Gemini Intelligence ต้องการชิปเรือธง RAM อย่างน้อย 12GB รองรับ Android AI Core และ Gemini Nano v3 พร้อมนโยบายอัปเดตระบบยาวหลายปี ทำให้มือถือพรีเมียมบางรุ่นไม่ผ่านเงื่อนไข [1][2] คาดว่า Google Pixel 10 และ Samsung Galaxy S26 จะเป็นสมาร์ตโฟนชุดแรกที่รองรับแพลตฟอร์ม AI ใหม่นี้ [37] ข้อกำหนดที่เข้มงวดสะท้อนกลยุทธ์ของ Go...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are Google’s minimum hardware and software requirements for Gemini Intelligence, why do recent flagship phones like the Pixel 9 series. Article summary: Google’s stated bar for Gemini Intelligence is unusually high: a flagship-class chip, at least 12GB RAM, Android AI Core support, Gemini Nano v3 or newer, and a long update commitment of at least five Android OS upgrades. Topic tags: general, general web, user generated, documentation. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "In terms of hardware requirements, Gemini runs on most modern smartphones, though performance can vary depending on the device. Android phone" source context "Google Gemini explained: Everything you need to know about Google’s AI in 2026 - Digital Trends" Reference image 2: visual subject "In terms
Google กำลังผลักดันแพลตฟอร์ม AI ใหม่บน Android ที่เรียกว่า Gemini Intelligence ซึ่งถูกออกแบบมาให้ช่วยทำงานอัตโนมัติ สรุปข้อมูล และโต้ตอบกับแอปต่าง ๆ ได้ลึกกว่าผู้ช่วยดิจิทัลแบบเดิม
แต่ฟีเจอร์ชุดนี้ไม่ได้เปิดใช้กับมือถือ Android ทุกเครื่องเหมือนการอัปเดตทั่วไป เพราะ Google ตั้งเงื่อนไขด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ค่อนข้างสูง ส่งผลให้แม้แต่สมาร์ตโฟนระดับเรือธงบางรุ่นก็อาจไม่รองรับ
ด้านล่างคือเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น
จากข้อมูลเอกสารและรายงานเกี่ยวกับการเปิดตัว Gemini Intelligence ระบุว่าอุปกรณ์ Android ที่จะรองรับต้องมีเงื่อนไขหลักดังนี้
ข้อกำหนดเหล่านี้สูงกว่าการใช้งาน Gemini แบบก่อนหน้า เช่นใน Google Messages ที่ยังพึ่งการประมวลผลบนคลาวด์อยู่พอสมควร ทำให้เครื่องที่ RAM น้อยกว่ายังใช้งานได้
สำหรับ Gemini Intelligence นั้น Google เน้นการทำงานแบบ on‑device AI หรือการประมวลผลบนเครื่องโดยตรงมากขึ้น จึงต้องใช้ฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังกว่า
หนึ่งในเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือการรองรับ Gemini Nano ซึ่งเป็นโมเดล AI แบบ foundation model ที่ Google ออกแบบให้ทำงานบนตัวเครื่อง
โมเดลนี้ทำงานผ่านบริการระบบของ Android ที่เรียกว่า AICore ซึ่งใช้ฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์เพื่อประมวลผล AI แบบหน่วงต่ำโดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังคลาวด์
สถาปัตยกรรมแบบนี้ทำให้เกิดฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง เช่น
อย่างไรก็ตาม โมเดลเวอร์ชันใหม่อย่าง Gemini Nano v3 ต้องการฮาร์ดแวร์และ pipeline AI ที่ปรับแต่งเฉพาะ หากสมาร์ตโฟนไม่สามารถรันโมเดลเวอร์ชันนี้ผ่าน AICore ได้ ก็อาจถูกตัดออกจากการรองรับ Gemini Intelligence
รายงานที่วิเคราะห์ข้อกำหนดของ Google ระบุว่า Pixel 9 series และ Samsung Galaxy Z Fold 7 อาจไม่ผ่านเงื่อนไขสุดท้ายของ Gemini Intelligence
เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่อง เพราะทั้งสองรุ่นถือว่าเป็นมือถือระดับไฮเอนด์
ประเด็นหลักอยู่ที่ การรองรับโมเดล AI เวอร์ชันใหม่ โดยเฉพาะ Gemini Nano v3 หากฮาร์ดแวร์หรือระบบ AI accelerator ของเครื่องไม่รองรับโมเดลเวอร์ชันนี้ ก็อาจไม่สามารถใช้ฟีเจอร์ Gemini Intelligence ได้ แม้สเปกโดยรวมจะดูแรงก็ตาม
จึงเกิดสถานการณ์ที่ค่อนข้างแปลกสำหรับตลาดสมาร์ตโฟน คือ มือถือเรือธงที่เพิ่งออกไม่นาน อาจไม่ได้รับฟีเจอร์ AI รุ่นล่าสุดของ Android
Google ระบุว่า Gemini Intelligence จะเริ่มเปิดใช้งานกับ มือถือ Samsung Galaxy และ Google Pixel บางรุ่นในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ก่อนจะขยายไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ในภายหลัง
รายงานหลายแหล่งชี้ว่าอุปกรณ์ชุดแรกน่าจะเป็น
มือถือสองตระกูลนี้คาดว่าจะมาพร้อมฮาร์ดแวร์และระบบ AI ที่ออกแบบมาสำหรับ Gemini Nano รุ่นใหม่ตั้งแต่ต้น
ฟีเจอร์ช่วงแรกอาจรวมถึงระบบ AI ที่สามารถทำ งานหลายขั้นตอนอัตโนมัติข้ามแอป เช่น สั่งจองบริการ เติมข้อมูลในฟอร์ม หรือจัดการงานประจำวันโดยใช้คำสั่งเดียว
ข้อกำหนดที่เข้มงวดของ Gemini Intelligence แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแนวทางสำคัญของ Android
ในอดีต ฟีเจอร์หลักของ Android มักมาถึงผ่านการอัปเดตระบบหรือ Google Play services และสามารถทำงานบนอุปกรณ์หลากหลายรุ่น
แต่สำหรับ AI รุ่นใหม่นี้ Googleกำลังผูกความสามารถระดับสูงเข้ากับ ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่โดยตรง ที่สามารถรันโมเดล AI บนอุปกรณ์ได้
ผลที่ตามมามีหลายอย่าง เช่น
เป้าหมายของ Google คือทำให้ Android กลายเป็นระบบที่ ทำงานเชิงรุกและอัตโนมัติมากขึ้นด้วย AI แต่การไปถึงจุดนั้นต้องอาศัยฮาร์ดแวร์ที่สามารถรันโมเดล AI ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ได้โดยตรงบนตัวเครื่อง
ในอนาคต Gemini Intelligence ยังมีแผนขยายไปยังอุปกรณ์อื่น เช่น สมาร์ตวอทช์ รถยนต์ และอุปกรณ์ Android รูปแบบใหม่ ซึ่งหมายความว่า ข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์จะยังคงเป็นตัวกำหนดว่าอุปกรณ์ใดจะได้ใช้ความสามารถ AI รุ่นถัดไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Gemini Intelligence ต้องการชิปเรือธง RAM อย่างน้อย 12GB รองรับ Android AI Core และ Gemini Nano v3 พร้อมนโยบายอัปเดตระบบยาวหลายปี ทำให้มือถือพรีเมียมบางรุ่นไม่ผ่านเงื่อนไข [1][2]
Gemini Intelligence ต้องการชิปเรือธง RAM อย่างน้อย 12GB รองรับ Android AI Core และ Gemini Nano v3 พร้อมนโยบายอัปเดตระบบยาวหลายปี ทำให้มือถือพรีเมียมบางรุ่นไม่ผ่านเงื่อนไข [1][2] คาดว่า Google Pixel 10 และ Samsung Galaxy S26 จะเป็นสมาร์ตโฟนชุดแรกที่รองรับแพลตฟอร์ม AI ใหม่นี้ [37]
ข้อกำหนดที่เข้มงวดสะท้อนกลยุทธ์ของ Google ที่ผูกฟีเจอร์ AI ขั้นสูงกับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่และการประมวลผลบนอุปกรณ์มากขึ้น