เส้นทางสะสมของ Bitmine เร่งขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทเคยรายงานเมื่อ 28 ธันวาคม 2025 ว่าถือ 4,110,525 ETH หรือ 3.41% ของอุปทาน 120.7 ล้าน ETH จากนั้น ณ 26 เมษายน 2026 ตัวเลขเพิ่มเป็น 5,078,386 ETH หรือมากกว่า 4.21% ของอุปทาน และบริษัทระบุว่าเดินทางมาแล้ว 84% ของเป้า “Alchemy of 5%”
ก่อนจะขยับเป็น 5.18 ล้าน ETH หรือมากกว่า 4.29% ในวันที่ 3 พฤษภาคม
อัตราซื้อระดับล่าสุดยังสอดคล้องกับรายงานภายนอกในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ระบุว่า Bitmine ซื้อราว 100,000 ETH ต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากต้องคำนวณอย่างรัดกุม ตัวเลข snapshot จากบริษัทในวันที่ระบุชัดเจนยังเป็นฐานที่สะอาดกว่า เพราะแสดงจำนวน ETH ที่รายงาน ณ เวลานั้นโดยตรง
ในอัปเดตของบริษัทที่มีอยู่ในชุดข้อมูลนี้ ยังไม่มีวันปิดเป้าหมายอย่างเป็นทางการ การประเมินจึงขึ้นกับสมมติฐานเรื่องความเร็วในการซื้อเป็นหลัก
จากสถานะ 5.18 ล้าน ETH ณ 3 พฤษภาคม Bitmine ต้องการอีกประมาณ 855,000 ETH เพื่อถึง 5% ของอุปทาน 120.7 ล้าน ETH หากยังซื้อได้ประมาณ 100,000 ETH ต่อสัปดาห์ เป้าหมายจะอยู่ห่างออกไปประมาณ 8–9 สัปดาห์ จาก snapshot ดังกล่าว แต่ถ้ากลับไปใช้อัตราเฉลี่ยช่วงปลายธันวาคมถึงต้นพฤษภาคมที่ราว 59,000 ETH ต่อสัปดาห์ เวลาที่ต้องใช้จะใกล้ 14–15 สัปดาห์
มีรายงานภายนอกด้วยว่า Chairman Tom Lee ระบุว่า Bitmine อาจแตะเป้า 5% ของอุปทาน ETH ได้ในราว 6 สัปดาห์ หากคงอัตราซื้อในเวลานั้น พร้อมทั้งกำลังพิจารณาชะลอการซื้อเมื่อเข้าใกล้เป้า จุดนี้ควรมองเป็นความคิดเห็นหรือรายงานเรื่องจังหวะการซื้อ ไม่ใช่ guidance อย่างเป็นทางการ เพราะตัวเลขจากบริษัทในชุดแหล่งข้อมูลไม่ได้ล็อกวันที่สำเร็จเป้าไว้
“Alchemy of 5%” คือชื่อที่ Bitmine ใช้เรียกเป้าหมายการสะสม ETH ให้ได้ 5% ของอุปทานทั้งหมด ไม่ใช่เพียงสโลแกนการตลาด แต่เป็นกรอบที่บริษัทใช้รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น บริษัทระบุว่าถือ 3.41% ของอุปทานในช่วงปลายธันวาคม 2025 ต่อมาเป็น 3.86% และมากกว่า 77% ของทางไปสู่เป้าในเดือนมีนาคม 2026
จากนั้นเอกสาร SEC เดือนเมษายนระบุ 3.98% และมากกว่า 79% ของเป้า
ก่อนที่อัปเดตวันที่ 26 เมษายนจะระบุว่าถือมากกว่า 4.21% และเดินทางมาแล้ว 84% ของเป้า
อัปเดตวันที่ 3 พฤษภาคมยกระดับเป็นมากกว่า 4.29% ของอุปทาน แม้ snippet ของแหล่งข่าวไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าใหม่โดยตรง แต่เมื่อนำไปเทียบกับอุปทาน 120.7 ล้าน ETH เดิม จะได้ความคืบหน้าราว 86% ของเป้า 5%
สำหรับ Ethereum การ staking คือการนำ ETH ไปผูกกับกระบวนการตรวจสอบธุรกรรมของเครือข่ายแบบ Proof-of-Stake เพื่อแลกรับผลตอบแทน ดังนั้นในกรณีของ Bitmine คำถามสำคัญคือบริษัทแค่ถือ ETH ไว้เฉย ๆ หรือทำให้สินทรัพย์ก้อนใหญ่นี้สร้าง yield ได้ด้วย
ตัวเลข ETH ที่ stake ล่าสุดในชุดแหล่งข้อมูลคือ 3,701,589 ETH ณ อัปเดตวันที่ 26 เมษายน 2026 คิดเป็นมูลค่า 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ราคา 2,369 ดอลลาร์สหรัฐต่อ ETH และเท่ากับประมาณ 73% ของสถานะ ETH ทั้งหมด 5,078,386 ETH ในเวลานั้น
ก่อนหน้านั้น โครงการ staking ก็ขยายตัวตามขนาดคลัง ETH ของบริษัท เอกสาร SEC เดือนมีนาคมระบุ 3,142,643 ETH ที่ stake แล้ว มูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ราคา 2,072 ดอลลาร์สหรัฐต่อ ETH ขณะที่สถานะ ETH รวมอยู่ที่ 4.661 ล้าน ETH ต่อมาอัปเดตเดือนเมษายนระบุ 3,334,637 ETH ที่ stake แล้ว ขณะที่ ETH รวมเพิ่มเป็น 4.803 ล้าน ETH
Bitmine อธิบาย MAVAN ว่าย่อมาจาก Made in America VAlidator Network และเป็นปลายทาง staking ของ Ethereum สำหรับ BMNR และนักลงทุนสถาบัน โดยเน้นความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความทนทานของระบบ
คำตอบที่ระมัดระวังคือ เอกสารและข่าวบริษัทในชุดข้อมูลนี้ให้จำนวน ETH ที่ stake แล้วและมูลค่าเป็นดอลลาร์ แต่ยังไม่ได้ให้บรรทัด guidance รายได้อย่างเป็นทางการและชัดเจนสำหรับ MAVAN จาก snippet ที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม มีการประเมินจากแหล่งภายนอกหลายชุด รายงานหนึ่งระบุว่าการ stake 3.7 ล้าน ETH สร้างผลตอบแทนแบบ annualized เกือบ 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกรายงานระบุว่าประมาณ 85% ของ ETH ของ Bitmine ถูก stake และสร้างรายได้ staking แบบ annualized มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่บทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับกลยุทธ์ 5% เต็มพูดถึงเป้าหมายราว 6 ล้าน ETH และค่าธรรมเนียม staking รายปีมากกว่า 374 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน MAVAN
ตัวเลขเหล่านี้จึงควรอ่านเป็นประมาณการหรือรายงานคำกล่าว ไม่ใช่รายได้ที่บริษัทรับรองแล้วในชุดเอกสารนี้ และยังอาจเปลี่ยนตามราคา ETH เมื่อคิดเป็นดอลลาร์ ปริมาณ ETH ที่ stake จริง ประสิทธิภาพ validator เศรษฐศาสตร์ของเครือข่าย Ethereum รวมถึงค่าธรรมเนียมหรือต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ MAVAN
Bitmine ไม่ได้มีเพียง ETH ในงบดุล เอกสาร SEC เดือนเมษายนระบุว่าคณะกรรมการบริษัทอนุมัติเป็นเอกฉันท์ให้ขยายโครงการซื้อหุ้นคืนปี 2025 จากวงเงิน 1.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 4.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่เป็นจุดสำคัญ เพราะเมื่อเป้า ETH 5% ใกล้เข้ามา บริษัทมีทางเลือกใช้ทุนมากกว่าการซื้อ ETH เพิ่มอย่างเดียว
รายงานภายนอกยังระบุว่า Lee พูดถึงความเป็นไปได้ที่ Bitmine อาจชะลอการซื้อ ETH เมื่อเข้าใกล้เป้า 5% และหันไปให้ความสำคัญกับ staking, การซื้อหุ้นคืน หรือโอกาสคริปโตอื่น ๆ มากขึ้น แต่ต้องแยกให้ชัดว่า “วงเงินอนุมัติซื้อหุ้นคืน” ไม่เท่ากับ “ซื้อคืนครบวงเงินแล้ว” และอัปเดตของบริษัทในชุดข้อมูลนี้ยังไม่ได้ระบุสูตรตายตัวว่าทุนในอนาคตจะแบ่งระหว่างการซื้อ ETH, การซื้อหุ้นคืน, โครงสร้างพื้นฐาน staking, เงินสด หรือ “moonshots” อย่างไร
ฝั่งสินทรัพย์อื่นก็มีน้ำหนักพอสมควร อัปเดตวันที่ 26 เมษายนระบุว่า Bitmine ถือ 200 Bitcoin, สัดส่วนลงทุน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Beast Industries, สัดส่วนลงทุน 91 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Eightco Holdings และเงินสด 940 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่กับสถานะ 5,078,386 ETH ต่อมาอัปเดตวันที่ 3 พฤษภาคมระบุว่าคริปโต เงินสด และ “moonshots” รวมอยู่ที่ 13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี 5.18 ล้าน ETH และเงินสด 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Bitmine ใกล้เปลี่ยนเรื่องราวจาก “บริษัทที่ไล่สะสม ETH” ไปเป็น “บริษัทที่ต้องพิสูจน์ว่าบริหาร ETH ก้อนใหญ่ได้คุ้มค่า” อัปเดตล่าสุดในชุดข้อมูลทำให้เห็นว่าบริษัทถือ 5.18 ล้าน ETH หรือมากกว่า 4.29% ของอุปทาน และอยู่ราว 86% ของเป้า 5%
จากนี้ ตัวชี้วัดที่ควรจับตาคือ 1) Bitmine ยังซื้อ ETH ใกล้ระดับ 100,000 ETH ต่อสัปดาห์ หรือไม่ 2) สัดส่วน ETH ที่ stake ผ่าน MAVAN และรายได้ที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างไร และ 3) วงเงินซื้อหุ้นคืน 4.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงสินทรัพย์อื่นในงบดุลจะดึงเงินทุนออกจากการซื้อ ETH เพิ่มมากน้อยแค่ไหน
กล่าวอีกแบบ เป้า 5% อาจเป็นหมุดหมายใหญ่ แต่บททดสอบที่ยากกว่าคือหลังจากนั้น Bitmine จะทำให้คลัง Ethereum ระดับนี้สร้างผลตอบแทนและจัดการความเสี่ยงได้จริงเพียงใด
Comments
0 comments