ถ้ามองย้อนกลับไปที่ต้นทางของคำขอ ภาพก็ชัดขึ้นอีก รายงานในเครือ Xinhua อ้างข้อมูล Wind ว่า ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2025 มีบริษัทที่ยื่นขอ IPO ในฮ่องกง 213 แห่ง โดยประมาณ 50 แห่งเป็นบริษัท AI
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด IPO ฮ่องกงโดยรวมฟื้นตัวด้วย Deloitte ระบุว่าไตรมาสแรกของปี 2026 ฮ่องกงเป็นตลาดที่ระดมทุน IPO ได้มากที่สุดในโลก โดยได้แรงหนุนจาก IPO ขนาดใหญ่มาก 3 รายการ กระแส AI และโมเมนตัมของบริษัทที่จดทะเบียนหุ้น A ในจีนแผ่นดินใหญ่ก่อน แล้วตามด้วยหุ้น H ในฮ่องกง ดังนั้น AI เป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นตัว แต่ไม่ใช่แรงขับเพียงอย่างเดียว
บริษัท AI จำนวนมากต้องใช้เงินกับการวิจัยและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานประมวลผล และการทดลองโมเดลธุรกิจเป็นเวลานาน ก่อนรายได้และกำไรจะนิ่งพอสำหรับกรอบจดทะเบียนแบบดั้งเดิม จุดนี้ทำให้กฎการจดทะเบียนของฮ่องกงมีความสำคัญ
รายงานในเครือ Xinhua ระบุว่า HKEX เปิดตัวกลไก Chapter 18C สำหรับบริษัทเทคโนโลยีเฉพาะทางในปี 2023 และรวมบริษัท AI ไว้ในขอบเขตสนับสนุน ต่อมาในปี 2024 ได้ลดเกณฑ์มูลค่าตลาดขั้นต่ำของบริษัทที่มีการพาณิชย์แล้วจาก 6,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเหลือ 4,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และของบริษัทที่ยังไม่พาณิชย์จาก 10,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเหลือ 8,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
นี่ไม่ได้แปลว่าบริษัท AI จะเข้าตลาดได้ง่ายโดยอัตโนมัติ แต่เป็นการเปิดทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติของบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดย Shanghai Securities News ระบุว่า Chapter 18C มุ่งรองรับบริษัทเทคโนโลยีเฉพาะทาง รวมถึง AI และครอบคลุมบริษัทที่อาจยังไม่มีกำไร แต่มีการลงทุนวิจัยสูงและมีศักยภาพเติบโตสูง
สำหรับบริษัท AI จีน ฮ่องกงไม่ได้เป็นแค่สถานที่เคาะระฆังเข้าตลาด แต่เป็นประตูสู่เงินทุนหลายกลุ่ม HKEX ระบุว่า บริษัท AI ที่เข้าจดทะเบียนในฮ่องกงสามารถเชื่อมกับตลาดที่มีสภาพคล่องสูง และได้รับการสนับสนุนจากระบบนิเวศสินทรัพย์หลากหลาย รวมถึงดัชนี HKEX Tech 100
Shanghai Securities News ยังรายงานว่า ดัชนี HKEX Tech 100 และกลไกที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสให้หุ้นเทคโนโลยีใหม่บางส่วนเชื่อมกับทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่และฐานนักลงทุนที่กว้างขึ้น บทบาทของฮ่องกงจึงมีสองชั้นพร้อมกัน คือเป็นหน้าต่างให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงบริษัท AI จีน และเป็นสะพานระหว่างอุตสาหกรรมจีนกับเงินทุนข้ามพรมแดน
ในสภาพแวดล้อมที่การแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และกฎกำกับดูแลข้ามพรมแดนยังมีความไม่แน่นอน ฮ่องกงจึงมีคุณค่าเพิ่มขึ้นในฐานะตลาดจดทะเบียนนอกจีนแผ่นดินใหญ่ รายงานของ BBC Chinese ที่เผยแพร่ผ่าน The News Lens ระบุว่า บริษัท AI จีนมองฮ่องกงเป็นจุดจดทะเบียนนอกแผ่นดินใหญ่ที่สำคัญ เพื่อรับมือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการระดมทุน โดยอาศัยสถานะศูนย์การเงินระหว่างประเทศและข้อได้เปรียบด้านการปฏิบัติตามกฎข้อมูลของฮ่องกง
นี่คือเหตุผลที่คำว่า ศูนย์กลาง IPO อธิบายภาพได้ดีกว่าคำว่า ตลาดจดทะเบียนธรรมดา เพราะฮ่องกงทำหน้าที่พร้อมกันทั้งระดมทุน ค้นหาระดับมูลค่า เชื่อมนักลงทุนต่างชาติ และสร้างเรื่องเล่าการขยายธุรกิจออกนอกจีน
กระแสครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือแอปพลิเคชัน AI รายงานของ People’s Daily ระบุว่า ตั้งแต่ชิป AI ต้นน้ำ โมเดลทั่วไปช่วงกลางน้ำ ไปจนถึงแอปพลิเคชันปลายน้ำ บริษัท AI จีนกำลังเร่งทั้งการทำอุตสาหกรรมและการเข้าสู่ตลาดทุน
HKEX เองก็อธิบายว่าฮ่องกงกำลังก่อรูปเป็นระบบนิเวศผู้ออกหลักทรัพย์ AI ที่หลากหลาย ครอบคลุมหลายส่วนของห่วงโซ่มูลค่า AI Securities Times รายงานว่า MiniMax และ Zhipu เป็นกลุ่มแรกของแพลตฟอร์ม generative AI จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้าจดทะเบียนในฮ่องกง และในช่วงธันวาคมถึงมกราคมมีบริษัทในห่วงโซ่มูลค่า AI 12 แห่งเข้าตลาด ครอบคลุมทั้งแอปพลิเคชัน AI และโครงสร้างพื้นฐาน AI
อีกจุดที่น่าสนใจคือ HKEX เรียกเหตุการณ์ DeepSeek Moment ในเดือนมกราคม 2025 ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักลงทุนหันกลับมาสนใจเทคโนโลยีจีน และหนึ่งปีต่อมา บริษัทในห่วงโซ่มูลค่า AI จำนวนมากเข้าจดทะเบียนในฮ่องกง ทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนในบริษัท AI แถวหน้าของจีนได้โดยตรง มากกว่าการซื้อหุ้นที่มีเพียงธีม AI เป็นเรื่องเล่า
สำหรับฮ่องกง กระแส AI IPO มีความหมายอย่างน้อยสองชั้น ชั้นแรกคือการเติมเรื่องเล่าการเติบโตใหม่ให้ตลาด IPO ที่เคยเงียบลง ชั้นที่สองคือการเพิ่มสินทรัพย์ที่ลงทุนได้ในห่วงโซ่ AI จีน ทำให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทเหล่านี้โดยตรงมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาเพียงหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หรือหุ้นธีม AI
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดไม่ได้เกิดจาก AI เพียงอย่างเดียว Deloitte ระบุว่าการที่ฮ่องกงขึ้นเป็นตลาด IPO อันดับหนึ่งของโลกด้านเงินระดมทุนในไตรมาสแรกปี 2026 มาจาก IPO ขนาดใหญ่มาก 3 รายการ กระแส AI และแรงส่งของการจดทะเบียนแบบ A แล้ว H ร่วมกัน ส่วนมุมมองของ KPMG ต่อ IPO จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงก็ระบุว่า AI และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดฮ่องกง และคาดว่าปี 2026 จะเป็นปีสำคัญของการเข้าตลาดของบริษัทไฮเทค
พูดให้สั้นคือ AI เป็นธีมหลักที่พาฮ่องกงกลับมาอยู่กลางเวที IPO แต่เสาอีกหลายต้นยังช่วยรับน้ำหนักตลาดนี้อยู่
การเป็นศูนย์ IPO ของบริษัท AI ไม่ได้แปลว่าบริษัท AI ทุกแห่งมีโมเดลธุรกิจที่พิสูจน์แล้ว รายงานในเครือ Xinhua ระบุว่า บริษัท AI ที่ยื่นหนังสือชี้ชวนโดยทั่วไปมีการสะสมเทคโนโลยีและความสามารถในการระดมทุน แต่ผลประกอบการทางการเงินแตกต่างกันมาก มีเพียงส่วนน้อยที่ทำกำไรได้ และส่วนใหญ่ยังขาดทุน
ดังนั้น การประเมิน AI IPO ในฮ่องกงไม่ควรหยุดอยู่ที่คำว่า โมเดลใหญ่ ชิป AI AI agent หรือ generative AI แต่ควรถามคำถามพื้นฐานต่อไปนี้
หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนภาพว่า ฮ่องกงกำลังเป็นศูนย์กลาง IPO สำคัญของบริษัท AI จีน เงินระดมทุน 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในสองเดือน คิวบริษัทอีกราว 20 แห่ง กฎ Chapter 18C และผลงานตลาด IPO ฮ่องกงในไตรมาสแรกปี 2026 ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน
แต่ถ้าจะพูดให้แม่นยำ ฮ่องกงกำลังเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักสำหรับการจดทะเบียนนอกจีนแผ่นดินใหญ่และการระดมทุนระหว่างประเทศของบริษัทในห่วงโซ่มูลค่า AI จีน จุดแข็งมาจากการประสานกันของกฎตลาดทุน เงินทุน ภูมิรัฐศาสตร์ และวัฏจักรอุตสาหกรรม ส่วนบททดสอบหลัง IPO คือบริษัทเหล่านี้จะเปลี่ยนความร้อนแรงของเทคโนโลยีให้เป็นรายได้และกำไรที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่