รายงานล่าสุดระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวเร่งตัวต่อในปี 2025 โดยมูลค่าการลงทุนแบบสร้างโรงงานใหม่เข้าใกล้ 9 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นประมาณ 51% จากปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ก่อนหน้านี้ข้อมูลก็เริ่มชี้ทิศทางเดียวกันแล้ว เช่น การลงทุนแบบ Greenfield เพิ่มขึ้น 21% ต่อปี แตะราว 5.9 พันล้านยูโร และกลายเป็นรูปแบบการลงทุนหลักของจีนในยุโรป
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือยุโรปเริ่มตรวจสอบการเข้าซื้อบริษัทเชิงยุทธศาสตร์เข้มงวดขึ้น ทำให้บริษัทจีนเลือกสร้างโรงงานใหม่แทนการซื้อกิจการ
การลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน ห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
บริษัทจีนเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการผลิต EV ขณะที่ยุโรปกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่การขนส่งไฟฟ้า ส่งผลให้ตลาดต้องการเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างมาก
ปัจจุบันผู้ผลิตจีนมีส่วนแบ่งประมาณ หนึ่งในสี่ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหภาพยุโรป ซึ่งสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในยุโรปช่วยให้บริษัทจีน
บริษัทจีนรายใหญ่ เช่น CATL, AESC และ Huayou Cobalt ได้ประกาศหรือเริ่มสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในหลายประเทศ เช่น ฮังการี เยอรมนี และฝรั่งเศส
หนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุดคือ โรงงานแบตเตอรี่ของ CATL ในเมืองเดเบรเซน ประเทศฮังการี
โครงการนี้มีมูลค่ามากกว่า 7 พันล้านยูโร และถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งในโรงงานแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีแผนส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น BMW และ Mercedes‑Benz
โครงการนี้สะท้อนยุทธศาสตร์หลักของบริษัทจีน: การฝังตัวในระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรปด้วยกำลังการผลิตภายในภูมิภาค
ในบรรดาประเทศยุโรปทั้งหมด ฮังการีกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการลงทุนจีน
ข้อมูลจาก MERICS และ Rhodium Group ระบุว่า ฮังการีคิดเป็นประมาณ 31% ของการลงทุนโดยตรงจากจีนทั้งหมดในยุโรป ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดของทุกประเทศ
เหตุผลสำคัญมีหลายข้อ
1. ฐานการผลิตรถยนต์เดิมแข็งแกร่ง
ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกเป็นที่ตั้งโรงงานของผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปจำนวนมาก จึงเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับซัพพลายเออร์แบตเตอรี่
2. โครงการ EV ขนาดใหญ่หลายโครงการ
การลงทุนด้านแบตเตอรี่และเทคโนโลยีพลังงานจากบริษัทจีนหลายรายทำให้เกิดเครือข่ายอุตสาหกรรม EV หนาแน่นในประเทศ
3. การเข้าถึงตลาดเดียวของสหภาพยุโรป
การผลิตในฮังการีทำให้บริษัทจีนสามารถขายสินค้าในตลาด EU ได้อย่างเสรีภายใต้กฎของตลาดเดียว
ด้วยเหตุนี้ ฮังการีจึงกลายเป็นเหมือน “ประตูสู่ยุโรป” สำหรับผู้ผลิต EV และแบตเตอรี่จากจีน
กระแสการลงทุนจากจีนสร้างทั้งโอกาสและความกังวลให้กับสหภาพยุโรป
ด้านหนึ่ง เงินลงทุนช่วยเพิ่มกำลังผลิต EV สร้างงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
แต่อีกด้านหนึ่ง ผู้กำหนดนโยบายยุโรปกังวลหลายประเด็น เช่น
เพื่อรับมือกับแนวโน้มนี้ สหภาพยุโรปเริ่มดำเนินมาตรการหลายด้าน
การคัดกรองการลงทุนจากต่างชาติที่เข้มงวดขึ้น
ยุโรปเพิ่มกลไกตรวจสอบการลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
มาตรการปกป้องทางการค้า
คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดการสอบสวนเงินอุดหนุนในอุตสาหกรรม EV ของจีน และพิจารณามาตรการภาษีเพื่อรักษาการแข่งขันที่เป็นธรรม
แนวคิดการเปิดรับแบบมีเงื่อนไข
ข้อเสนอเชิงนโยบายบางส่วนเสนอให้การลงทุนจากต่างชาติควรมาพร้อมเงื่อนไข เช่น การผลิตในท้องถิ่น การสร้างมูลค่าในยุโรป หรือความร่วมมือด้านเทคโนโลยี
แนวโน้มการลงทุนแบบ Greenfield ของจีนในยุโรป โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม EV และแบตเตอรี่ มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป
ยุโรปต้องการกำลังการผลิตแบตเตอรี่จำนวนมากเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ขณะที่บริษัทจีนก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยีและต้นทุนแข่งขันได้มากที่สุดในโลก
ความท้าทายสำหรับยุโรปจึงไม่ใช่เพียงการรับหรือปฏิเสธเงินลงทุน แต่คือการกำหนด เงื่อนไขของความร่วมมือ ให้ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยไม่สร้างความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว