รายงาน 13F ไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Goldman Sachs แสดงการเปลี่ยนกลยุทธ์คริปโตครั้งสำคัญ โดยขาย XRP และ Solana ETF ทั้งหมด พร้อมลดการถือ Ethereum ETF อย่างมาก Bitcoin ยังคงเป็นการลงทุนหลักของธนาคาร โดยถือประมาณ 690 ล้านดอลลาร์ในกองทุน IBIT ของ BlackRock และราว 25 ล้านดอลลาร์ใน FBTC ของ Fidelity แม้จะลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Goldman Sachs’ latest Q1 2026 SEC 13F filing reveal about its crypto investment strategy, including its complete exit from XRP and. Article summary: Goldman’s Q1 2026 13F suggests a shift away from broad spot-crypto ETF exposure and toward crypto infrastructure, trading, payments, and product-manufacturing economics. It exited disclosed XRP and Solana ETF positions, . Topic tags: general, general web, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Goldman Sachs reveals $260M holdings in XRP and Solana ETFs, marking its first crypto investments beyond Bitcoin and Ethereum." source context "Goldman Sachs buys $260M in XRP, Solana ETFs: SEC filing" Reference image 2: visual subject "Fresh SEC 13F filing reveals Goldman Sachs completely exited its $154 million spo
รายงาน Form 13F ไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Goldman Sachs ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการปรับตำแหน่งการลงทุนคริปโตของหนึ่งในสถาบันการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวอลล์สตรีท
ข้อมูลจากเอกสารนี้ไม่ได้ชี้ว่าธนาคารกำลังถอนตัวจากสินทรัพย์ดิจิทัล แต่กลับสะท้อน การเปลี่ยนกลยุทธ์ จากการลงทุนผ่าน ETF ของ altcoin ไปสู่การเน้น Bitcoin บริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโต และผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สร้างรายได้ มากขึ้น
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุดคือ Goldman Sachs ไม่ปรากฏการถือครอง ETF ที่อ้างอิง XRP และ Solana อีกต่อไป ในรายงานล่าสุด
ในรายงานก่อนหน้า ไตรมาส 4 ปี 2025 ธนาคารเคยเปิดเผยการลงทุนจำนวนมากใน ETF ของสินทรัพย์เหล่านี้ ได้แก่
แต่เมื่อสิ้นสุด ไตรมาส 1 ปี 2026 ตำแหน่งการลงทุนเหล่านี้หายไปจากรายงาน 13F อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่า Goldman Sachs ได้ ขายการถือครองทั้งหมดในช่วงไตรมาสดังกล่าว
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการถอยออกจากการลงทุนใน altcoin ผ่าน ETF ที่มีความผันผวนสูงกว่า แม้จะเคยขยายการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ก่อนหน้านี้ก็ตาม
แม้ธนาคารจะลดความเสี่ยงใน ETF บางตัว แต่ Bitcoin ยังเป็นการลงทุนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของ Goldman Sachs
รายงานที่อ้างอิงจากเอกสาร 13F ระบุว่าธนาคารยังถือครองประมาณ
ทั้งสองตำแหน่ง ลดลงราว 10% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักเล็กน้อย ไม่ใช่การถอนการลงทุนทั้งหมด
สิ่งนี้สะท้อนว่า Bitcoin ยังคงถูกมองเป็น สินทรัพย์คริปโตหลักสำหรับนักลงทุนสถาบัน ภายในพอร์ตของ Goldman Sachs
หากเทียบกับ Bitcoin การปรับลดใน Ethereum ETF นั้นรุนแรงกว่ามาก
รายงานการวิเคราะห์จากตลาดระบุว่า Goldman Sachs ลดการถือ Ethereum ETF ลงประมาณ 70% ในไตรมาสเดียว
ก่อนหน้านี้ Ethereum เคยเป็นหนึ่งในตำแหน่งคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของธนาคาร โดยในช่วงปลายปี 2025 รายงานก่อนหน้าแสดงการลงทุนใกล้ 1 พันล้านดอลลาร์ ใน Ethereum ETF
การลดลงครั้งนี้จึงสะท้อน การจัดลำดับความสำคัญใหม่ภายในพอร์ตคริปโต โดย Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์หลักที่โดดเด่นมากขึ้น ขณะที่ Ethereum และ altcoin มีบทบาทลดลงในพอร์ต ETF
ในขณะที่ลดการลงทุนผ่าน ETF Goldman Sachs กลับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน บริษัทมหาชนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศคริปโต
ตัวอย่างบริษัทที่มักถูกกล่าวถึงในการเปลี่ยนพอร์ตครั้งนี้ ได้แก่
การลงทุนในบริษัทเหล่านี้ช่วยให้ Goldman Sachs ได้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตโดยไม่ต้องพึ่งราคาของโทเคนโดยตรง รายได้จากค่าธรรมเนียมเทรด การดูแลสินทรัพย์ การออกสเตเบิลคอยน์ และระบบชำระเงิน อาจมีความเสถียรมากกว่าการถือสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงอย่างเดียว
อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Goldman Sachs จะลดการถือ ETF บางส่วน แต่ธนาคารกลับ เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์คริปโตสำหรับลูกค้า
ในเดือนเมษายน 2026 บริษัทได้ยื่นเอกสารต่อ SEC เพื่อเสนอเปิดตัว Goldman Sachs Bitcoin Premium Income ETF
กองทุนนี้มีเป้าหมายสร้าง รายได้ประจำควบคู่กับโอกาสการเติบโตของ Bitcoin โดยระบุว่าจะลงทุน อย่างน้อย 80% ของสินทรัพย์ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin อย่างไรก็ตาม เอกสารชี้ว่าแบบแสดงรายการข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ และยังไม่สามารถขายหน่วยลงทุนได้จนกว่าการจดทะเบียนจะมีผล
เมื่อพิจารณาภาพรวม รายงาน 13F ไตรมาสแรกปี 2026 บ่งชี้การปรับกลยุทธ์สำคัญของ Goldman Sachs ในตลาดคริปโต ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่า รายงาน Form 13F แสดงเพียงบางส่วนของพอร์ตการลงทุนสถาบัน
เอกสารนี้เปิดเผยเฉพาะการถือครอง หุ้นและ ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐแบบ Long ณ สิ้นไตรมาส แต่ ไม่รวมข้อมูลเกี่ยวกับอนุพันธ์ การขายชอร์ต การลงทุนเอกชน หรือธุรกรรมระหว่างไตรมาส
ดังนั้น รายงานนี้จึงเป็นเพียงภาพบางส่วนของการจัดสรรเงินทุนของ Goldman Sachs ในสินทรัพย์คริปโต แต่ถึงแม้จะมีข้อจำกัดดังกล่าว ข้อมูลก็ยังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ธนาคารกำลัง ลดการพึ่งพา altcoin ETF และหันไปเน้น Bitcoin โครงสร้างพื้นฐานคริปโต และผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สร้างรายได้จากเศรษฐกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายงาน 13F ไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Goldman Sachs แสดงการเปลี่ยนกลยุทธ์คริปโตครั้งสำคัญ โดยขาย XRP และ Solana ETF ทั้งหมด พร้อมลดการถือ Ethereum ETF อย่างมาก
รายงาน 13F ไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Goldman Sachs แสดงการเปลี่ยนกลยุทธ์คริปโตครั้งสำคัญ โดยขาย XRP และ Solana ETF ทั้งหมด พร้อมลดการถือ Ethereum ETF อย่างมาก Bitcoin ยังคงเป็นการลงทุนหลักของธนาคาร โดยถือประมาณ 690 ล้านดอลลาร์ในกองทุน IBIT ของ BlackRock และราว 25 ล้านดอลลาร์ใน FBTC ของ Fidelity แม้จะลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน
Goldman Sachs โยกเงินไปลงทุนในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโต เช่น Circle, Coinbase, Robinhood, Galaxy Digital และ PayPal พร้อมยื่นขอเปิดตัวกองทุน Bitcoin Premium Income ETF