Eni และ Global Infrastructure Partners (ของ BlackRock) ระดมเงินกู้กว่า £500 ล้าน (ประมาณ 670 ล้านดอลลาร์) ให้กับแพลตฟอร์ม Eni CCUS Holding จากกลุ่มธนาคารนานาชาติ 13 แห่งเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน CCS ในยุโรป[4][18] เงินทุนจะช่วยสนับสนุนโครงการสำคัญอย่าง Liverpool Bay CCS ในคลัสเตอร์ HyNet ของสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How much financing did Eni and BlackRock’s Global Infrastructure Partners raise for their carbon capture and storage (CCS) platform, which l. Article summary: Eni and BlackRock’s Global Infrastructure Partners raised a financing facility of more than £500 million, about $670 million, for Eni CCUS Holding’s CCS platform.[8][4] The funding came from 13 lenders, with BNP Paribas . Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Eni and Global Infrastructure Partners, a part of BlackRock and strategic partner in Eni CCUS Holding, said the company has secured a financing facility of more than $670 million (" source context "Eni CCUS Holding Secures $670M Financing for CCS Projects" Reference image 2: visual subject "In this context, Eni CCUS Holding secu
โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage หรือ CCS) ในยุโรปได้รับแรงหนุนทางการเงินครั้งใหญ่ เมื่อ Eni และ Global Infrastructure Partners (GIP) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ BlackRock สามารถระดมเงินทุนได้ มากกว่า 500 ล้านปอนด์ (ประมาณ 670 ล้านดอลลาร์) สำหรับแพลตฟอร์ม CCS ผ่านบริษัท Eni CCUS Holding.
เงินก้อนนี้จัดหาโดยกลุ่มสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และจะถูกใช้เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน CCS ในหลายประเทศของยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และอาจรวมถึงอิตาลีในอนาคต โดยสะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของภาคเอกชนต่อเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคอุตสาหกรรมหนัก.
วงเงินกู้ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารนานาชาติ 13 แห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านคาร์บอนในระยะยาว โดยธนาคารที่เข้าร่วม ได้แก่:
ในดีลนี้ BNP Paribas ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพียงรายเดียว.
Eni ระบุว่าเงินทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Eni CCUS Holding ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มร่วมทุนกับ GIP ที่ตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาและบริหารโครงการดักจับ การขนส่ง และการกักเก็บคาร์บอนในยุโรป.
หนึ่งในโครงการสำคัญที่สุดของแพลตฟอร์มนี้คือ Liverpool Bay CCS ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลไอริชตะวันออก และทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งและกักเก็บ CO₂ สำหรับ HyNet industrial cluster ที่ครอบคลุมพื้นที่อุตสาหกรรมทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษและตอนเหนือของเวลส์.
รายละเอียดสำคัญของโครงการ ได้แก่:
โครงการนี้จะรวบรวมคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรมในคลัสเตอร์ HyNet แล้วขนส่งไปกักเก็บถาวรในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่หมดสภาพใต้ทะเลบริเวณ Liverpool Bay.
นอกจาก Liverpool Bay แล้ว แพลตฟอร์ม Eni CCUS Holding ยังดูแลโครงการ CCS หลายแห่งในยุโรปเพื่อสร้างเครือข่ายกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ในอนาคต.
L10‑CCS (เนเธอร์แลนด์)
โครงการกักเก็บคาร์บอนในทะเลเหนือของเนเธอร์แลนด์ เชื่อมโยงกับห่วงโซ่การขนส่งและกักเก็บ CO₂ ของโครงการ Aramis.
Bacton CCS (สหราชอาณาจักร)
โครงการ CCS ที่กำลังพัฒนาในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ โดยมีเป้าหมายเชื่อมระบบขนส่ง CO₂ ระหว่างสหราชอาณาจักรและยุโรปแผ่นดินใหญ่ ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในโครงการ CCS ข้ามพรมแดนแห่งแรกของภูมิภาค.
Ravenna CCS (อิตาลี)
แพลตฟอร์ม CCUS ของ Eni ยังอาจเข้าถือหุ้นใน Ravenna CCS โครงการกักเก็บคาร์บอนในอิตาลีที่กำลังขยายการพัฒนาเป็นหลายระยะ.
โครงการ CCS ขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนล่วงหน้าสูงสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่ง CO₂ ระบบขนส่ง และแหล่งกักเก็บใต้ดิน การจัดหาเงินทุนครั้งนี้จึงช่วยให้ Eni CCUS Holding สามารถเร่งผลักดันหลายโครงการจากขั้นพัฒนาไปสู่การก่อสร้างจริง.
เมื่อรวมกับโครงการ Liverpool Bay ที่กำลังก่อสร้าง และโครงการใหม่ในสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ แพลตฟอร์มนี้จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน เครือข่ายกักเก็บคาร์บอนที่ได้รับเงินทุนจากภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรมโดยไม่ต้องปิดโรงงานผลิต.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Eni และ Global Infrastructure Partners (ของ BlackRock) ระดมเงินกู้กว่า £500 ล้าน (ประมาณ 670 ล้านดอลลาร์) ให้กับแพลตฟอร์ม Eni CCUS Holding จากกลุ่มธนาคารนานาชาติ 13 แห่งเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน CCS ในยุโรป[4][18]
Eni และ Global Infrastructure Partners (ของ BlackRock) ระดมเงินกู้กว่า £500 ล้าน (ประมาณ 670 ล้านดอลลาร์) ให้กับแพลตฟอร์ม Eni CCUS Holding จากกลุ่มธนาคารนานาชาติ 13 แห่งเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน CCS ในยุโรป[4][18] เงินทุนจะช่วยสนับสนุนโครงการสำคัญอย่าง Liverpool Bay CCS ในคลัสเตอร์ HyNet ของสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังก่อสร้างมากกว่า 30% และตั้งเป้าเริ่มฉีด CO₂ ในปี 2028 ด้วยความจุเริ่มต้น 4.5 ล้านตันต่อปี[2][13]
พอร์ตโครงการของ Eni CCUS Holding ยังรวม L10‑CCS ในเนเธอร์แลนด์, Bacton CCS ในสหราชอาณาจักร และอาจรวมโครงการ Ravenna CCS ในอิตาลีในอนาคต[1]