ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำให้สัมภาษณ์ล่าสุดของผู้บริหาร Bitmine
ในงาน Consensus 2026 ที่ไมอามี Tom Lee ระบุว่าบริษัทอาจ ลดความเร็วในการซื้อ Ethereum เนื่องจากกำลังเข้าใกล้เป้าหมายระยะยาวคือการถือครอง 5% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด
รายงานในช่วงเดียวกันยังระบุว่าบริษัทได้เริ่มลดอัตราการซื้อรายสัปดาห์ จากเดิมมากกว่า 100,000 ETH ต่อสัปดาห์ เหลือประมาณ 26,659 ETH ในสัปดาห์ล่าสุด
ดังนั้น หากธุรกรรม เกือบ 89,000 ETH เกิดขึ้นจริงหลังจากคำประกาศดังกล่าว ก็ถือว่าใหญ่กว่าการซื้อรายสัปดาห์ล่าสุดอย่างเห็นได้ชัด และอาจตีความได้ว่าบริษัท ยังคงสะสม ETH อย่างจริงจัง แม้จะส่งสัญญาณว่าจะชะลอการซื้อ
Bitmine ถือครอง Ethereum จำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาบริษัทจดทะเบียน
จากการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่า Bitmine มี:
ด้วยตัวเลขนี้ Bitmine จึงถูกมองว่าเป็น บริษัทที่ถือ Ethereum มากที่สุดในโลกในเชิงองค์กร
ETH จำนวนมากของบริษัทไม่ได้ถูกเก็บเฉย ๆ แต่ถูกนำไป stake เพื่อรับผลตอบแทนจากเครือข่าย
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Bitmine มี ETH ที่นำไป stake ประมาณ 4.7 ล้านเหรียญ ผ่านโครงสร้าง validator ของบริษัท
รายงานบางแห่งประเมินว่าปริมาณดังกล่าวอาจสร้าง รายได้จาก staking หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนของเครือข่ายในช่วงนั้น
กลยุทธ์นี้ทำให้ Ethereum กลายเป็นทั้ง สินทรัพย์สำรองของบริษัท และ สินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้ ไปพร้อมกัน
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของ Bitmine คือการถือครอง 5% ของอุปทาน Ethereum ทั้งหมด ซึ่งหากใช้อุปทานประมาณ 120.7 ล้าน ETH เท่ากับประมาณ 6 ล้าน ETH
จากตัวเลขคลังล่าสุด:
หากมีการเพิ่ม 89,026 ETH จริง ยอดรวมจะเพิ่มเป็นประมาณ 5.30 ล้าน ETH ซึ่งยังคงห่างจากเป้าหมาย 5% อยู่ราว 730,000 ETH แต่ก็ทำให้บริษัทเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นอีกเล็กน้อย
สิ่งสำคัญคือ ธุรกรรม 89,026 ETH ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก Bitmine โดยตรง
ปกติแล้วบริษัทจะเปิดเผยตัวเลขคลังผ่านข่าวประชาสัมพันธ์หรือเอกสารทางการ ขณะที่ธุรกรรมที่นักวิเคราะห์ตรวจพบบนบล็อกเชนอาจปรากฏก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการ
ดังนั้น จนกว่าจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการ การเชื่อมโยงธุรกรรมนี้กับ Bitmine หรือ Tom Lee จึงควรถูกมองว่าเป็น ข้อสันนิษฐานจากรูปแบบธุรกรรมบนบล็อกเชน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ Bitmine ถือครอง Ethereum ในระดับที่มีอิทธิพลต่อระบบนิเวศ และแม้การซื้อเพิ่มเพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้บริษัทขยับเข้าใกล้เป้าหมาย การถือครอง 5% ของเครือข่าย Ethereum ได้อย่างมีนัยสำคัญ
Comments
0 comments