แม้มีการเจรจาหลายรอบ แต่ยังไม่เกิดข้อตกลงใด ๆ โดยมีปัญหาหลักสองเรื่อง
ยูเครนยืนยันว่าการยุติสงครามต้อง รักษาบูรณภาพแห่งดินแดน และปฏิเสธที่จะยอมรับการยึดครองของรัสเซียอย่างเป็นทางการ
ในทางตรงกันข้าม รัสเซียเรียกร้องให้ยูเครนถอนกำลังออกจากภูมิภาคที่มอสโกประกาศผนวก ได้แก่
จุดยืนทั้งสองฝ่ายจึงแทบไม่สามารถประนีประนอมกันได้ โดยเซเลนสกีกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อตกลงใดเกี่ยวกับเรื่องดินแดน แม้เจ้าหน้าที่ตะวันตกบางรายจะมองว่าในระยะยาวอาจต้องมีการประนีประนอมที่ยากลำบาก
อีกประเด็นใหญ่คืออนาคตด้านความมั่นคงของยูเครน
เคียฟต้องการ หลักประกันด้านความมั่นคงที่มีผลผูกพัน เพื่อป้องกันการรุกรานครั้งใหม่ในอนาคต ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายกลไกคุ้มครองของ NATO
แต่รัสเซียคัดค้านอย่างหนัก เพราะมองว่าการจัดการแบบนั้นจะทำให้ยูเครนผูกพันกับระบบความมั่นคงของตะวันตกอย่างถาวร
ความขัดแย้งเรื่องทิศทางยุทธศาสตร์ของยูเครนจึงกลายเป็นหนึ่งในทางตันทางการทูตที่สำคัญที่สุด
แม้แนวรบยังไม่พังทลาย แต่กองทัพยูเครนกำลังเผชิญความกดดันเพิ่มขึ้น
ปัญหาหลักคือ การขาดแคลนกำลังพล โดยเฉพาะทหารราบ รัฐบาลยูเครนจึงประกาศแผนปฏิรูปกองทัพเพื่อปรับระบบเกณฑ์ทหาร การฝึก และการปลดประจำการของทหารที่รับใช้มานาน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในสนามรบไม่ได้เป็นไปตามที่รัสเซียคาดหวังทั้งหมด
นักวิเคราะห์ระบุว่าการรุกของรัสเซีย ชะลอลงอย่างมากตั้งแต่ปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 เนื่องจากการโต้กลับและการตั้งรับของยูเครนในหลายแนวรบ
ในเดือนเมษายน 2026 กองกำลังรัสเซียยังสูญเสียพื้นที่สุทธิเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การบุกของยูเครนในภูมิภาคเคิร์สก์ปี 2024 ตามการประเมินในสนามรบ
นอกจากนี้ ยูเครนยังขยายการโจมตีระยะไกลด้วยโดรนและอาวุธอื่น ๆ ต่อเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ซึ่งเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ให้กับมอสโก
อีกแรงกดดันสำคัญคือเรื่องงบประมาณสงคราม
งบประมาณของยูเครนในช่วงสงครามพึ่งพาการสนับสนุนจากต่างประเทศอย่างมาก รายจ่ายของรัฐบาลสูงกว่ารายได้ภายในประเทศอย่างมาก ทำให้ต้องพึ่งเงินช่วยเหลือและเงินกู้จากพันธมิตร
สหภาพยุโรปและสถาบันการเงินระหว่างประเทศได้เสนอเงินช่วยเหลือและกลไกเงินกู้จำนวนมากเพื่อช่วยให้ยูเครนดำเนินสงครามต่อไปในปี 2026–2027
อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างทางการเงินจำนวนมาก โดยยูเครนยังขาดงบประมาณด้านกลาโหมหลายพันล้านยูโร แม้จะมีแพ็กเกจช่วยเหลือขนาดใหญ่แล้วก็ตาม
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน สถานการณ์ทางการทูตจึงซับซ้อนอย่างยิ่ง
ความพยายามของเซเลนสกีในการดึงสหราชอาณาจักรและพันธมิตรยุโรปเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง อำนาจต่อรอง
เป้าหมายคือทำให้รัสเซียเชื่อว่า การยืดสงครามต่อไปจะมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร
ในระหว่างนี้ สงครามยังคงเป็นการแข่งขันด้านความอดทนระยะยาว—รัสเซียหวังใช้แรงกดดันทางทหารและการสูญเสียเพื่อบีบยูเครน ขณะที่ยูเครนพยายามใช้ความเป็นเอกภาพของตะวันตกและบทบาทของยุโรปเพื่อเพิ่มอำนาจบนโต๊ะเจรจา
Comments
0 comments