แต่ HYPE กลับปรับตัวขึ้น และยัง กลับไปแตะระดับใกล้จุดสูงสุดเดิมแถว 47 ดอลลาร์ ในระหว่างการเทขายของตลาด การเคลื่อนไหวลักษณะนี้มักบ่งชี้ว่าแรงซื้อเกิดจากปัจจัยเฉพาะของโทเคน ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไหวตามตลาดคริปโตโดยรวม
อีกตัวเร่งสำคัญคือการเปิดตลาดอนุพันธ์รูปแบบใหม่บน Hyperliquid
แพลตฟอร์ม Trade.xyz เปิดตัวสัญญา perpetual futures ชื่อ SPCX‑USDC ที่อิงกับการประเมินมูลค่าหุ้นของ SpaceX ก่อน IPO .
แม้สัญญานี้ไม่ได้ให้สิทธิถือหุ้นจริง แต่เปิดทางให้เทรดเดอร์เก็งกำไรราคาของบริษัทเอกชนระดับโลกก่อนเข้าตลาดหุ้น ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ในโลก DeFi และช่วยดึงปริมาณการเทรดเข้าสู่ Hyperliquid มากขึ้น
การเปิดตัว ETF และกระแสข่าวเชิงบวกยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ short squeeze
เมื่อราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์ที่เปิดสถานะชอร์ตไว้ต้องปิดสถานะเพื่อจำกัดความเสียหาย การซื้อคืนจำนวนมากนี้สามารถเร่งให้ราคาพุ่งขึ้นได้เร็วกว่าเดิม .
ข้อมูลบนเชนยังชี้ให้เห็นการเคลื่อนไหวของ “วาฬ” หรือผู้ถือเหรียญรายใหญ่
มีรายงานว่ามีการฝากเงินระดับ หลายล้านดอลลาร์ต่อดีล (มากกว่า $5 ล้าน) เพื่อซื้อ HYPE ในช่วงที่ราคากำลังปรับฐาน . การสะสมลักษณะนี้ช่วยลดอุปทานในตลาดและมักส่งสัญญาณความเชื่อมั่นให้เทรดเดอร์รายอื่นเข้าตาม
อีกเหตุผลที่ทำให้ HYPE ถูกมองเชิงบวกคือโครงสร้างเศรษฐศาสตร์ของแพลตฟอร์ม
Hyperliquid ใช้รายได้จากค่าธรรมเนียมการเทรดจำนวนมากเพื่อ ซื้อคืนโทเคน HYPE จากตลาด ซึ่งสร้างแรงซื้อเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง .
เมื่อแพลตฟอร์มเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ตลาดอนุพันธ์ที่อิงสินทรัพย์โลกจริงหรือบริษัทเอกชน ปริมาณการเทรดที่เพิ่มขึ้นก็อาจหมายถึงค่าธรรมเนียมและการซื้อคืนที่มากขึ้นเช่นกัน
นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยที่อาจหนุน HYPE ต่อไป ได้แก่
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วย short squeeze และกระแสข่าวอาจผันผวนได้ หากกระแสเงินทุน ETF ชะลอ นักลงทุนรายใหญ่ขายทำกำไร หรือแรงขายจากตลาดคริปโตโดยรวมกลับมามากขึ้น
สรุปคือ การพุ่งของ HYPE ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากตลาดคริปโตโดยรวม แต่เป็นการรวมกันของ ผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ นวัตกรรมอนุพันธ์บนเชน และแรงซื้อเฉพาะตัวของโทเคน ที่ทำให้มันสามารถวิ่งสวนตลาดได้ในช่วงเวลานั้น
Comments
0 comments