สิ่งสำคัญคือ การเข้าร่วม SAFE เป็นแบบสมัครใจ ประเทศสมาชิกสามารถขอเงินกู้ระยะยาวต้นทุนต่ำเพื่อใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ
เมโลนีไม่ได้คัดค้านการเพิ่มงบกลาโหมโดยตรง แต่ต้องการให้สหภาพยุโรป ขยายความยืดหยุ่นทางการคลัง (fiscal flexibility) ไปยังมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานด้วย
รัฐบาลอิตาลีเสนอให้ ขยาย “National Escape Clause” ซึ่งปัจจุบันอนุญาตให้ประเทศสมาชิกใช้จ่ายด้านกลาโหมเกินกรอบงบประมาณได้ชั่วคราว ให้ครอบคลุมถึง:
ในจดหมายถึงประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) อิตาลีระบุว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรถูกยกเว้นจากการคำนวณขาดดุลงบประมาณของสหภาพยุโรป
ตรรกะของรัฐบาลโรมค่อนข้างตรงไปตรงมา: หากยุโรปมองว่าการลงทุนทางทหารเป็น “เรื่องยุทธศาสตร์” ที่สมควรได้รับการผ่อนคลายกฎงบประมาณ ความมั่นคงด้านพลังงานก็ควรถูกมองในระดับเดียวกัน
คำขอของอิตาลีมีรากฐานจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจจริง
เอกสารแผนงบประมาณของรัฐบาลระบุว่า ราคาพลังงานที่พุ่งสูง บวกกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทำให้การเพิ่มงบกลาโหมตามแผนเดิมเริ่มไม่แน่นอน
รัฐบาลให้เหตุผลว่าการช่วยเหลือครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญค่าไฟสูงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทางการเมือง หากต้องเพิ่มงบกลาโหมและอุดหนุนพลังงานพร้อมกัน งบประมาณของรัฐจะตึงตัวอย่างหนัก
ในความเป็นจริง อิตาลีได้ ปฏิเสธการใช้ช่องทางที่สามารถเพิ่มงบกลาโหมได้ราว 12,000 ล้านยูโร ภายใต้ความยืดหยุ่นของกฎขาดดุลงบประมาณของ EU เพราะรัฐบาลเลือกให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานก่อน
ปัญหานี้ยังสะท้อนแรงกดดันด้านการคลังของอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงที่สุดในยุโรป
ภายใต้กฎของสหภาพยุโรป ประเทศสมาชิกต้องพยายามรักษา การขาดดุลงบประมาณไม่ให้เกิน 3% ของ GDP มิฉะนั้นอาจถูกดำเนินมาตรการทางวินัยการคลัง
รัฐบาลเมโลนีกำลังพยายามรักษาระดับขาดดุลให้อยู่ในกรอบดังกล่าว ในขณะที่เศรษฐกิจเติบโตช้าและราคาพลังงานยังสูง นั่นทำให้ พื้นที่สำหรับการใช้จ่ายเพิ่มเติมมีจำกัดมาก
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าการขู่ลดบทบาทใน SAFE เป็น กลยุทธ์การเจรจา มากกว่าจะเป็นการต่อต้านนโยบายกลาโหมยุโรปโดยตรง
การเชื่อมโยง SAFE กับกฎงบประมาณด้านพลังงาน ทำให้อิตาลีพยายามผลักดันให้สหภาพยุโรปขยายความหมายของคำว่า “การใช้จ่ายเชิงยุทธศาสตร์” จากแค่กลาโหม ไปสู่ ความมั่นคงด้านพลังงาน ด้วย
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยุโรปยังคงระมัดระวัง เพราะหากยอมผ่อนคลายกฎสำหรับพลังงาน อาจทำให้ประเทศอื่น ๆ เรียกร้องข้อยกเว้นแบบเดียวกัน
กรณีของอิตาลีสะท้อนความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งสหภาพยุโรป
หลายประเทศกำลังถูกกดดันให้ต้องทำสามอย่างพร้อมกันคือ
สำหรับเศรษฐกิจที่มีหนี้สูงอย่างอิตาลี การรักษาสมดุลทั้งสามด้านนี้ยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ
การต่อรองของเมโลนีเกี่ยวกับ SAFE จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นกลาโหม แต่สะท้อน การต่อสู้ทางนโยบายระหว่างความมั่นคง พลังงาน และวินัยการคลัง ที่กำลังเกิดขึ้นในยุโรปขณะนี้
ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจว่าอิตาลีจะเข้าร่วม SAFE อย่างเต็มที่หรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับคำถามเดียว: บรัสเซลส์จะยอมเปิดพื้นที่ทางงบประมาณให้กับวิกฤตพลังงานมากแค่ไหน
Comments
0 comments