แพลตฟอร์มการเงินยุคใหม่ เช่น ฟินเทค นีโอแบงก์ และคริปโตเอ็กซ์เชนจ์ ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนจาก stablecoin แก่ผู้ใช้ แต่การสร้างระบบเหล่านี้ขึ้นเองไม่ใช่เรื่องง่าย
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานลักษณะนี้มักต้องมีองค์ประกอบหลายด้าน เช่น
OpenTrade จึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่รวม เทคโนโลยี โครงสร้างกฎหมาย และเครือข่ายสถาบันการเงินที่ได้รับการกำกับดูแล เข้าด้วยกัน เพื่อให้การปล่อยกู้และการสร้างผลตอบแทนจาก stablecoin เป็นไปอย่างปลอดภัยและขยายได้ในระดับสถาบัน
แนวทางนี้ช่วยให้แพลตฟอร์มที่ให้บริการลูกค้าสามารถเพิ่มฟีเจอร์ yield เข้าไปในแอปได้ทันที โดยไม่ต้องสร้างระบบปล่อยกู้ทั้งหมดเอง
โครงสร้างของ OpenTrade ถูกออกแบบสำหรับผู้ใช้งานระดับองค์กร โดยประกอบด้วยหลายชั้นของเทคโนโลยี
องค์ประกอบหลักของแพลตฟอร์ม ได้แก่
ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ แพลตฟอร์มการเงินทั้ง Web2 และ Web3 สามารถ ฝัง (embed) ผลิตภัณฑ์ yield ลงในแอปของตนเองได้โดยตรง พร้อมช่วยให้สถาบันจัดการเงินทุนสำรองได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกจุดสำคัญคือการเชื่อม stablecoin เข้ากับ สินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) เช่น เครื่องมือทางการเงินแบบดั้งเดิม ทำให้กลยุทธ์การลงทุนไม่ได้พึ่งหลักประกันคริปโตเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าความต้องการจากสถาบันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
OpenTrade รายงานว่าแพลตฟอร์มมี
ตัวเลขเหล่านี้แสดงถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ yield บน stablecoin ที่เชื่อมต่อกับตลาดเครดิตในโลกจริงผ่านบล็อกเชน
พร้อมกับการประกาศระดมทุน บริษัทเปิดเผยแผนขยายระบบโครงสร้างพื้นฐาน yield ทั้งแบบ permissioned (ต้องได้รับอนุญาต) และ permissionless (เปิดให้ใช้งานได้กว้างขึ้น)
หนึ่งในบริการสำคัญคือ Curation+ ซึ่งเป็นเลเยอร์บริการสำหรับลูกค้าที่ต้องการโครงสร้างผลตอบแทนที่ปรับแต่งได้
ลูกค้าสามารถกำหนดได้ เช่น
บริการนี้ช่วยให้สถาบันสามารถสร้างโครงสร้าง yield ที่ซับซ้อนและเหมาะกับความต้องการเฉพาะของตนได้ แทนที่จะใช้ vault มาตรฐานเพียงอย่างเดียว
OpenTrade ระบุว่าเงินทุนจากรอบล่าสุดจะถูกนำไปใช้เพื่อ
เป้าหมายระยะยาวคือทำให้ ผลตอบแทนจาก stablecoin กลายเป็นฟีเจอร์ทางการเงินมาตรฐาน ที่แพลตฟอร์มฟินเทคสามารถนำไปใช้ได้เหมือนบริการทางการเงินทั่วไป
Stablecoin กำลังกลายเป็นสะพานสำคัญระหว่าง ระบบการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) และ ระบบการเงินบนบล็อกเชน (DeFi) โดยเฉพาะเมื่อมีการนำสินทรัพย์จริง เช่น ตราสารหนี้หรือเครดิต มาเชื่อมกับโทเคนดิจิทัล
โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโลกทั้งสองนี้ ซึ่งมักเรียกว่า RWA finance กำลังเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรมคริปโต
ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มที่ฟินเทคและเอ็กซ์เชนจ์สามารถนำไปเชื่อมต่อได้โดยตรง OpenTrade กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็น ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง (backend) สำหรับผลตอบแทนบน stablecoin ในระบบนิเวศการเงินดิจิทัลระดับโลก
หากการใช้งานยังคงเติบโตต่อเนื่อง แพลตฟอร์มลักษณะนี้อาจกลายเป็นส่วนสำคัญของวิธีที่ “ดอลลาร์ดิจิทัล” ถูกนำไปสร้างผลตอบแทนทั้งในโลกคริปโตและตลาดการเงินดั้งเดิมในอนาคต
Comments
0 comments