Eni ระบุว่าเงินทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Eni CCUS Holding ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มร่วมทุนกับ GIP ที่ตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาและบริหารโครงการดักจับ การขนส่ง และการกักเก็บคาร์บอนในยุโรป.
หนึ่งในโครงการสำคัญที่สุดของแพลตฟอร์มนี้คือ Liverpool Bay CCS ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลไอริชตะวันออก และทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งและกักเก็บ CO₂ สำหรับ HyNet industrial cluster ที่ครอบคลุมพื้นที่อุตสาหกรรมทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษและตอนเหนือของเวลส์.
รายละเอียดสำคัญของโครงการ ได้แก่:
โครงการนี้จะรวบรวมคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรมในคลัสเตอร์ HyNet แล้วขนส่งไปกักเก็บถาวรในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่หมดสภาพใต้ทะเลบริเวณ Liverpool Bay.
นอกจาก Liverpool Bay แล้ว แพลตฟอร์ม Eni CCUS Holding ยังดูแลโครงการ CCS หลายแห่งในยุโรปเพื่อสร้างเครือข่ายกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ในอนาคต.
L10‑CCS (เนเธอร์แลนด์)
โครงการกักเก็บคาร์บอนในทะเลเหนือของเนเธอร์แลนด์ เชื่อมโยงกับห่วงโซ่การขนส่งและกักเก็บ CO₂ ของโครงการ Aramis.
Bacton CCS (สหราชอาณาจักร)
โครงการ CCS ที่กำลังพัฒนาในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ โดยมีเป้าหมายเชื่อมระบบขนส่ง CO₂ ระหว่างสหราชอาณาจักรและยุโรปแผ่นดินใหญ่ ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในโครงการ CCS ข้ามพรมแดนแห่งแรกของภูมิภาค.
Ravenna CCS (อิตาลี)
แพลตฟอร์ม CCUS ของ Eni ยังอาจเข้าถือหุ้นใน Ravenna CCS โครงการกักเก็บคาร์บอนในอิตาลีที่กำลังขยายการพัฒนาเป็นหลายระยะ.
โครงการ CCS ขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนล่วงหน้าสูงสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่ง CO₂ ระบบขนส่ง และแหล่งกักเก็บใต้ดิน การจัดหาเงินทุนครั้งนี้จึงช่วยให้ Eni CCUS Holding สามารถเร่งผลักดันหลายโครงการจากขั้นพัฒนาไปสู่การก่อสร้างจริง.
เมื่อรวมกับโครงการ Liverpool Bay ที่กำลังก่อสร้าง และโครงการใหม่ในสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ แพลตฟอร์มนี้จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน เครือข่ายกักเก็บคาร์บอนที่ได้รับเงินทุนจากภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรมโดยไม่ต้องปิดโรงงานผลิต.
Comments
0 comments