รายงานระบุว่า SpaceX ต้องการ ระดมทุนประมาณ 75 พันล้านดอลลาร์ ที่มูลค่ากิจการราว 1.75 ล้านล้านดอลลาร์
หากเกิดขึ้นจริง ดีลนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าสถิติ IPO หลายรายการในอดีต และอาจแซงการเข้าตลาดของ Saudi Aramco ในปี 2019 ที่เคยถือสถิติระดมทุนสูงสุด
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรรอข้อมูลจริงจากหนังสือชี้ชวน เช่น
ตัวเลขเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่ามูลค่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์นั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
มีรายงานว่า BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังหารือเพื่อเข้าลงทุน ประมาณ 5–10 พันล้านดอลลาร์ ใน IPO ของ SpaceX
หากเกิดขึ้นจริง BlackRock อาจกลายเป็นหนึ่งในนักลงทุนหลัก (anchor investor) ของดีล ซึ่งมักช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อดีลในช่วงก่อนเข้าตลาด
อย่างไรก็ตาม การมีนักลงทุนรายใหญ่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะให้ผลตอบแทนดีเสมอ จำนวนเงินลงทุนสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับราคา IPO และเงื่อนไขของดีล
โดยปกติ IPO ในวอลล์สตรีทมักจัดสรรให้รายย่อยเพียงประมาณ 5–10% เท่านั้น ดังนั้นสัดส่วนระดับนี้ถือว่าสูงมาก
ข้อดีคือ
แต่ก็ทำให้นักลงทุนต้องพิจารณาว่า
ราคาประเมินต่อหุ้นจึงลดลงจากประมาณ
การแตกหุ้นไม่ได้ทำให้บริษัทถูกลง แต่เพียงทำให้ราคาหุ้นต่อหน่วยดูเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุน
เอกสารบางรายงานระบุว่า SpaceX ใช้โครงสร้างหุ้นแบบ dual‑class ซึ่งทำให้ Elon Musk และผู้ก่อตั้งยังคงควบคุมเสียงโหวตของบริษัทอย่างมาก
ตัวอย่างที่ถูกอ้างถึงคือ
สำหรับนักลงทุนสาธารณะ นั่นหมายความว่า
แม้ SpaceX จะมีธุรกิจที่น่าสนใจหลายด้าน เช่น
แต่ราคาประเมินระดับ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ หมายความว่าตลาดคาดหวังการเติบโตมหาศาลในอนาคตแล้ว
ดังนั้นก่อนลงทุน นักลงทุนควรตรวจสอบจากเอกสาร S‑1 ว่า
หากตัวเลขจริงไม่สอดคล้องกับความคาดหวังสูงระดับนี้ ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนของผู้ซื้อหุ้นในตลาดสาธารณะก็อาจเพิ่มขึ้นได้
สรุปง่าย ๆ: นี่อาจเป็น IPO ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน แต่ขนาดดีลที่ใหญ่ไม่ได้แปลว่าการลงทุนจะปลอดภัยหรือคุ้มค่าเสมอไป
Comments
0 comments