เอกสารคำจำกัดความที่เกี่ยวข้องกับ IFTA ยังแยกเรื่องภาษาออกจาก Territory เช่น นิยาม “Local Language(s)” หมายถึงภาษาหลักที่ใช้พูดในแต่ละประเทศของ Territory ดังนั้น ในการร่างสัญญา ไม่ควรเอา “เขตแดน” กับ “ภาษา” ไปรวมไว้ในคำคลุมเครือคำเดียว
ตัวอย่างถ้อยคำที่ชัดเจนกว่าอาจเขียนได้ดังนี้:
Territory: Republic of Korea (South Korea), as defined in the IFTA International Schedule of Territory Definitions applicable to this Agreement, excluding all other territories unless expressly stated.
ถ้าดีลนั้นผูกกับตาราง Territory ของ IFTA ควรระบุด้วยว่าตารางฉบับใดเป็นฉบับที่ใช้บังคับ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับ IFTA อ้างถึงการกำหนด Territories ตาม IFTA International Schedule of Territories ที่มีผล ณ วันที่สัญญามีผลบังคับ หากคู่สัญญาต้องการใช้ตารางฉบับใดฉบับหนึ่งโดยเฉพาะ ก็ควรเขียนชื่อหรือเวอร์ชันของตารางนั้นไว้ตรง ๆ
แม้เจตนาทางธุรกิจอาจดูเหมือนเข้าใจกันได้ แต่ในสัญญาระหว่างประเทศไม่ควรพึ่งคำย่อหรือคำเรียกแบบไม่เป็นทางการ สำหรับการให้สิทธิ์เฉพาะเกาหลีใต้ ไม่ควรตีความว่า “Korea” รวมสิ่งต่อไปนี้โดยอัตโนมัติ:
ความระวังเดียวกันใช้กับคำอย่าง “Korean rights,” “Korean-language rights” หรือ “Asia excluding China and Japan” คำเหล่านี้อาจสะท้อนเจตนาทางธุรกิจได้บางส่วน แต่ไม่ควรใช้แทนคำนิยาม Territory ที่แม่นยำ และไม่ควรใช้แทนการระบุสิทธิ์ที่อนุญาตอย่างเป็นระบบ
ก่อนลงนามในสัญญาที่อ้างอิง IFTA และเกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้ ควรตรวจว่า deal terms แยกหัวข้อสำคัญต่อไปนี้ไว้อย่างชัดเจน:
ถ้าตั้งใจให้ Territory เป็นเกาหลีใต้ ให้เขียนว่า “Republic of Korea (South Korea)” แทนการใช้คำว่า “Korea” แบบสั้น ๆ การร่างสัญญาในโครงสร้างแบบ IFTA แยก Territory ออกจากสิทธิ์ ระยะเวลา ภาษา ข้อยกเว้น การใช้ประโยชน์ holdbacks และสิทธิ์ที่สงวนไว้ ดังนั้น หากต้องการให้สิทธิ์กว้างกว่านั้น ต้องเขียนไว้โดยชัดแจ้ง
บทความนี้เป็นแนวทางด้านการร่างถ้อยคำ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ก่อนลงนามควรให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจสัญญาที่ใช้จริง ตาราง IFTA ที่ถูกอ้างอิง และถ้อยคำ Territory ที่ปรากฏในเอกสารฉบับสุดท้าย