แรงกดดันเดียวกันไม่ได้เกิดกับ AMD เพียงรายเดียว TrendForce ระบุว่าราคาเมมโมรีที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนชิ้นส่วนรวมของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค หรือ BOM สูงขึ้น จนแบรนด์ต่าง ๆ ต้องขึ้นราคาขายปลีกและทำให้ความต้องการซื้ออ่อนลง
AMD รายงานรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 10.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตรากำไรขั้นต้น 53% พร้อมระบุว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เร่งตัวขึ้นทำให้กลุ่ม Data Center กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรายได้และกำไร
เมื่อเทียบกันแล้ว ธุรกิจเกมมีขนาดเล็กกว่ามาก รายได้เกมของ AMD ในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบรายปี แต่ลดลง 15% จากไตรมาสก่อนหน้า
หากเทียบ 720 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับรายได้รวม 10.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้เกมคิดเป็นราว 7% ของรายได้ AMD ในไตรมาสนั้น ดังนั้นคำเตือนนี้จึงไม่ได้หมายความว่า AMD ทั้งบริษัทพึ่งพาเกมเป็นหลัก แต่หมายความว่ากลุ่มเกมเป็นส่วนที่อ่อนไหวต่อราคาอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงที่รายได้หลักของบริษัทกำลังขับเคลื่อนโดย AI และดาต้าเซ็นเตอร์
ฮาร์ดแวร์เกมใช้หน่วยความจำหลายชั้น ตั้งแต่ RAM ของระบบ, SSD หรือสตอเรจแบบ NAND, หน่วยความจำกราฟิกบนการ์ดจอ ไปจนถึงระบบหน่วยความจำในเครื่องคอนโซล Sourceability รายงานว่า DDR4, DDR5 และ NAND มีการปรับขึ้นราคาสะสมตั้งแต่ต้นปี 2025 โดยบางรายการเพิ่มขึ้นเกิน 200% จากการขึ้นต่อเนื่องรายไตรมาสและความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาค AI
เมื่อชิ้นส่วนต้นทางแพงขึ้น ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์มีทางเลือกไม่มากนัก: รับต้นทุนไว้เอง, ขึ้นราคา, ลดโปรโมชัน, ปรับสเปกสินค้า หรือใช้หลายวิธีผสมกัน TrendForce อธิบายผลต่อคอนโซลไว้ตรงไปตรงมา คือ BOM สูงขึ้น ราคาขายปลีกสูงขึ้น และความต้องการผู้บริโภคอ่อนลง
รายได้เกมของ AMD ในไตรมาส 1 ได้แรงหนุนจากความต้องการ Radeon GPU ขณะที่รายได้กลุ่ม semi-custom ลดลงเมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับช่วงอายุของวงจรคอนโซลในเวลานั้น ต้นทุนเมมโมรีและชิ้นส่วนที่สูงขึ้นจึงกดดันได้ทั้งฝั่งการ์ดจอและฝั่งชิปสำหรับเครื่องเกม
สำหรับการ์ด Radeon หน่วยความจำกราฟิกที่แพงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตการ์ดสูงขึ้น รายงานสื่อและซัพพลายเชนช่วงต้นปี 2026 ระบุว่า AMD เตรียมปรับขึ้นราคา Radeon อย่างน้อย 10% ขณะที่การ์ด Nvidia ก็เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนเมมโมรีคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม รายงานเหล่านี้ควรถูกมองเป็นความคาดหมายจากช่องทางตลาดและซัพพลายเชน ไม่ใช่ราคาขายปลีกที่ยืนยันแล้ว เพียงแต่ทิศทางสอดคล้องกับคำเตือนด้านต้นทุนที่ถูกระบุจากคอลล์ผลประกอบการของ AMD
ส่วนฝั่งคอนโซล เมมโมรีที่แพงขึ้นทำให้ผู้ผลิตมีพื้นที่ลดราคาน้อยลง TrendForce ระบุว่าผู้ผลิตเครื่องเกมอาจประสบปัญหาในการใช้กลยุทธ์ลดราคา และอาจหันไปใช้แนวทางรักษากำไรด้วยราคาที่สูงกว่าเดิมเมื่อเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบอาจไม่ได้ออกมาเป็นการขึ้นราคา MSRP พร้อมกันทั่วโลกแบบเส้นตรง แต่มีโอกาสเห็นในรูปของ “ราคาจริงที่ต้องจ่าย” สูงขึ้น ดีลน้อยลง หรือสเปกต่อราคาที่ไม่คุ้มเท่าเดิม จุดที่น่าจับตาคือ:
ปี 2026 มีแนวโน้มจะเป็นปีที่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เกมเน้นป้องกันมาร์จินมากกว่าทุ่มลดราคา AMD ยังมีแรงหนุนจาก AI และดาต้าเซ็นเตอร์ แต่กลุ่มเกมของบริษัทเผชิญแรงบีบจากต้นทุนเมมโมรีที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน
สำหรับผู้บริโภค takeaway ที่ตรงที่สุดคือ GPU, RAM, SSD, พีซีเกม และคอนโซลอาจหาดีลแรง ๆ ได้ยากขึ้น หากราคาเมมโมรียังตึงตัว ส่วนราคาบนหน้าร้านจะขยับมากแค่ไหน ยังขึ้นอยู่กับสต็อกสินค้า สัญญาซัพพลายเออร์ และการตัดสินใจของ AMD, Nvidia, ผู้ผลิตการ์ด และผู้ผลิตคอนโซลว่าจะรับต้นทุนไว้เองเท่าไร หรือส่งต่อไปยังผู้ซื้อเท่าไร