นั่นหมายความว่าองค์กรยังต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมนุษย์เพื่อ
อีกความท้าทายคือ AI อาจสร้าง รายการช่องโหว่จำนวนมากเกินไป จนทีมรักษาความปลอดภัยต้องเสียเวลาตรวจสอบ false positives จำนวนมาก
แม้ Mythos จะถูกมองว่าเป็นโมเดล AI ด้านไซเบอร์ที่ล้ำหน้ามาก แต่การทดสอบของ AISI พบว่า GPT‑5.5 จาก OpenAI ก็มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันในหลายงานด้านไซเบอร์
รายงานของ AISI ระบุว่า GPT‑5.5 เป็นโมเดลตัวที่สองที่สามารถผ่านการจำลองการโจมตีเครือข่ายหลายขั้นตอนแบบเดียวกับที่ Mythos ทำได้
ในแง่ของการใช้งานจริง สิ่งที่อาจสร้างความแตกต่างมากกว่าความสามารถของโมเดลเพียงอย่างเดียวคือ
นอกจากนี้ยังมีการทดลองบางส่วนที่พบว่า โมเดลราคาถูกหรือโอเพ่นซอร์สขนาดเล็ก อาจทำงานบางด้านได้ใกล้เคียง หากถูกออกแบบระบบเครื่องมือรอบตัวอย่างเหมาะสม
ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า benchmark ด้านไซเบอร์จำนวนมากใช้สภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุม เช่น
สถานการณ์จริงมักซับซ้อนกว่านั้น เช่น log ที่ไม่สมบูรณ์ การเข้าถึงระบบจำกัด หรือผลกระทบจากการแพตช์ระบบ ซึ่งทำให้การประเมินในห้องทดลองอาจ มองโลกสวยกว่าการใช้งานจริง
แม้จะยังมีข้อจำกัด แต่หลายประเทศและสถาบันการเงินกำลังเร่งเข้าถึงเทคโนโลยีประเภทนี้
ตัวอย่างเช่น
รัฐบาลญี่ปุ่นยังตั้ง คณะทำงานเฉพาะกิจด้านความเสี่ยงไซเบอร์จาก AI หลังการเปิดตัว Mythos เพื่อประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน
ข้อมูลจาก AISI ชี้ว่า ความสามารถของ AI ในงานไซเบอร์กำลังพัฒนาเร็วมาก โดย ระยะเวลาของงานที่ AI สามารถทำได้เองเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกไม่กี่เดือน ในชุดการทดสอบเฉพาะทางของพวกเขา
ศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCSC) ก็เตือนว่า AI ขั้นสูงเริ่มช่วยในหลายขั้นตอนของการโจมตีไซเบอร์ เช่น
จากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน Mythos น่าจะเป็น ผู้ช่วยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ทรงพลังมาก โดยเฉพาะในการค้นหาช่องโหว่และทดลองการโจมตีเชิงเทคนิค
แต่การตีความที่ปลอดภัยที่สุดคือมันเป็น เครื่องมือช่วยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอัตโนมัติ และยังมีคำถามสำคัญที่ต้องพิสูจน์ต่อไป เช่น
คำตอบของคำถามเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า Mythos จะกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานของอุตสาหกรรมไซเบอร์ หรือเป็นเพียงอีกหนึ่งก้าวในการแข่งขันของ AI ระดับแนวหน้า
Comments
0 comments