การนำ Morpho เข้ามาเพิ่มชั้นบริการทางการเงินบนโครงสร้างดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้งานบน Tempo สามารถ
Morpho เป็นหนึ่งในตลาดสินเชื่อ DeFi ที่มีสภาพคล่องรวมหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้ผู้ใช้ Tempo เข้าถึงสภาพคล่องระดับใหญ่ได้โดยตรงจากเครือข่ายเดียวกับที่ใช้ทำธุรกรรมการชำระเงิน
ด้วยเหตุนี้ Tempo จึงเริ่มทำหน้าที่คล้าย โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบเต็มสแต็ก ที่ธุรกิจสามารถโอนเงิน ถือเงิน กู้เงิน และนำเงินไปใช้งานต่อบนเชนได้ทั้งหมด
บริษัทจำนวนมากที่ใช้สเตเบิลคอยน์ในงานจริง เช่น การจ่ายเงินเดือนหรือบริหารเงินคลัง มักมีช่วงเวลาที่เงินถูกพักไว้ระหว่างรอบการชำระเงิน
การรวม Morpho เปิดโอกาสให้เงินเหล่านั้นถูกนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม
1. รับผลตอบแทนจากเงินสำหรับการชำระเงิน
องค์กรสามารถนำสเตเบิลคอยน์ที่ถือไว้เพื่อการจ่ายเงินหรือบริหารเงินคลัง ไปปล่อยกู้ในตลาด Morpho เพื่อรับผลตอบแทนจนกว่าจะถึงเวลานำเงินไปใช้จริง
2. เข้าถึงสภาพคล่องผ่านการกู้ยืม
ธุรกิจสามารถใช้คริปโตเป็นหลักประกันเพื่อกู้สินทรัพย์อื่น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่อง เช่น สำหรับการเทรดหรือการบริหารเงินทุน
3. ระบบบริหารเงินคลังแบบรวมศูนย์บนเชน
เพราะบริการกู้ยืมอยู่บนบล็อกเชนเดียวกับระบบชำระเงิน บริษัทจึงสามารถย้ายเงินระหว่างการชำระเงิน การจัดการสภาพคล่อง และกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนได้ทันที
แนวคิดนี้ทำให้ Tempo ดูเหมือน แพลตฟอร์ม treasury แบบโปรแกรมได้ (programmable treasury) มากกว่าเครือข่ายโอนเงินทั่วไป
การนำ Morpho มาใช้บน Tempo ยังมีผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลายรายเข้ามาช่วยดูแลระบบ
Gauntlet — การบริหารความเสี่ยง
Gauntlet เป็นบริษัทด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงใน DeFi ที่ช่วยออกแบบพารามิเตอร์ของตลาดกู้ยืม เช่น ความเสี่ยงของหลักประกันและการจัดสรรสภาพคล่องใน vault ต่าง ๆ
Sentora — ชั้น DeFi สำหรับนักลงทุนสถาบัน
Sentora มุ่งช่วยให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง DeFi ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ กลยุทธ์ และระบบอัตโนมัติที่มีการกำกับดูแล ทำให้เงินทุนขนาดใหญ่สามารถใช้งานบนเชนได้อย่างมีการควบคุม
RedStone — โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลราคา (Oracle)
RedStone ให้ข้อมูลราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ ซึ่งจำเป็นต่อการประเมินมูลค่าหลักประกันและการทำงานของตลาดกู้ยืม รวมถึงการชำระเงินบน Tempo
องค์ประกอบทั้งสามนี้ช่วยให้ระบบ DeFi มีคุณสมบัติสำคัญสำหรับองค์กร ได้แก่
การเพิ่มบริการกู้ยืมเป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ของ Tempo ที่ต้องการผลักดัน โครงสร้างพื้นฐานการเงินบนเชนสำหรับองค์กร
โครงการนี้ถูกบ่มเพาะโดยบริษัทฟินเทค Stripe และกองทุนคริปโต Paradigm เพื่อสร้างบล็อกเชนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานสเตเบิลคอยน์ในธุรกิจจริง
รายงานระบุว่า Tempo ระดมทุนได้ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าบริษัทราว 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวคิดที่ว่าสเตเบิลคอยน์อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในอนาคต
พันธมิตรในระบบนิเวศและผู้ทดสอบในช่วงแรกมีทั้งบริษัทเทคโนโลยีและสถาบันการเงินรายใหญ่ที่ทดลองใช้เครือข่ายเพื่อกรณีการใช้งานจริง เช่น การจ่ายเงินและการโอนเงินข้ามประเทศ
การเพิ่มบริการกู้ยืมและผลตอบแทนจึงสอดคล้องกับกลยุทธ์นี้ เพราะบริษัทที่ใช้ Tempo สำหรับการชำระเงินอยู่แล้ว สามารถเข้าถึงบริการการเงินเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องย้ายไปแพลตฟอร์มอื่น
การรวม Morpho สะท้อนแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมคริปโต นั่นคือเครือข่ายที่เริ่มต้นจาก สเตเบิลคอยน์และการชำระเงิน กำลังพัฒนาไปสู่ระบบการเงินแบบโปรแกรมได้
ในโมเดลนี้ บล็อกเชนเดียวสามารถรองรับบริการหลายประเภท เช่น
การรวม Morpho จึงเป็นสัญญาณว่า Tempo กำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองให้เป็น ระบบปฏิบัติการสำหรับการเงินองค์กรบนบล็อกเชน
ความสำเร็จของแนวคิดนี้ยังขึ้นอยู่กับการนำไปใช้จริงโดยฟินเทค บริษัท และนักพัฒนา แต่การเพิ่มสภาพคล่องจากตลาดกู้ยืมและเครื่องมือสร้างผลตอบแทนถือเป็นก้าวสำคัญของเครือข่ายในทิศทางนั้น
Comments
0 comments