การวิเคราะห์ของ Reuters ระบุว่าสงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านทำให้บริษัททั่วโลกมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25 พันล้านดอลลาร์ และตัวเลขยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น [5][8] สายการบิน เคมีภัณฑ์ เหมืองแร่ และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักจากราคาพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบที่พุ่งสูง [3][4][13] ช่องแคบ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the global business and economic impacts of the U.S.-Israeli war with Iran, including the estimated $25 billion cost to companies,. Article summary: The war is acting like a global supply shock: companies are absorbing higher fuel, freight, insurance, input and rerouting costs, while demand is weakening in travel and consumer markets. A Reuters analysis cited by mult. Topic tags: general, general web, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Home National Economic shockwaves from U.S., Israel war on Iran threaten global stability. # Economic shockwaves from U.S., Israel war on Iran threaten global stability. **WASHINGT" source context "Economic shockwaves from U.S., Israel war on Iran threaten global stability - Final Call News" Reference image 2: visual
สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านกำลังสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลกในลักษณะคล้าย "ช็อกด้านอุปทาน" (supply shock) ธุรกิจจำนวนมากต้องรับมือกับต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการเดินทางก็เริ่มอ่อนตัวลง
การวิเคราะห์ของ Reuters ที่รวบรวมข้อมูลจากบริษัทในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย พบว่าความขัดแย้งนี้ทำให้บริษัททั่วโลกมีต้นทุนเพิ่มขึ้นแล้วอย่างน้อย 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนักวิเคราะห์เตือนว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากต้นทุนจำนวนมากยังไม่สะท้อนเต็มที่ในงบการเงินของบริษัท
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายถึงความเสียหายทางกายภาพโดยตรง แต่รวมถึงต้นทุนทางธุรกิจหลายด้าน เช่น
Reuters ระบุว่ามีบริษัทอย่างน้อย 279 แห่ง ที่กล่าวถึงสงครามนี้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อธุรกิจและทำให้ต้องออกมาตรการป้องกัน เช่น การขึ้นราคา ลดการผลิต หรือเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง
อุตสาหกรรมการบินได้รับแรงกดดันมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะ
การปิดหรือจำกัดน่านฟ้าในตะวันออกกลางทำให้เกิดการยกเลิกเที่ยวบินและเปลี่ยนเส้นทางจำนวนมากทั่วโลก
บริษัทเคมีได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะน้ำมันและก๊าซไม่เพียงเป็นพลังงาน แต่ยังเป็น วัตถุดิบสำคัญในการผลิต เช่น พลาสติก ปุ๋ย และสารเคมีอื่น ๆ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น
ธุรกิจเหมืองแร่ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นในหลายด้าน เช่น
นอกจากนี้เส้นทางการค้าบางส่วนที่ถูกรบกวนยังทำให้การส่งออกและจัดหาวัตถุดิบทำได้ยากขึ้น
บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคตั้งแต่ผู้ผลิตอาหารไปจนถึงสินค้าในครัวเรือนกำลังเผชิญแรงกดดันจาก
ขณะเดียวกันกำลังซื้อของผู้บริโภคก็อ่อนลง ทำให้บริษัทไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้เต็มที่เพื่อชดเชยต้นทุน
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้สงครามครั้งนี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลกคือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ
ข้อมูลจาก U.S. Energy Information Administration ระบุว่า ในปี 2024 มีน้ำมันไหลผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ยประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 20% ของการบริโภคน้ำมันของโลก
เส้นทางนี้ยังเป็นช่องทางสำคัญของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และการค้าพลังงานทางทะเลจำนวนมาก
เมื่อเกิดความเสี่ยงหรือการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซ ผลกระทบจึงขยายไปทั่วโลก เช่น
ประเทศในยุโรปและเอเชียถือว่าเสี่ยงมาก เพราะพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางผ่านเส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก
เพื่อจำกัดผลกระทบ หลายบริษัทเริ่มใช้มาตรการป้องกัน เช่น
บางบริษัทขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุน ขณะที่บางแห่งต้องลดคาดการณ์กำไรเพราะไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
นักวิเคราะห์เตือนว่า ผลกระทบที่แท้จริงอาจยังมาไม่ถึง เนื่องจากบริษัทจำนวนมากยังมีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น สัญญาซื้อเชื้อเพลิงล่วงหน้า หรือสต็อกวัตถุดิบ ซึ่งทำให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะค่อย ๆ ปรากฏในงบการเงินในไตรมาสถัดไป
หากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ราคาพลังงานและวัตถุดิบอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติม ตั้งแต่การผลิตอาหาร อุตสาหกรรมการผลิต ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลก
ด้วยเหตุนี้ ตัวเลข 25 พันล้านดอลลาร์ จึงถูกมองว่าเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้นของความเสียหายทางธุรกิจ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การวิเคราะห์ของ Reuters ระบุว่าสงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านทำให้บริษัททั่วโลกมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25 พันล้านดอลลาร์ และตัวเลขยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น [5][8]
การวิเคราะห์ของ Reuters ระบุว่าสงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านทำให้บริษัททั่วโลกมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25 พันล้านดอลลาร์ และตัวเลขยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น [5][8] สายการบิน เคมีภัณฑ์ เหมืองแร่ และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักจากราคาพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบที่พุ่งสูง [3][4][13]
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก มีน้ำมันไหลผ่านประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 20% ของการบริโภคน้ำมันโลก [1]