Tempo ผนวกโปรโตคอลกู้ยืม Morpho ซึ่งมีสภาพคล่องราว 7.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มบริการกู้ยืม ยืม และสร้างผลตอบแทนบนเชนให้กับเครือข่ายที่เดิมเน้นการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ [1][3][5] องค์กรและฟินเทคที่ใช้ Tempo สามารถนำสเตเบิลคอยน์ที่ถือไว้ไปปล่อยกู้เพื่อรับผลตอบแทน หรือใช้สินทรัพย์คริปโตเป็นหลักประกันเพื่อกู้สภาพคล่องได้...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How does Tempo’s integration of Morpho expand Tempo from a stablecoin payments blockchain into a broader onchain finance platform, and what. Article summary: Tempo’s Morpho integration appears to expand Tempo beyond stablecoin payments by adding onchain lending, borrowing, and yield primitives on top of its existing payment, stablecoin issuance, wallet, and developer infrastr. Topic tags: general, general web, user generated, documentation. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "8 hours ago - RedStone, a leading blockchain oracle provider, is expanding its role on the Tempo chain from powering FX payments to supporting a full DeFi lending stack. Morpho, a" source context "The DeFi Layer Arrives on Tempo. Powered by RedStone. RedStone blog" Reference image 2: visual subject
Tempo เปิดตัวในฐานะบล็อกเชนที่ออกแบบมาเพื่อ การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ โดยเฉพาะ จุดเด่นคือความเร็วในการประมวลผลสูง ค่าธรรมเนียมที่คาดการณ์ได้ และโครงสร้างที่รองรับการเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมากสำหรับธุรกิจและฟินเทค มากกว่าการเป็นบล็อกเชนสำหรับกิจกรรมคริปโตทั่วไป
การผนวกรวม โปรโตคอลกู้ยืม Morpho ทำให้ขอบเขตของเครือข่ายกว้างขึ้นอย่างมาก เพราะเพิ่มบริการกู้ยืม ยืม และสร้างผลตอบแทนแบบ DeFi เข้ามาบนโครงสร้างการชำระเงินเดิมของ Tempo
ผลลัพธ์คือ Tempo กำลังเปลี่ยนจากเครือข่ายสำหรับโอนสเตเบิลคอยน์ ไปสู่ แพลตฟอร์มการเงินบนบล็อกเชนแบบครบวงจรสำหรับองค์กรและฟินเทค ที่สามารถจัดการเงินทุนทั้งหมดบนเชนเดียวได้
เดิมที Tempo ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานในโลกจริง เช่น
ทั้งหมดนี้ทำผ่านสเตเบิลคอยน์บนเครือข่ายที่เน้นปริมาณธุรกรรมสูงและความเสถียรระดับองค์กร
การนำ Morpho เข้ามาเพิ่มชั้นบริการทางการเงินบนโครงสร้างดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้งานบน Tempo สามารถ
Morpho เป็นหนึ่งในตลาดสินเชื่อ DeFi ที่มีสภาพคล่องรวมหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้ผู้ใช้ Tempo เข้าถึงสภาพคล่องระดับใหญ่ได้โดยตรงจากเครือข่ายเดียวกับที่ใช้ทำธุรกรรมการชำระเงิน
ด้วยเหตุนี้ Tempo จึงเริ่มทำหน้าที่คล้าย โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบเต็มสแต็ก ที่ธุรกิจสามารถโอนเงิน ถือเงิน กู้เงิน และนำเงินไปใช้งานต่อบนเชนได้ทั้งหมด
บริษัทจำนวนมากที่ใช้สเตเบิลคอยน์ในงานจริง เช่น การจ่ายเงินเดือนหรือบริหารเงินคลัง มักมีช่วงเวลาที่เงินถูกพักไว้ระหว่างรอบการชำระเงิน
การรวม Morpho เปิดโอกาสให้เงินเหล่านั้นถูกนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม
1. รับผลตอบแทนจากเงินสำหรับการชำระเงิน
องค์กรสามารถนำสเตเบิลคอยน์ที่ถือไว้เพื่อการจ่ายเงินหรือบริหารเงินคลัง ไปปล่อยกู้ในตลาด Morpho เพื่อรับผลตอบแทนจนกว่าจะถึงเวลานำเงินไปใช้จริง
2. เข้าถึงสภาพคล่องผ่านการกู้ยืม
ธุรกิจสามารถใช้คริปโตเป็นหลักประกันเพื่อกู้สินทรัพย์อื่น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่อง เช่น สำหรับการเทรดหรือการบริหารเงินทุน
3. ระบบบริหารเงินคลังแบบรวมศูนย์บนเชน
เพราะบริการกู้ยืมอยู่บนบล็อกเชนเดียวกับระบบชำระเงิน บริษัทจึงสามารถย้ายเงินระหว่างการชำระเงิน การจัดการสภาพคล่อง และกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนได้ทันที
แนวคิดนี้ทำให้ Tempo ดูเหมือน แพลตฟอร์ม treasury แบบโปรแกรมได้ (programmable treasury) มากกว่าเครือข่ายโอนเงินทั่วไป
การนำ Morpho มาใช้บน Tempo ยังมีผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลายรายเข้ามาช่วยดูแลระบบ
Gauntlet — การบริหารความเสี่ยง
Gauntlet เป็นบริษัทด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงใน DeFi ที่ช่วยออกแบบพารามิเตอร์ของตลาดกู้ยืม เช่น ความเสี่ยงของหลักประกันและการจัดสรรสภาพคล่องใน vault ต่าง ๆ
Sentora — ชั้น DeFi สำหรับนักลงทุนสถาบัน
Sentora มุ่งช่วยให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง DeFi ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ กลยุทธ์ และระบบอัตโนมัติที่มีการกำกับดูแล ทำให้เงินทุนขนาดใหญ่สามารถใช้งานบนเชนได้อย่างมีการควบคุม
RedStone — โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลราคา (Oracle)
RedStone ให้ข้อมูลราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ ซึ่งจำเป็นต่อการประเมินมูลค่าหลักประกันและการทำงานของตลาดกู้ยืม รวมถึงการชำระเงินบน Tempo
องค์ประกอบทั้งสามนี้ช่วยให้ระบบ DeFi มีคุณสมบัติสำคัญสำหรับองค์กร ได้แก่
การเพิ่มบริการกู้ยืมเป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ของ Tempo ที่ต้องการผลักดัน โครงสร้างพื้นฐานการเงินบนเชนสำหรับองค์กร
โครงการนี้ถูกบ่มเพาะโดยบริษัทฟินเทค Stripe และกองทุนคริปโต Paradigm เพื่อสร้างบล็อกเชนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานสเตเบิลคอยน์ในธุรกิจจริง
รายงานระบุว่า Tempo ระดมทุนได้ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าบริษัทราว 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวคิดที่ว่าสเตเบิลคอยน์อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในอนาคต
พันธมิตรในระบบนิเวศและผู้ทดสอบในช่วงแรกมีทั้งบริษัทเทคโนโลยีและสถาบันการเงินรายใหญ่ที่ทดลองใช้เครือข่ายเพื่อกรณีการใช้งานจริง เช่น การจ่ายเงินและการโอนเงินข้ามประเทศ
การเพิ่มบริการกู้ยืมและผลตอบแทนจึงสอดคล้องกับกลยุทธ์นี้ เพราะบริษัทที่ใช้ Tempo สำหรับการชำระเงินอยู่แล้ว สามารถเข้าถึงบริการการเงินเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องย้ายไปแพลตฟอร์มอื่น
การรวม Morpho สะท้อนแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมคริปโต นั่นคือเครือข่ายที่เริ่มต้นจาก สเตเบิลคอยน์และการชำระเงิน กำลังพัฒนาไปสู่ระบบการเงินแบบโปรแกรมได้
ในโมเดลนี้ บล็อกเชนเดียวสามารถรองรับบริการหลายประเภท เช่น
การรวม Morpho จึงเป็นสัญญาณว่า Tempo กำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองให้เป็น ระบบปฏิบัติการสำหรับการเงินองค์กรบนบล็อกเชน
ความสำเร็จของแนวคิดนี้ยังขึ้นอยู่กับการนำไปใช้จริงโดยฟินเทค บริษัท และนักพัฒนา แต่การเพิ่มสภาพคล่องจากตลาดกู้ยืมและเครื่องมือสร้างผลตอบแทนถือเป็นก้าวสำคัญของเครือข่ายในทิศทางนั้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Tempo ผนวกโปรโตคอลกู้ยืม Morpho ซึ่งมีสภาพคล่องราว 7.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มบริการกู้ยืม ยืม และสร้างผลตอบแทนบนเชนให้กับเครือข่ายที่เดิมเน้นการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ [1][3][5]
Tempo ผนวกโปรโตคอลกู้ยืม Morpho ซึ่งมีสภาพคล่องราว 7.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มบริการกู้ยืม ยืม และสร้างผลตอบแทนบนเชนให้กับเครือข่ายที่เดิมเน้นการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ [1][3][5] องค์กรและฟินเทคที่ใช้ Tempo สามารถนำสเตเบิลคอยน์ที่ถือไว้ไปปล่อยกู้เพื่อรับผลตอบแทน หรือใช้สินทรัพย์คริปโตเป็นหลักประกันเพื่อกู้สภาพคล่องได้ [1][5]
ระบบนี้มีผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ได้แก่ Gauntlet และ Sentora ที่ดูแลการบริหารความเสี่ยงและการออกแบบตลาดกู้ยืม และ RedStone ที่ให้ข้อมูลราคาและอัตราแลกเปลี่ยนแบบออราเคิล [5][6][7]