คำกล่าวอ้างเมื่อ 5 มิถุนายนไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบโดดๆ แต่มันคือเหตุการณ์ล่าสุดในชุดปฏิบัติการทางทะเลของอิหร่านต่อเรือรบสหรัฐฯ ที่กำลังบังคับใช้การปิดล้อมอย่างเข้มงวด ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าตนสามารถเอาชนะได้ทั้งหมด
การปะทะครั้งสำคัญและมีการบันทึกไว้ดีที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 โดย CENTCOM ยืนยันว่ากองกำลังอิหร่านรวมถึงกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้เปิดฉากการโจมตีหลายมิติที่ "รุนแรงและยืดเยื้อ" ด้วยการใช้ขีปนาวุธนำวิถี ขีปนาวุธร่อน โดรน และเรือเล็กโจมตีเร็ว เข้าใส่เรือพิฆาตสหรัฐฯ 3 ลำ คือ USS Truxtun, USS Rafael Peralta และ USS Mason ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
รายงานของกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าสามารถ "ทำลายภัยคุกคามที่เข้ามาทั้งหมด" โดยเรือรบสหรัฐฯ ทุกลำไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย จากนั้นจึงทำการโจมตีตอบโต้เพื่อ "ป้องกันตนเอง" ไปยังฐานที่มั่นทางทหารของอิหร่านบนเกาะเคชม์และเมืองบันดาร์ อับบาส ในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง สื่อทางการของอิหร่านกลับกล่าวอ้างว่าเรือพิฆาตสหรัฐฯ ถูกโจมตีและได้รับความเสียหาย
ฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่าการโจมตีของอิหร่านเป็น "การโจมตีโดยปราศจากการยั่วยุ"
ย้อนกลับไปในช่วงต้นสัปดาห์เดียวกัน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เรือ USS Truxtun และ USS Mason เผชิญกับ "การระดมยิงแบบประสานงานของอิหร่าน" ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าเรือรบทั้งสองลำได้รับการสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์โจมตีอาปาเช่และอากาศยานอื่นๆ และสามารถผ่านเส้นทางที่อันตรายนี้ไปได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ถูกยิง เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นธรรมชาติที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและอันตรายของเส้นทางน้ำสายนี้ ก่อนที่จะเกิดการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ในวันที่ 7 พฤษภาคม
การปะทะทางทะเลทั้งหมดนี้เป็นผลโดยตรงจากยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการบีบคั้นทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้เริ่มปฏิบัติการ 'Epic Fury' เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีจุดประสงค์ที่ระบุไว้ชัดเจนคือการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ โดรน และกองทัพเรือของอิหร่าน หัวใจสำคัญของปฏิบัติการคือการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงกลางเดือนเมษายน 2026
พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM ระบุว่าการปิดล้อมดังกล่าวได้ตัดทอนการค้าทางทะเลของอิหร่านไปแล้วประมาณ 90%
นับจนถึงวันที่ 29 เมษายน กองกำลังสหรัฐฯ ได้สั่งให้เรือ 42 ลำต้องวกกลับจากท่าเรือของอิหร่าน
สถานการณ์นี้ได้สร้าง "การปิดล้อมสองต่อ" ขึ้น โดยอิหร่านเองก็คุกคามการเดินเรือในอ่าวเช่นกัน
ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เปราะบางได้ถูกทำขึ้นในต้นเดือนเมษายน แต่มันกลับล้มเหลวในการหยุดการสู้รบ ปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่อิหร่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประชุมสำคัญเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่น่าสังเกตคือในวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เกิดยุทธนาวีครั้งใหญ่ที่ฮอร์มุซ มีรายงานว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความยาวหนึ่งหน้ากระดาษ 14 ข้อของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของเตหะรานภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งตอกย้ำความขัดแย้งในตัวเองของการต่อสู้และการเจรจาที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
กองกำลัง IRGC ได้ออกมาอ้างหลายครั้งว่าได้โจมตีด้วยขีปนาวุธใส่ฐานบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรน ครั้งแรกในปลายเดือนกุมภาพันธ์ และอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 ทาง CENTCOM ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างหนักแน่น โดยระบุว่าขีปนาวุธที่เข้ามาทั้งหมดถูกสกัดกั้นหรือตกไม่ถึงเป้าหมาย
เรื่องราวที่แตกต่างกันนี้เน้นย้ำถึงจุดเด่นของวิกฤตการณ์นี้: คำกล่าวอ้างของอิหร่านเพื่อสร้างภาพลักษณ์ในประเทศว่าสามารถสร้างความเสียหายได้ มักจะถูกหักล้างด้วยรายงานของกองทัพสหรัฐฯ เสมอ ซึ่งสหรัฐฯ รายงานว่ามีสถิติการป้องกันที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ
น่านน้ำอ่าวเปอร์เซียได้กลายเป็นสมรภูมิของการปะทะทางทะเลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับความรุนแรงต่ำถึงปานกลาง เมื่อแยกแยะระหว่างคำกล่าวอ้างที่ตรวจสอบได้และที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนดังนี้:
รูปแบบเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวัฏจักรที่อันตรายและต่อเนื่อง ซึ่งกองกำลังทางทะเลของอิหร่านพยายามทดสอบการปิดล้อมของสหรัฐฯ, เผชิญหน้ากับการตอบโต้ที่เหนือชั้นกว่า, และจากนั้นเตหะรานก็จะปล่อยคำกล่าวอ้างที่ไม่ได้รับการยืนยันเรื่องการสร้างความเสียหายเพื่อแสดงแสนยานุภาพภายในประเทศ ตราบใดที่การปิดล้อมยังคงอยู่และทางออกทางการทูตยังคงเลือนราง การปะทะและคำกล่าวอ้างที่ขัดแย้งกันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
Comments
0 comments