Kallas ชี้ว่าเหตุผลที่มหาอำนาจไม่ต้องการเห็น EU เป็นเอกภาพ ก็เพราะเมื่อยุโรป “ยืนด้วยกัน” จะกลายเป็นกำลังทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถต่อรองกับมหาอำนาจอื่นได้อย่างเท่าเทียม
คำเตือนนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง EU กับสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดัน
ในเดือนกรกฎาคม 2025 ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Ursula von der Leyen และประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ได้ตกลงกรอบความร่วมมือด้านภาษีและการค้าเพื่อสร้าง “เสถียรภาพและความคาดการณ์ได้” ให้กับธุรกิจทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
แต่การนำข้อตกลงไปใช้จริงกลับไม่ง่าย
ในบริบทนี้ Kallas เกรงว่าหากประเทศสมาชิกเริ่ม เจรจาโดยตรงกับวอชิงตันเป็นรายประเทศ จะทำให้จุดยืนของ EU อ่อนลง และลดพลังต่อรองของตลาดเดียวที่มีผู้บริโภคกว่า 400 ล้านคน
นอกจากเรื่องการค้าแล้ว EU ยังเผชิญความเห็นต่างเรื่องแนวทางต่อรัสเซีย
บางประเทศสมาชิกเชื่อว่าควรเปิดการเจรจากับมอสโกเพื่อหาทางยุติสงครามยูเครน ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าควรรักษาแรงกดดันต่อรัสเซียต่อไปก่อนที่จะเปิดโต๊ะพูดคุย
ความไม่ลงรอยกันนี้ทำให้ EU ยังไม่สามารถกำหนดแนวทางร่วมได้ว่า ควรคุยกับรัสเซียเมื่อใดและอย่างไร ซึ่งยิ่งทำให้ข้อเรียกร้องเรื่องความเป็นเอกภาพของ Kallas มีความสำคัญมากขึ้น
ฝั่งรัสเซียแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับบทบาทของเธอในการเจรจาในอนาคต
โฆษกเครมลิน Dmitry Peskov ระบุว่า Kallas ไม่ควรเป็นผู้แทนเจรจากับมอสโก และกล่าวว่าเธอจะเผชิญสถานการณ์ที่ “ไม่ง่าย” หากต้องทำหน้าที่ดังกล่าว พร้อมชี้ว่ารัสเซียอาจต้องการคู่เจรจาที่ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านมอสโกอย่างรุนแรงมาก่อน
สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนว่าการเรียกร้องของ Kallas ไม่ได้เป็นเพียงคำเตือนเชิงทฤษฎี แต่เป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจริงหลายด้านพร้อมกัน
สำหรับผู้นำการทูตของสหภาพยุโรป ประเด็นหลักจึงชัดเจน: ถ้ายุโรปแตกแยก อำนาจต่อรองก็จะหายไป แต่ถ้ายุโรปรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก็สามารถยืนหยัดต่อมหาอำนาจอื่นได้ในระดับที่เท่าเทียม
Comments
0 comments