เจ้าหน้าที่จีนยังสนับสนุนให้ Citigroup ขยายธุรกิจในปักกิ่งและช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดทุนจีน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจีนที่ต้องการเพิ่มบทบาทของนักลงทุนสถาบันระดับโลกในระบบการเงินของประเทศ
แม้การพูดคุยจะเน้นประเด็นธุรกิจการเงิน แต่ก็มีความหมายเชิงสัญญาณทางการทูต ว่าจีนยังต้องการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำของสหรัฐฯ
ช่วงเวลาของการพบปะครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะ Fraser เดินทางมาในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจอเมริกันที่ร่วมคณะกับประธานาธิบดี Donald Trump ในการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี Xi Jinping ที่ปักกิ่ง
คณะดังกล่าวประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และการเงินหลายแห่ง สะท้อนว่าภาคธุรกิจถูกดึงเข้ามามีบทบาทในเวทีการทูตเศรษฐกิจมากขึ้น
ประเด็นหลักของการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสองประเทศครอบคลุมเรื่องสำคัญระดับยุทธศาสตร์ เช่น การค้า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ และประเด็นไต้หวัน ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในปัจจุบัน
การต้อนรับผู้บริหารจาก Wall Street อย่าง Citigroup ยังเป็นส่วนหนึ่งของข้อความที่จีนต้องการส่งถึงนักลงทุนทั่วโลก
เจ้าหน้าที่จีนย้ำหลายครั้งว่าประเทศกำลังเดินหน้าปฏิรูประบบการเงินและเปิดตลาดทุนมากขึ้น การให้ธนาคารต่างชาติเข้าร่วมในธุรกิจหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และการบริหารสินทรัพย์ ช่วยเพิ่มความเป็นสากลของตลาดการเงินจีน และช่วยดึงเงินทุนระยะยาวจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
การพบปะกับผู้นำธนาคารระดับโลกจึงเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
แม้บรรยากาศในการพบปะจะดูเป็นมิตร แต่ฉากหลังทางการเมืองยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด การประชุมสุดยอด Trump–Xi มีถ้อยแถลงเชิงบวกเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ "มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์" แต่ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมยังมีจำกัด
ทั้งสองประเทศยังคงแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในหลายด้าน ตั้งแต่เทคโนโลยีขั้นสูง นโยบายการค้า ไปจนถึงความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย
ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนจึงเริ่มมีลักษณะ “สองเส้นทาง” คือ แข่งขันกันในภาคยุทธศาสตร์ แต่ยังคงรักษาความร่วมมือในภาคเศรษฐกิจและการเงิน
ใบอนุญาตบริษัทหลักทรัพย์ของ Citigroup และการพบปะของ Jane Fraser กับผู้นำจีน จึงเป็นมากกว่าการขยายธุรกิจของธนาคาร
เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ภาคการเงินและบริษัทข้ามชาติได้กลายเป็นช่องทางสำคัญในการรักษาการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศมหาอำนาจของโลก
แม้ความขัดแย้งด้านเทคโนโลยี การค้า และความมั่นคงจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ตลาดการเงินและการลงทุนอาจยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ที่สหรัฐฯ และจีนยังสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
Comments
0 comments