ข่าวนี้ไม่ได้หมายความว่า DM บน Instagram จะถูกเปิดให้คนอื่นเห็นเหมือนโพสต์สาธารณะทันที แต่หมายความว่าชั้นป้องกันที่แข็งที่สุดสำหรับแชตบางประเภทกำลังจะหายไป: โหมดข้อความส่วนตัวแบบเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทาง หรือ end-to-end encryption (E2EE)
ตามรายงานหลายสำนักที่อ้างอิงการอัปเดตหน้าช่วยเหลือของ Meta Instagram จะเลิกสนับสนุน E2EE สำหรับ DM หลังวันที่ 8 พฤษภาคม 2026[3][
5] ดังนั้นคนที่เคยเปิดใช้แชตเข้ารหัสบน Instagram ควรดาวน์โหลดข้อความหรือสื่อที่ต้องการเก็บไว้ และย้ายบทสนทนาที่อ่อนไหวไปยังบริการที่ยังรองรับการเข้ารหัสแบบนี้
อะไรจะเปลี่ยนหลัง 8 พฤษภาคม 2026
Meta จะยุติการสนับสนุนข้อความส่วนตัวแบบเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทางบน Instagram หลังวันที่ 8 พฤษภาคม 2026[3][
5] ผู้ใช้ที่มีแชตได้รับผลกระทบจะเห็นคำแนะนำในแอป Instagram สำหรับดาวน์โหลดข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือสื่ออื่นที่ต้องการเก็บไว้ก่อนฟีเจอร์ถูกเลิกใช้[
2][
3]
การเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวกับโหมด DM เข้ารหัสแบบเลือกเปิดของ Instagram ไม่ใช่ WhatsApp รายงานของ Engadget ระบุว่า Instagram ไม่เคยทำให้การเข้ารหัสนี้เป็นค่าเริ่มต้น และเปิดให้ใช้เฉพาะใน “บางพื้นที่” โดยต้องเลือกเปิดเป็นรายแชต[4] ส่วน MacRumors รายงานว่าโหมดแชตเข้ารหัสเป็นตัวเลือกบน Instagram มาตั้งแต่ปี 2023[
1]
อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแชตเข้ารหัสเดิมหลังพ้นเส้นตาย Proton ระบุว่า Instagram ยังไม่ได้อธิบายต่อสาธารณะว่าทำไมผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดแชตก่อนกำหนด แชตเหล่านั้นจะเกิดอะไรขึ้นหลังวันที่ 8 พฤษภาคม หรือจะถูกลบหรือไม่[6]
E2EE ปกป้องอะไร
พูดแบบสั้น ๆ E2EE ถูกออกแบบให้เนื้อหาข้อความอ่านได้โดยผู้ส่งและผู้รับที่ตั้งใจส่งถึง ไม่ใช่โดยแพลตฟอร์มที่ให้บริการแชต[1] เมื่อ Instagram เลิกสนับสนุนโหมดนี้ MacRumors สรุปว่า Meta อาจสามารถเห็นเนื้อหาข้อความบนแพลตฟอร์มได้[
1]
ตรงนี้คือความต่างสำคัญ DM ปกติยังอาจรู้สึกว่า “ส่วนตัว” เพราะไม่ได้ถูกโพสต์บนฟีดสาธารณะ แต่ไม่ได้เท่ากับแชตที่เข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งผู้ให้บริการถูกกั้นทางเทคนิคไม่ให้อ่านข้อความได้โดยตรง
ทำไม Meta ถึงยุติฟีเจอร์นี้
เหตุผลที่ Meta ให้คือมีผู้ใช้น้อย โฆษก Meta บอกกับหลายสำนักว่า “มีคนเพียงน้อยมากที่เลือกเปิดใช้ข้อความ DM แบบเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทาง ดังนั้นเราจึงจะนำตัวเลือกนี้ออกจาก Instagram ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”[4][
5]
แต่คำอธิบายนี้มีข้อควรอ่านประกอบ เพราะการเข้ารหัสบน Instagram ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นประสบการณ์หลักของแอปแบบ WhatsApp Engadget รายงานว่าฟีเจอร์นี้ไม่ใช่ค่าเริ่มต้น ไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้ Instagram ทุกคน และต้องเลือกเปิดในแต่ละแชต[4] ดังนั้น “คนใช้น้อย” ไม่จำเป็นต้องแปลว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้ลองใช้อย่างชัดเจนแล้วไม่ต้องการเสมอไป
แล้ว DM บน Instagram ยังเป็นส่วนตัวไหม
ยังเป็น DM ของ Instagram ในความหมายทั่วไป คือไม่ใช่โพสต์สาธารณะ แต่หลังเส้นตายจะไม่มีโหมด E2EE แบบเลือกเปิดของ Instagram อีกต่อไป[3][
5] ความเปลี่ยนแปลงด้านความเป็นส่วนตัวที่สำคัญคือกำแพงทางเทคนิคที่แข็งที่สุดระหว่างเนื้อหาข้อความกับระบบของ Meta จะถูกถอดออกสำหรับ DM บน Instagram
สำหรับคนที่ใช้ DM ปกติและไม่เคยเปิดแชตเข้ารหัส หน้าตาการใช้งานประจำวันอาจแทบไม่ต่างจากเดิม แต่สำหรับคนที่ตั้งใจเปิดใช้โหมดเข้ารหัส การเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญกว่า: ควรดาวน์โหลดเนื้อหาที่ต้องการเก็บไว้ และย้ายบทสนทนาในอนาคตที่ต้องการ E2EE ไปยังบริการอื่น[2][
5]
ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบควรทำอะไร
- ดูว่ามีแจ้งเตือนใน Instagram หรือไม่ Meta ระบุว่าผู้ใช้ที่มีแชตได้รับผลกระทบจะเห็นคำแนะนำสำหรับดาวน์โหลดข้อความหรือสื่อที่ต้องการเก็บไว้[
3][
5]
- ดาวน์โหลดเนื้อหาแชตเข้ารหัสที่สำคัญก่อนเส้นตาย รายงานระบุว่าผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบสามารถบันทึกข้อความ รูปภาพ และเนื้อหาอื่นก่อนฟีเจอร์ถูกเลิกใช้[
2][
5]
- อัปเดตแอป Instagram หากจำเป็น ประกาศของ Meta ระบุว่าผู้ใช้แอปเวอร์ชันเก่าอาจต้องอัปเดตก่อนจึงจะดาวน์โหลดแชตที่ได้รับผลกระทบได้[
3][
5]
- ย้ายบทสนทนาอ่อนไหวไปบริการที่ยังเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทาง Meta ชี้ผู้ใช้ที่ต้องการ E2EE ไปยัง WhatsApp ซึ่งข้อความส่วนบุคคลเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทางเป็นค่าเริ่มต้น[
4][
5]
- ดูแลไฟล์ที่ดาวน์โหลดเหมือนข้อมูลส่วนตัวจริง ๆ เมื่อส่งออกแชต คุณกำลังสร้างสำเนาแยกออกมานอกโหมดแชตเข้ารหัส จึงควรเก็บไฟล์เหล่านั้นอย่างระมัดระวัง
สรุปสั้น ๆ
คำถามสำคัญคือ: การที่ Meta ยุติ E2EE บน Instagram DM กระทบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างไร
คำตอบคือ หลังวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 โหมด DM เข้ารหัสแบบเลือกเปิดของ Instagram จะหายไป ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบควรเก็บข้อมูลที่ต้องการไว้ และบทสนทนาที่ต้องการการเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทางควรย้ายไปใช้บริการอื่น Meta ระบุว่าฟีเจอร์นี้มีคนใช้น้อย แต่ข้อมูลจากรายงานที่มีอยู่ก็ชี้ด้วยว่าโหมดเข้ารหัสนี้ไม่เคยเป็นค่าเริ่มต้นและไม่ได้เปิดให้ใช้ทั่วถึงบน Instagram[4][
5]






