เดมี มัวร์กล่าวบนเวทีคานส์ว่า “AI is here” และการสู้เพื่อปฏิเสธ AI ทั้งหมดคือศึกที่ “เราจะแพ้” สะท้อนท่าทีใหม่ของฮอลลีวูดที่เริ่มมอง AI เป็นสิ่งที่ต้องกำกับ ไม่ใช่แค่ต่อต้าน คานส์เองส่งสัญญาณสองทาง: ยืนยันคุณค่าภาพยนตร์ที่มนุษย์สร้าง ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า AI เข้าสู่สตูดิโอ ห้องตัดต่อ และกระบวนการสร้างสรรค์แล้ว โจทย...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Demi Moore’s comments at the 79th Cannes Film Festival reflect Hollywood’s changing attitude toward artificial intelligence, includi. Article summary: Demi Moore’s Cannes comments captured a shift from outright resistance to managed adoption: Hollywood is increasingly treating AI as unavoidable, but demanding rules that protect human authorship, consent, compensation, . Topic tags: general, general web, user generated, education. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The actress feels“AI is here”, and Hollywood should“find ways in which we can work with it”, reports 'Variety'. The actress attended the Cannes" source context "Demi Moore Says Hollywood Must 'Find Ways' To Work With AI, Insists On Regulations" Reference image 2: visual subject "Demi Moore, speaking at
คำตอบของเดมี มัวร์บนเวทีแถลงข่าวคณะกรรมการตัดสินที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์สะดุดหู เพราะมันไม่ใช่ทั้งคำประกาศรัก AI หรือคำปฏิญาณต้าน AI แบบสุดทาง แต่เป็นภาพของฮอลลีวูดที่กำลังเข้าสู่โหมด “รับมือด้วยกติกา” มัวร์กล่าวว่า “AI is here” ฮอลลีวูดต้อง “หาวิธีทำงานร่วมกับมัน” และการสู้เพื่อปฏิเสธมันตรง ๆ จะเป็น “การต่อสู้ที่เราจะแพ้”; เมื่อถูกถามเรื่องการปกป้องตัวเองด้วยกฎระเบียบ เธอยอมรับว่าอุตสาหกรรม “น่าจะยังทำไม่พอ”
ประเด็นของมัวร์เป็นท่าทีแบบคนทำงาน มากกว่าการเปิดไฟเขียวให้เครื่องจักรมาแทนศิลปิน รายงานจากคานส์ชี้ว่าเธอย้ำความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ยังทดแทนไม่ได้ และศิลปะที่แท้จริงมาจาก “จิตวิญญาณ” และ “สปิริต” ไม่ใช่แค่ความสามารถทางเทคนิคในการผลิตภาพหรือเสียง
นี่คือเส้นแบ่งสำคัญของคำพูดชุดนี้ มัวร์ไม่ได้บอกว่าสตูดิโอควรมอบอำนาจสร้างสรรค์ให้ระบบอัตโนมัติ แต่กำลังบอกว่าวงการไม่อาจทำเหมือน AI ไม่อยู่ตรงหน้าได้อีกแล้ว ดังนั้นสนามต่อสู้ที่มีประโยชน์กว่าคือ AI จะถูกใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร ต้องเปิดเผยแค่ไหน ใครเป็นคนควบคุม และต้องมีกฎอะไรคอยจำกัด
ท่าทีของคานส์ทำให้คำพูดของมัวร์ไม่ใช่แค่ความเห็นของคนดังคนหนึ่ง แต่สะท้อนอารมณ์ร่วมของอุตสาหกรรมในเวลานี้ ในบทถอดความการประกาศรายชื่อ Official Selection คานส์ยอมรับว่า AI เข้าไปอยู่ในสตูดิโอ ห้องตัดต่อ และกระบวนการสร้างสรรค์แล้ว พร้อมบอกว่าเทศกาลจะไม่หลับตาต่อความจริงนั้น แต่ก็ “ปฏิเสธไม่ให้ AI มาวางกฎให้ภาพยนตร์”
รายงานยังระบุว่าเทศกาลครั้งที่ 79 วางเส้นแบ่งสำหรับการแข่งขันหลัก โดยผลงานที่ให้ generative AI ขับเคลื่อนการเขียนบท การสร้างภาพ หรือการสังเคราะห์การแสดงหลัก ถูกอธิบายว่าไม่มีสิทธิ์เข้าชิงปาล์มทองคำและ Official Competition
อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง ระเบียบภาพยนตร์ขนาดยาวใน Official Selection ที่เผยแพร่แยกต่างหากระบุหมวดคัดเลือก อำนาจดุลพินิจของเทศกาล และเงื่อนไขคุณสมบัติทั่วไป แต่ข้อความเฉพาะเรื่อง AI ไม่ได้ปรากฏอยู่ในส่วนระเบียบที่อ้างถึงนั้น ดังนั้น ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดคือ “เส้นต้านการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI” ของคานส์เป็นข้อที่มีการรายงาน และสอดคล้องกับวาทะสาธารณะของเทศกาลเรื่องการปกป้องการสร้างสรรค์โดยมนุษย์ แต่ถ้าจะยึดถ้อยคำทางกฎอย่างเป๊ะ ๆ ยังควรรอการยืนยันจากระเบียบฉบับเต็มโดยตรง
สารของคานส์จึงไม่ใช่ “ห้ามพูดถึง AI” หรือ “AI ไม่มีที่ยืน” รายงานช่วงเปิดเทศกาลปี 2026 ระบุว่า ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อภาพยนตร์และงานในอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่นอกจอที่คนพูดถึงรอบงาน กล่าวอีกแบบคือ เทศกาลสามารถปกป้องสถานะเชิงสัญลักษณ์ของภาพยนตร์ที่มนุษย์สร้างในเวทีแข่งขัน ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้ฝั่งธุรกิจและฝั่งสร้างสรรค์ถกกันจริงจังว่าเครื่องมือ AI จะเข้ามาอยู่ตรงไหน
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มในปี 2026 ย้อนกลับไปในปี 2023 วงเสวนาที่คานส์ซึ่งจัดโดย SACD และ CNC ได้วางกรอบ generative AI ไว้ทั้งในฐานะ “เครื่องมือ” และ “ภัยคุกคาม” สำหรับผู้สร้าง โดยมีประเด็นลิขสิทธิ์และความเป็นผู้ประพันธ์อยู่ตรงกลางของการถกเถียง ภาพรวมจึงไม่ใช่การเงียบใส่เทคโนโลยี แต่เป็นการค่อย ๆ ล้อมกรอบมัน: พูดถึง ศึกษา ตั้งกฎ และไม่ปล่อยให้มันลบข้ออ้างสำคัญที่สุดของภาพยนตร์—การเป็นงานของมนุษย์
เมื่อยอมรับว่า AI อาจถูกใช้ในบางรูปแบบ คำถามเรื่องการเปิดเผยข้อมูลก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงานก่อนเทศกาลปี 2026 ระบุว่าโปรแกรมเมอร์และคณะคัดเลือกของคานส์มีการหารือกันว่า ภาพยนตร์ที่ส่งเข้าพิจารณาควรเปิดเผยการใช้ AI หรือไม่ และควรเปิดเผยอย่างไร รายงานเดียวกันบอกว่าประเด็นนี้ยังไม่ใช่นโยบายทางการ สะท้อนว่าวงการยังไม่มีมาตรฐานกลางที่ชัดเจน
เดิมพันของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี Cannes Lions ซึ่งเป็นเทศกาลด้านโฆษณาและความคิดสร้างสรรค์คนละงานกับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ระบุในปี 2025 ว่ามีการใช้คอนเทนต์ที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI ใน case film เพื่อจำลองเหตุการณ์จริงและผลลัพธ์ของแคมเปญ ทำให้คณะกรรมการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ก่อนที่งานจะประกาศมาตรการเข้มขึ้นสำหรับสื่อสังเคราะห์และ generative AI ตัวอย่างนี้ไม่ได้เป็นกฎของเทศกาลภาพยนตร์คานส์โดยตรง แต่แสดงให้เห็นว่าการติดป้ายและการเปิดเผยข้อมูลกำลังกลายเป็นหัวใจของความน่าเชื่อถือในรางวัลสายสร้างสรรค์
แรงกดดันสำคัญที่สุดต่อกฎ AI มาจากคนทำงานในอุตสาหกรรม Writers Guild of America หรือ WGA ซึ่งเป็นสหภาพนักเขียนในสหรัฐฯ ระบุว่า AI กลายเป็นประเด็นหลักเพราะกระทบทั้งการจ้างงานและค่าตอบแทนของแรงงานสร้างสรรค์ และบอกว่าข้อตกลงปี 2023 ได้สร้าง “การคุ้มครอง AI ที่บุกเบิก” ซึ่งสหภาพตั้งใจบังคับใช้อย่างจริงจัง
ฝั่งนักแสดงก็มีความกังวลคล้ายกัน รายงานเกี่ยวกับสัญญาเบื้องต้นปี 2026 ของ SAG-AFTRA ซึ่งเป็นสหภาพใหญ่ของนักแสดงและผู้ทำงานสื่อ ระบุว่าผู้นำสหภาพชูการคุ้มครอง AI ที่แข็งแรงขึ้น รวมถึงแนวทางที่ให้ความสำคัญกับ “การแสดงของมนุษย์” และไม่สนับสนุนให้ผู้ผลิตใช้ AI ในบทบาทมนุษย์ เว้นแต่นักแสดงสังเคราะห์จะเพิ่มคุณค่าอย่างมีนัยสำคัญให้กับงานผลิต งานศึกษาด้านกฎหมายก่อนหน้านี้ยังอธิบายว่ามาตรการหลังการประท้วงของ SAG-AFTRA มุ่งป้องกันการใช้ภาพลักษณ์และดิจิทัลเรพลิกาของนักแสดงโดยไม่ได้รับความยินยอม
ด้วยบริบทแรงงานแบบนี้ คำเรียกร้องของมัวร์ให้ “ทำงานร่วมกับ AI” จึงแยกไม่ออกจากคำเรียกร้องเรื่องกฎระเบียบที่ดีกว่า สำหรับนักเขียนและนักแสดง คำถามไม่ใช่แค่ว่า AI สร้างภาพ บท เสียง หรือร่างจำลองดิจิทัลได้หรือไม่ แต่คือใครยินยอม ใครได้รับค่าตอบแทน ใครได้เครดิต และมีมนุษย์คนใดถูกแทนที่หรือถูกใช้ประโยชน์โดยไม่เป็นธรรมหรือเปล่า
คำพูดของเดมี มัวร์ที่คานส์สะท้อนการเปลี่ยนคำถามของฮอลลีวูด จากเดิมที่ถามแบบตั้งรับว่า “เราจะหยุด AI ได้ไหม” ไปสู่คำถามเชิงกำกับดูแลว่า “ถ้าจะใช้ AI ต้องใช้ภายใต้เงื่อนไขอะไร เพื่อไม่ให้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ถูกทำให้กลวงลง”
ทางออกที่กำลังก่อตัวคือการยอมรับแบบมีเงื่อนไข AI อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กโฟลว์การผลิต แต่ต้องอยู่ใต้กรอบที่ชัดเจน: มนุษย์ต้องยังเป็นแกนสร้างสรรค์ ต้องมีการเปิดเผยข้อมูล ต้องมีความยินยอมที่มีความหมาย ต้องมีค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และต้องมีการคุ้มครองแรงงานที่บังคับใช้ได้จริง เส้นแบ่งที่คานส์รายงานไว้ วาทะสาธารณะของเทศกาลที่ปกป้องการสร้างสรรค์โดยมนุษย์ และข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน ล้วนชี้ไปทิศทางเดียวกัน: ฮอลลีวูดไม่ได้มอง AI เป็นสิ่งที่ปฏิเสธได้ง่าย ๆ อีกต่อไป แต่ก็ยังไม่พร้อมให้ AI เป็นผู้กำหนดความหมายของภาพยนตร์แทนมนุษย์
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เดมี มัวร์กล่าวบนเวทีคานส์ว่า “AI is here” และการสู้เพื่อปฏิเสธ AI ทั้งหมดคือศึกที่ “เราจะแพ้” สะท้อนท่าทีใหม่ของฮอลลีวูดที่เริ่มมอง AI เป็นสิ่งที่ต้องกำกับ ไม่ใช่แค่ต่อต้าน
เดมี มัวร์กล่าวบนเวทีคานส์ว่า “AI is here” และการสู้เพื่อปฏิเสธ AI ทั้งหมดคือศึกที่ “เราจะแพ้” สะท้อนท่าทีใหม่ของฮอลลีวูดที่เริ่มมอง AI เป็นสิ่งที่ต้องกำกับ ไม่ใช่แค่ต่อต้าน คานส์เองส่งสัญญาณสองทาง: ยืนยันคุณค่าภาพยนตร์ที่มนุษย์สร้าง ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า AI เข้าสู่สตูดิโอ ห้องตัดต่อ และกระบวนการสร้างสรรค์แล้ว
โจทย์ใหญ่ของวงการไม่ใช่แค่ “ใช้หรือไม่ใช้ AI” แต่คือการเปิดเผยข้อมูล เครดิต ค่าตอบแทน ความยินยอม และการคุ้มครองนักเขียนกับนักแสดงจากการถูกแทนที่หรือถูกนำผลงานไปใช้โดยไม่เป็นธรรม