สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ DeepSeek V4 ควรถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ใช้ได้เฉพาะกับข้อมูลสาธารณะ” มากกว่าจะเป็นเครื่องมือที่ปลอดภัยสำหรับข้อมูลลับ แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ชี้ว่ามีคำสั่งห้ามประชาชนทั่วไปในสหรัฐฯ ใช้ DeepSeek แบบครอบคลุมทั้งประเทศ แต่พบข้อจำกัดเฉพาะบนอุปกรณ์ของหน่วยงานรัฐ ร่างกฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณ์รัฐบาลกลาง และรายงานด้านนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ระบุว่าข้อมูลผู้ใช้ DeepSeek อาจถูกเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ในจีน [13][
14][
16][
19][
23][
24]
พูดให้ตรงประเด็น: หากเป็นเรื่องเล่น ๆ ข้อมูลสมมติ หรือข้อความที่เปิดเผยอยู่แล้ว ความเสี่ยงอาจต่ำกว่า แต่ถ้าเป็นรหัสผ่าน ข้อมูลลูกค้า เอกสารงาน โค้ดภายใน หรือข้อมูลที่มีกฎกำกับดูแล ไม่ควรใช้ DeepSeek V4 เว้นแต่องค์กรอนุมัติอย่างชัดเจน
คำตอบเร็ว: ใช้ได้แค่บางกรณี
คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “เข้าเว็บได้ไหม” แต่คือ “คุณกำลังจะป้อนข้อมูลอะไร และใช้อุปกรณ์หรือเครือข่ายของใคร”
| สถานการณ์ | คำแนะนำเชิงปฏิบัติ |
|---|---|
| ทดลองถามคำถามทั่วไป ใช้ข้อมูลสาธารณะหรือข้อมูลสมมติ | ความเสี่ยงต่ำกว่า หากใช้ช่องทางทางการและไม่ละเมิดนโยบายอุปกรณ์ |
| ข้อมูลส่วนตัว ไฟล์ส่วนตัว รหัสผ่าน API key หรือข้อมูลระบุตัวตน | ควรหลีกเลี่ยง เพราะมีรายงานว่า DeepSeek มีการจัดการข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ในจีน [ |
| อุปกรณ์ของนายจ้าง โรงเรียน ลูกค้า หรือผู้ว่าจ้าง | อย่าใช้ เว้นแต่องค์กรอนุมัติชัดเจน |
| อุปกรณ์ที่หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ จัดให้ หรือเครือข่ายที่หน่วยงานรัฐบริหาร | ควรหลีกเลี่ยง เพราะมีตัวอย่างข้อจำกัดจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และ NASA [ |
| ซอร์สโค้ด แผนผลิตภัณฑ์ สัญญา เอกสารกฎหมาย สุขภาพ หรือการเงิน | ใช้เครื่องมือองค์กรที่ได้รับอนุมัติ ระบบที่ควบคุมเอง หรือผู้ให้บริการที่ผ่านการตรวจสอบแทน |
การเข้าถึง DeepSeek V4 ผิดกฎหมายในสหรัฐฯ หรือไม่
จากแหล่งข้อมูลที่อ้างถึง ยังไม่พบกฎหมายระดับประเทศของสหรัฐฯ ที่ทำให้การใช้งาน DeepSeek โดยประชาชนทั่วไปบนอุปกรณ์ส่วนตัวเป็นเรื่องผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ สิ่งที่มีรายงานคือมาตรการที่แคบกว่า เช่น Reuters รายงานว่าหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ห้ามใช้ DeepSeek อย่างกว้างขวางบนอุปกรณ์ที่รัฐบาลจัดให้ [14] บันทึกของ NASA ที่ Inside Government Contracts อ้างถึง ระบุว่าห้ามใช้ DeepSeek กับข้อมูลของ NASA บนอุปกรณ์ที่รัฐบาลออกให้ และผ่านเครือข่ายที่หน่วยงานบริหาร [
19] ส่วน PBS รายงานว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างกฎหมายเพื่อห้าม DeepSeek บนอุปกรณ์ของรัฐบาลกลาง [
23]
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก ผู้บริโภคที่ใช้อุปกรณ์ส่วนตัวมีความเสี่ยงคนละแบบกับพนักงาน ผู้รับเหมา นักศึกษา หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อุปกรณ์ซึ่งองค์กรบริหารอยู่ สำหรับอุปกรณ์ เครือข่าย หรือข้อมูลขององค์กร คำถามไม่ใช่แค่ว่าเครื่องมือนั้นเปิดให้เข้าถึงได้หรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่านโยบาย สัญญา หรือทีมกำกับดูแลขององค์กรอนุญาตหรือเปล่า
จุดเสี่ยงหลักคือเส้นทางและที่เก็บข้อมูล
ข้อกังวลสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ DeepSeek เป็นแชตบอต AI แต่อยู่ที่ข้อมูลของผู้ใช้อาจถูกส่งหรือเก็บไว้ที่ใด
NPR รายงานว่า DeepSeek ส่งข้อมูลที่เก็บจากชาวอเมริกันไปยังเซิร์ฟเวอร์ในจีนตามเงื่อนไขการให้บริการของบริษัท [13] WIRED รายงานในทำนองเดียวกันว่านโยบายความเป็นส่วนตัวภาษาอังกฤษของ DeepSeek ระบุว่าข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะถูกจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน [
16] และ Associated Press ระบุว่า DeepSeek ยอมรับในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่ามีการเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ภายในสาธารณรัฐประชาชนจีน [
24]
รายงานเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าพรอมป์ใดพรอมป์หนึ่งจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่เพียงพอให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า ข้อมูลที่ป้อนเข้าไปในบริการคลาวด์อาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขการจัดการข้อมูลข้ามพรมแดน เว้นแต่บริการ สัญญา หรือรูปแบบการติดตั้งที่ใช้จะระบุชัดเจนเป็นอย่างอื่น สำหรับข้อมูลอ่อนไหว สมมติฐานนี้ควรเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานทันที
ชื่อ “V4” ต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ
ก่อนตัดสินว่าปลอดภัยหรือไม่ ต้องรู้ก่อนว่าคุณกำลังใช้อะไรอยู่ หลักฐานเฉพาะเกี่ยวกับ DeepSeek V4 ยังไม่ชัดเท่าข้อมูลเกี่ยวกับแอปและบริการ DeepSeek โดยรวม บางหน้าเกี่ยวกับ V4 พูดถึงกำหนดเปิดตัวที่คาดการณ์หรือเป็นข่าวลือ [2][
7] หน้า Polymarket นำเสนอประเด็นการเปิดตัว V4 ในบริบทของตลาดทำนายผล [
4] และเว็บไซต์ข้อมูล DeepSeek V4 แห่งหนึ่งระบุเองว่าเป็นเว็บไม่เป็นทางการและไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ DeepSeek [
11]
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะชื่อโมเดลเดียวกันอาจถูกใช้โดยเว็บไซต์แฟนเพจ ตัวกลาง API เว็บมิเรอร์ หรืออินเทอร์เฟซของบุคคลที่สาม ซึ่งอาจมีนโยบายบันทึกข้อมูล การเก็บรักษา การวิเคราะห์ผู้ใช้ บัญชี และการแบ่งปันข้อมูลต่างจากบริการทางการ ก่อนล็อกอินหรือป้อนพรอมป์ ควรตรวจสอบอย่างน้อยว่า:
- โดเมน แอป ผู้เผยแพร่ และผู้ให้บริการคือใคร
- นโยบายความเป็นส่วนตัวและเงื่อนไขการให้บริการระบุอะไร
- พรอมป์ ไฟล์ หรือข้อมูลบัญชีถูกเก็บไว้หรือตรวจทานหรือไม่
- ข้อมูลที่ป้อนจะถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลหรือปรับปรุงบริการหรือไม่
- ข้อมูลถูกจัดเก็บหรือประมวลผลที่ใด
- มีสัญญาองค์กรหรือข้อตกลงประมวลผลข้อมูลหรือไม่
- นายจ้าง หน่วยงาน โรงเรียน หรือลูกค้าอนุมัติให้ใช้เครื่องมือนี้หรือยัง
ถ้าตรวจสอบเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้ ให้ถือว่าไม่ควรป้อนอะไรที่คุณไม่พร้อมให้กลายเป็นข้อมูลสาธารณะ
อุปกรณ์ทำงานและอุปกรณ์รัฐต้องระวังมากกว่า
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือข้อจำกัดในสภาพแวดล้อมของรัฐบาล Reuters รายงานว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ห้ามเข้าถึง DeepSeek อย่างกว้างขวางผ่านอุปกรณ์ที่รัฐบาลจัดให้ [14] Inside Government Contracts อธิบายบันทึกของ NASA ที่ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของ DeepSeek กับข้อมูลของ NASA บนอุปกรณ์ที่รัฐบาลออกให้ และผ่านเครือข่ายที่หน่วยงานบริหาร [
19] ขณะที่ PBS รายงานว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอให้ห้ามใช้ DeepSeek บนอุปกรณ์ของรัฐบาลกลาง [
23]
บทเรียนสำหรับที่ทำงานกว้างกว่านั้นมาก: หลักคิดแบบ “ฉันรับความเสี่ยงเองได้” ใช้ไม่ได้กับอุปกรณ์หรือข้อมูลที่องค์กรบริหาร หากแล็ปท็อป บัญชี เครือข่าย ชุดข้อมูล รีโพซิทอรี หรือเอกสารเป็นของนายจ้าง โรงเรียน หน่วยงาน ลูกค้า หรือโครงการผู้รับเหมา ให้ถือว่าต้องขออนุมัติชัดเจนก่อนใช้ DeepSeek V4 หรืออินเทอร์เฟซ DeepSeek ของบุคคลที่สาม
อย่าด่วนสรุปประเด็นความมั่นคงเกินกว่าหลักฐาน
บางข้อกล่าวหาไปไกลกว่าเรื่องความเป็นส่วนตัว CNBC ซึ่งอ้าง Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กล่าวหา DeepSeek ว่าช่วยปฏิบัติการด้านทหารและข่าวกรองของจีน และพยายามหาทางเข้าถึงชิปประมวลผลขั้นสูงที่ถูกจำกัด [15] จากข้อมูลที่อ้างถึงในบทความนี้ ควรมองเรื่องดังกล่าวเป็น “ข้อกล่าวหา” ไม่ใช่ข้อยุติสาธารณะที่พิสูจน์แล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ไม่ได้ต้องอาศัยข้อกล่าวหานี้เป็นหลัก ต่อให้ไม่พิจารณาประเด็นความมั่นคง รายงานเรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อจำกัดบนอุปกรณ์ทางการก็เพียงพอให้หลีกเลี่ยง DeepSeek สำหรับข้อมูลอ่อนไหว ข้อมูลที่มีกฎกำกับ หรือข้อมูลองค์กร [13][
14][
16][
19][
24]
ข้อมูลที่ไม่ควรป้อนใน DeepSeek V4
จากความกังวลเรื่องการจัดเก็บข้อมูลและข้อจำกัดของสถาบันต่าง ๆ ควรหลีกเลี่ยงการส่งหรืออัปโหลดข้อมูลประเภทต่อไปนี้:
- รหัสผ่าน, API key, access token, private key หรือข้อมูลยืนยันตัวตน
- หมายเลข Social Security, เลขหนังสือเดินทาง, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อความส่วนตัว
- ข้อมูลลูกค้า ผู้ป่วย นักเรียน พนักงาน ผู้ใช้บริการ หรือผู้รับเหมา
- เอกสารทางการแพทย์ กฎหมาย ภาษี ประกันภัย การเข้าเมือง การจ้างงาน หรือการเงิน
- ซอร์สโค้ดกรรมสิทธิ์ เอกสารภายใน สัญญา แผนผลิตภัณฑ์ หรือความลับทางการค้า
- ข้อมูลรัฐบาล กลาโหม การบังคับใช้กฎหมาย หรืออุตสาหกรรมที่มีกฎกำกับ
- งานวิจัยที่ยังไม่เผยแพร่ กลยุทธ์ลับ หรือข้อมูลธุรกิจที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
แนวทางนี้อาจดูระมัดระวังมาก แต่เป็นค่าเริ่มต้นที่เหมาะสมเมื่อบริการ AI บนคลาวด์ยังมีคำถามเรื่องการจัดการข้อมูลข้ามพรมแดน
ใช้แบบความเสี่ยงต่ำได้เมื่อไร
DeepSeek V4 อาจเหมาะกับการทดลองที่ผลกระทบต่ำ หากช่องทางที่ใช้เป็นทางการ ข้อมูลเป็นข้อมูลสาธารณะหรือข้อมูลสมมติ และไม่ได้ฝ่าฝืนนโยบายของอุปกรณ์หรือเครือข่าย ตัวอย่างเช่น ทดลองพรอมป์ทั่วไป ระดมไอเดียที่ไม่เป็นความลับ เขียนใหม่จากข้อความสาธารณะ หรือเปรียบเทียบพฤติกรรมของโมเดลด้วยข้อมูลแต่งขึ้น
แม้ในกรณีเหล่านี้ก็ควรลดการเปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุด อย่าอัปโหลดไฟล์โดยไม่จำเป็น อย่าเชื่อมบัญชีที่มีข้อมูลสำคัญ ใช้บัญชีแยกหากทำได้ และอย่าคิดว่าการลบแชตหมายความว่าสำเนาทุกชุดหายไปแล้ว เว้นแต่นโยบายที่เกี่ยวข้องจะระบุชัดเจน
ทางเลือกที่เหมาะกว่าสำหรับงานลับ
หากเป็นข้อมูลลับหรือข้อมูลที่มีความเสี่ยง ควรใช้ทางเลือกที่ควบคุมได้มากกว่า เช่น:
- เครื่องมือ AI ระดับองค์กรที่ผ่านการอนุมัติ และอยู่ภายใต้เงื่อนไขด้านความเป็นส่วนตัว การเก็บรักษาข้อมูล ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎขององค์กร
- โมเดลที่รันในเครื่องหรือบนโครงสร้างพื้นฐานที่ควบคุมเอง หากองค์กรอนุญาต
- ผู้ให้บริการที่ผ่านการตรวจสอบ และมีข้อสัญญาเรื่องการเก็บข้อมูล การใช้ข้อมูลฝึกโมเดล บันทึกการเข้าถึง การปฏิบัติตามกฎ และภูมิภาคที่จัดเก็บข้อมูล
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าโมเดลไหนตอบเก่งที่สุด แต่ต้องถามด้วยว่าใครเป็นผู้ให้บริการ ข้อมูลไปที่ไหน สัญญาหรือนโยบายใดครอบคลุมอยู่ และองค์กรอนุมัติกระบวนการทำงานนี้แล้วหรือยัง
สรุป
DeepSeek V4 ไม่ใช่คำถามที่ตอบได้ง่าย ๆ ว่า “ปลอดภัย” หรือ “ไม่ปลอดภัย” สำหรับผู้ใช้ส่วนตัวในสหรัฐฯ ที่ใช้เฉพาะข้อมูลสาธารณะ อาจพอใช้ได้หลังตรวจสอบว่าเป็นช่องทางทางการจริง แต่สำหรับข้อมูลลับ ข้อมูลที่มีกฎกำกับ ข้อมูลงาน ข้อมูลรัฐบาล กฎหมาย สุขภาพ การเงิน ข้อมูลส่วนตัว หรือซอร์สโค้ด ควรถือว่าไม่ปลอดภัย เว้นแต่นโยบายและสัญญาที่ได้รับอนุมัติจะระบุชัดเจนว่าใช้ได้
ภาพรวมจากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนให้ใช้ความระมัดระวัง: มีหลายรายงานชี้ถึงการจัดเก็บข้อมูลของ DeepSeek บนเซิร์ฟเวอร์ในจีน ขณะที่สภาพแวดล้อมของรัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วนได้จำกัดหรือกำลังพิจารณาจำกัดการใช้ DeepSeek บนอุปกรณ์และเครือข่ายทางการ [13][
14][
16][
19][
23][
24]




