ในวัสดุบางชนิด โดเมนเหล่านี้ไม่ได้เรียงตัวเป็นเส้นเรียบ แต่รวมกันเป็นเครือข่ายซิกแซกซับซ้อนคล้ายเขาวงกต เรียกว่า maze domains โครงสร้างลักษณะนี้สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่ออุณหภูมิหรือสนามแม่เหล็กภายนอกเปลี่ยน ทำให้การอธิบายด้วยโมเดลฟิสิกส์แบบเดิมทำได้ยาก
เนื่องจากการกลับทิศแม่เหล็กต้องอาศัยการเคลื่อนที่ การรวมตัว หรือการแยกตัวของโดเมน รูปร่างและโครงสร้างของเครือข่ายโดเมนจึงมีผลโดยตรงต่อปริมาณพลังงานที่สูญเสียในแต่ละรอบการทำงานของมอเตอร์
ขั้นตอนแรกของงานวิจัยคือการใช้ภาพจากกล้องจุลทรรศน์ที่แสดงรูปแบบของโดเมนแม่เหล็ก
นักวิจัยใช้เทคนิคจาก topological data analysis ที่เรียกว่า persistent homology เพื่อดึงลักษณะโครงสร้างสำคัญออกมาจากภาพ เช่น
ผลลัพธ์คือ รูปแบบโดเมนที่ดูยุ่งเหยิงในภาพถูกแปลงเป็น คุณลักษณะเชิงตัวเลข ที่สามารถวิเคราะห์ด้วยโมเดลฟิสิกส์และระบบ machine learning ได้
โมเดล Landau และ Ginzburg–Landau แบบดั้งเดิมใช้พลังงานอิสระเพื่ออธิบายการเปลี่ยนสถานะและการจัดเรียงแม่เหล็กของวัสดุ แต่โมเดลเหล่านี้ไม่สามารถอธิบายจำนวนรูปแบบที่เป็นไปได้มหาศาลของโดเมนแบบเขาวงกตได้ดีนัก
ทีมวิจัยจึงเพิ่มตัวแปร entropy (เอนโทรปี) เข้าไปในสมการพลังงานอิสระ เกิดเป็นโมเดลใหม่ที่เรียกว่า
การเพิ่มเอนโทรปีทำให้โมเดลสามารถสะท้อนความซับซ้อนทางสถิติของรูปแบบโดเมนได้ กล่าวคือ ไม่เพียงพิจารณาพลังงานจากปฏิสัมพันธ์แม่เหล็กเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงจำนวนรูปแบบการจัดเรียงที่เป็นไปได้ในระดับจุลภาคด้วย
เมื่อรวมข้อมูลโทโพโลยีจาก persistent homology เข้าไป โมเดลจึงสามารถระบุได้ว่า
ผลลัพธ์คือระบบ Explainable AI ที่เชื่อมโยงภาพโดเมนแม่เหล็กที่สังเกตได้ เข้ากับภูมิทัศน์พลังงานทางฟิสิกส์ที่อยู่เบื้องหลัง
เมื่อใช้เฟรมเวิร์ก eX‑GL วิเคราะห์ข้อมูล นักวิจัยพบว่าโครงสร้างโดเมนแบบเขาวงกตสัมพันธ์กับ ตำแหน่งเฉพาะในภูมิทัศน์พลังงานอิสระของวัสดุแม่เหล็ก
ตำแหน่งเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น energy barriers ที่กำหนดว่าโดเมนจะจัดเรียงใหม่ได้ง่ายหรือยากเพียงใดในระหว่างการกลับทิศแม่เหล็ก
โมเดลจึงแสดงให้เห็นว่าการกลับทิศแม่เหล็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังงานแม่เหล็กเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการแข่งขันระหว่าง
ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันทำให้การกลับทิศแม่เหล็กในวัสดุที่มี maze domains อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนตามอุณหภูมิ และนำไปสู่การสูญเสียพลังงานสูง
หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของงานวิจัยคือการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่าง
โครงสร้างโดเมนระดับจุลภาค และ พฤติกรรมฮิสเทอรีซิสระดับมหภาคของวัสดุแม่เหล็ก
เฟรมเวิร์กนี้สามารถระบุสาเหตุของการสูญเสียพลังงานในวัสดุ เช่น non‑oriented electrical steel ได้โดยอัตโนมัติ ผ่านการวิเคราะห์ว่าโครงสร้างโดเมนสัมพันธ์กับภูมิทัศน์พลังงานอย่างไรระหว่างการกลับทิศแม่เหล็ก
เนื่องจาก iron loss เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดเมนที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ การค้นหา energy barriers ที่เกี่ยวข้องจึงช่วยชี้ตำแหน่งที่พลังงานสูญเสียในกระบวนการนั้น
รถยนต์ไฟฟ้าต้องพึ่งพามอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งใช้วัสดุแม่เหล็กอ่อนในแกนมอเตอร์ สนามแม่เหล็กภายในแกนจะกลับทิศซ้ำ ๆ ระหว่างการทำงาน ทำให้โดเมนแม่เหล็กต้องจัดเรียงใหม่ตลอดเวลา และเกิด iron loss ตามมา
หากนักวิจัยสามารถระบุได้ว่าโครงสร้างโดเมนแบบใดและเงื่อนไขอุณหภูมิแบบใดสร้างอุปสรรคพลังงานสูงที่สุด วิศวกรก็อาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อ
การลด iron loss ภายในวัสดุเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าได้ แม้ว่างานวิจัยปัจจุบันยังไม่ได้ระบุค่าการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงตัวเลขที่แน่ชัด
งานวิจัยนี้ยังเป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้ AI ที่อธิบายได้ (Explainable AI) ร่วมกับทฤษฎีฟิสิกส์
แทนที่จะใช้ machine learning เป็น “กล่องดำ” นักวิจัยนำคุณลักษณะที่ตีความได้จากโทโพโลยีและอุณหพลศาสตร์มาผสานเข้ากับแบบจำลองพลังงานอิสระที่มีความหมายทางฟิสิกส์จริง
แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยทำนายพฤติกรรมของวัสดุ แต่ยังช่วยเปิดเผยกลไกพื้นฐานที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างระดับจุลภาค ซึ่งก่อนหน้านี้วิเคราะห์ได้ยากมากด้วยวิธีดั้งเดิม
Comments
0 comments