืบสวนของรัฐบาล UAE เป็นหลัก
เหตุการณ์นี้ได้รับการประณามอย่างรวดเร็วจากหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เนื่องจาก การโจมตีสถานที่นิวเคลียร์พลเรือนถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ตามบรรทัดฐานสากล
ปฏิกิริยาสำคัญ ได้แก่
การตอบสนองร่วมกันนี้สะท้อนว่า แม้ความเสียหายจริงจะจำกัด แต่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงกว่านี้ได้หากระบบนิวเคลียร์ถูกโจมตีโดยตรง
แม้พาดหัวข่าวจะดูรุนแรง แต่รายงานอย่างเป็นทางการระบุว่า ความเสียหายทางกายภาพค่อนข้างจำกัด
ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า
ถึงแม้จะไม่มีอันตรายต่อประชาชน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากโดรนโจมตีระบบสำคัญของโรงไฟฟ้าได้สำเร็จ ผลกระทบอาจรุนแรงกว่านี้มาก
เนื่องจาก UAE ระบุว่าการโจมตีเริ่มต้นจากดินแดนอิรัก เหตุการณ์นี้จึงทำให้ รัฐบาลแบกแดดเผชิญแรงกดดันทางการทูตเพิ่มขึ้นอย่างมาก
รัฐบาล UAE เรียกร้องให้อิรัก
“ป้องกันการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมดที่มีต้นทางจากดินแดนของตนทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข”
ความท้าทายสำคัญคือ ภายในอิรักมีกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับอิหร่าน และบางกลุ่มมีอิสระในการปฏิบัติการค่อนข้างมาก เช่นเครือข่ายกองกำลังที่เชื่อมโยงกับ Popular Mobilization Forces
รัฐบาลอิรักตอบโต้ด้วยการยืนยันว่า ไม่ยอมให้ดินแดนของตนถูกใช้โจมตีประเทศเพื่อนบ้าน และให้คำมั่นว่าจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
แม้ความเสียหายจะจำกัด แต่การโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือเป็นการยกระดับความเสี่ยงด้านความมั่นคงในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในสามประเด็นหลัก
สำหรับ UAE เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่สำหรับอิรัก เหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถควบคุมกลุ่มติดอาวุธภายในประเทศและป้องกันไม่ให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นฐานโจมตีในภูมิภาคได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
17 พฤษภาคม 2026 โดรนโจมตีเครื่องกำเนิดไฟฟ้านอกเขตด้านในของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ ทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีการรั่วไหลของรังสี และระบบนิวเคลียร์ไม่ได้รับความเสียหาย
17 พฤษภาคม 2026 โดรนโจมตีเครื่องกำเนิดไฟฟ้านอกเขตด้านในของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ ทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีการรั่วไหลของรังสี และระบบนิวเคลียร์ไม่ได้รับความเสียหาย กระทรวงกลาโหม UAE ระบุจากข้อมูลการติดตามว่าโดรนที่ใช้โจมตีมีต้นทางจากอิรัก ขณะเดียวกันระบบป้องกันภัยทางอากาศตรวจพบและสกัดโดรนรวม 6 ลำภายใน 48 ชั่วโมง
สหประชาชาติ ซาอุดีอาระเบีย และหน่วยงานนิวเคลียร์ระหว่างประเทศประณามการโจมตี พร้อมเตือนว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และเสี่ยงต่อความปลอดภัยระดับโลก