CodeWords ระบุว่าเงินทุนจะถูกใช้หลัก ๆ ในสามด้าน ได้แก่
ในระยะยาว บริษัทต้องการพัฒนา Cody จากเครื่องมือสร้างเวิร์กโฟลว์ตามคำสั่ง ให้กลายเป็น AI operator ที่สามารถคาดการณ์และจัดการงานธุรกิจบางอย่างได้เองแบบ proactive
หัวใจของแพลตฟอร์มคือ Cody ซึ่งเป็น AI agent ที่เปลี่ยนคำสั่งภาษามนุษย์ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติที่ใช้งานได้จริง
แทนที่ผู้ใช้จะต้องออกแบบ logic ของเวิร์กโฟลว์เองเหมือนเครื่องมือ automation แบบดั้งเดิม ผู้ใช้เพียงแค่บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น
จากนั้น Cody จะทำขั้นตอนต่าง ๆ ให้เอง เช่น
บริษัทอธิบายแนวคิดนี้ว่า “words in, working agents out” หรือใส่คำสั่งเข้าไป แล้วได้เอเจนต์ที่ทำงานจริงออกมา
ในอนาคต CodeWords ยังวางแผนเพิ่มความสามารถอย่าง contextual memory เพื่อให้ระบบเรียนรู้จากเวิร์กโฟลว์และข้อมูลธุรกิจเดิม และสามารถแนะนำระบบอัตโนมัติใหม่ ๆ ได้เอง
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ CodeWords คือทำให้ automation ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของวิศวกร
แพลตฟอร์มถูกออกแบบสำหรับ
ผู้ใช้สามารถคุยกับ Cody ผ่านอินเทอร์เฟซแบบแชต แล้วอธิบายงานที่ต้องการด้วยภาษาปกติ จากนั้นระบบจะสร้าง automation ที่เชื่อมกับเครื่องมือที่บริษัทใช้อยู่แล้ว
ที่สำคัญ ผู้ใช้ไม่ต้องดูแลเรื่องเซิร์ฟเวอร์ การดีพลอย หรือโครงสร้างพื้นฐาน เพราะระบบทำงานแบบ serverless automation บนโครงสร้างของ CodeWords เอง
แพลตฟอร์มของ CodeWords สามารถเชื่อมต่อกับแอปและบริการต่าง ๆ ได้จำนวนมาก ทำให้เวิร์กโฟลว์หนึ่งชุดสามารถทำงานข้ามหลายระบบพร้อมกันได้
ตัวอย่างประเภทเครื่องมือที่รองรับ เช่น
เวิร์กโฟลว์สามารถตั้งให้ทำงานตาม เวลา (schedule) หรือ เหตุการณ์ (trigger) เช่น เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ระบบจะทำงานต่อโดยอัตโนมัติ
CodeWords ยกตัวอย่างหลายกรณีการใช้งานที่ธุรกิจเริ่มนำแพลตฟอร์มไปใช้
ติดตามดีลการลงทุน (Deal‑flow monitoring)
ทีมการเงินสามารถตั้งระบบให้ตรวจสอบข่าว การเคลื่อนไหวของตลาด หรือกิจกรรมของคู่แข่ง แล้วแจ้งเตือนเมื่อมีสัญญาณสำคัญ
วิจัยและสร้างคอนเทนต์
ทีมการตลาดสามารถดึงข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย วิเคราะห์แนวโน้ม และเสนอไอเดียโพสต์ใหม่โดยอัตโนมัติ
ระบบหาลีดลูกค้า (Lead generation)
เอเจนซีด้าน automation สามารถตั้ง AI หลายตัวเพื่อรวบรวมข้อมูลลูกค้า เติมข้อมูลเพิ่มเติม และส่งเข้าระบบ CRM
เอกสารของบริษัทเองยังมีตัวอย่างเวิร์กโฟลว์ที่ ดึงข้อมูลจากหน้าเว็บ สรุปเนื้อหาด้วย AI แล้วส่งอีเมลผลลัพธ์ให้ผู้ใช้ แสดงให้เห็นว่าระบบสามารถรวมการดึงข้อมูล วิเคราะห์ และแจ้งเตือนใน pipeline เดียวได้
เครื่องมือ no‑code automation แบบดั้งเดิมมักต้องให้ผู้ใช้ระบุงานซ้ำ ๆ ก่อน แล้วค่อยสร้างเวิร์กโฟลว์เอง
CodeWords พยายามพลิกโมเดลนี้ โดยตั้งเป้าให้ Cody วิเคราะห์บริบทของธุรกิจ และเสนอระบบอัตโนมัติที่เหมาะสมได้เอง ในอนาคต
ถ้าแนวทางนี้สำเร็จ ระบบอัตโนมัติอาจเปลี่ยนจากเครื่องมือที่ต้องตั้งค่าทีละขั้นตอน ไปเป็น ชั้นปฏิบัติการ AI ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังซอฟต์แวร์ธุรกิจทุกวัน
และนั่นคือเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองว่า AI agents อาจเป็นวิวัฒนาการขั้นต่อไปของ workflow automation ในโลกธุรกิจ.
Comments
0 comments