XPeng ยืนยันทุ่มงบ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ต่อปีเพื่อฝึกฝนโมเดล AI สำหรับขับขี่อัตโนมัติ เฉพาะค่าใช้จ่ายด้านกำลังประมวลผลเท่านั้น ยังไม่นับรวมงบวิจัยและพัฒนา AI โดยรวมซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบเท่... ในงาน CVPR 2026 XPeng เปิดตัว VLA 2.0 สถาปัตยกรรมใหม่ที่ถอด 'ภาษา' ซึ่งเป็นขั้นตอนกลางออกจากกระบ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How much does Xpeng spend annually on AI model training for autonomous driving, what new VLA 2.0 architecture did it introduce at CVPR 2026. Article summary: Here are the answers to your three questions, based on recent reporting by Electrek and XPeng's official announcements.. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Xpeng’s head of autonomous driving told Electrek that the company is spending roughly 300 million RMB (~$41 million) per month on AI training alone and believes it has already reac" source context "Xpeng spends $500M/year on AI training to beat Tesla FSD | Electrek" Reference image 2: visual subject "Xpeng’s head of autonomous driving told Electrek that the company is spending roughly 300 million RMB (~$41 millio
ท่ามกลางสมรภูมิเทคโนโลยีที่ดุเดือดระอุ XPeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนได้ประกาศพิมพ์เขียวสำหรับการท้าชิงความเป็นจ้าวแห่งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของ Tesla อย่างเป็นทางการ ณ งานประชุม CVPR เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 บริษัทได้เผยรายละเอียดสถาปัตยกรรม AI แบบถอนรากถอนโคนที่ละทิ้งองค์ประกอบหลักของระบบหุ่นยนต์ส่วนใหญ่ นั่นคือ 'ภาษา' พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายด้านการฝึกฝนโมเดล AI ต่อปีอันน่าตกตะลึง ตอกย้ำว่าแนวทางเจเนอเรชันใหม่ของพวกเขาไม่ใช่แค่แตกต่าง แต่ยัง เร็วกว่าและน่าเชื่อถือกว่า โดยพื้นฐาน
ดร. เซียนหมิง หลิว (Xianming Liu) หัวหน้าศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (General Intelligence Center) ของ XPeng ได้เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ Electrek ว่า บริษัทใช้จ่ายประมาณ 300 ล้านหยวนต่อเดือน หรือคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท) เพื่อการฝึกฝนโมเดล AI สำหรับการขับขี่อัตโนมัติเพียงอย่างเดียว ,
,
ตัวเลขนี้ครอบคลุมเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านกำลังประมวลผล (Compute) สำหรับการเทรนโมเดลขับขี่อัตโนมัติเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา AI โดยรวมของบริษัท โดยในปี 2025 XPeng มีค่าใช้จ่ายด้าน R&D ที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่ที่ประมาณ 652 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 970 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026
การทุ่มทุนครั้งใหญ่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในสนามแข่งนี้ให้ได้
หัวใจสำคัญของการปรากฏตัวของ XPeng ในงาน CVPR 2026 คือการเปิดตัวโมเดล VLA 2.0 (Vision-Language-Action) เจเนอเรชันที่สองอย่างเป็นทางการ สถาปัตยกรรมนี้ถือเป็นการออกนอกเส้นทางเดิมอย่างสิ้นเชิงจากวิธีที่ระบบ AI จำนวนมาก รวมถึงโมเดลเจเนอเรชันแรกของ XPeng ใช้ในการจัดการงานขับขี่ ,
ในกระบวนการแบบดั้งเดิม ระบบจะทำงานเป็นลำดับขั้นตอน: รถยนต์มองเห็นถนน → แปลผลการรับรู้ทางภาพให้เป็นโทเคนที่คล้ายกับภาษา → จากนั้นจึงใช้เหตุผลจากโทเคนภาษาเหล่านั้นเพื่อสร้างคำสั่งในการขับขี่ ดร. หลิว อธิบายว่าขั้นตอนกลางนี้คือจุดอ่อนสำคัญ โดยกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ภาษาคือยาพิษ" (Language is poison) สำหรับการขับขี่แบบเรียลไทม์ ,
เหตุผลของเขาคือ โทเคนภาษาทำให้เกิดความหน่วงแฝง (Latency) โดยธรรมชาติ และยังนำ "สัญญาณรบกวน" เชิงความหมายที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาสู่กระบวนการที่ต้องการการตอบสนองในระดับมิลลิวินาที
เพื่อขจัดปัญหานี้ โมเดล VLA 2.0 ได้นำแนวทางที่บริษัทเรียกว่า "เส้นทางจากภาพ-โทเคนแฝง-แอคชั่น" (Vision-Implicit Token-Action) มาใช้ ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างคำสั่งขับขี่จากข้อมูลภาพดิบได้โดยตรงแบบครบวงจร โดยปราศจากการแปลงเป็นภาษาใดๆ ระหว่างทาง ,
แม้ว่าระบบจะยังคงรับภาษาในรูปแบบของข้อมูลขาเข้าได้ เช่น คำสั่งนำทางของผู้ขับขี่หรือคำสั่งเสียง แต่ระบบจะไม่สร้างโทเคนภาษาของตัวเองขึ้นมาเป็นผลลัพธ์ภายในเลยในระหว่างการขับขี่
XPeng ได้จัดแสดงระบบนี้ที่บูธในงาน CVPR ควบคู่ไปกับโมเดลโลกทางกายภาพ (Physical AI World Model) และมีรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในชื่อ DrivePTS ซึ่งได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในงานประชุมดังกล่าวด้วย
ผู้นำของ XPeng ไม่อายที่จะเปรียบเทียบโดยตรงกับ Tesla การอ้างสิทธิ์ของพวกเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2026 แสดงถึงความมั่นใจที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดร. หลิวกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนมิถุนายนว่า XPeng สามารถ ทำประสิทธิภาพได้ทัดเทียมกับ Tesla's FSD v13 ในประเทศจีนแล้ว และการเทียบเท่ากับประสิทธิภาพของ FSD v14 ที่ใหม่กว่านั้น "อยู่ใกล้แค่เอื้อมก่อนสิ้นสุดฤดูร้อนนี้" ,
คำกล่าวอ้างทางเทคนิคเหล่านี้ได้รับการหนุนหลังจากความมุ่งมั่นส่วนตัวที่ไม่ธรรมดาจากผู้บริหารระดับสูง ในเดือนธันวาคม 2025 คุณเหอ เสี่ยวเผิง (He Xiaopeng) ซีอีโอของ XPeng ได้ตั้ง "การเดิมพันด้วยประสิทธิภาพ" ต่อสาธารณะ โดยประกาศว่าระบบ VLA ของ XPeng จะต้องมอบประสบการณ์การขับขี่บนท้องถนนให้เทียบเท่ากับ Tesla's FSD v14.2 ในซิลิคอนวัลเลย์ให้ได้ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2026 ,
เดิมพันครั้งนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า: หากทีมล้มเหลว ผู้รับผิดชอบจะต้อง "วิ่งแก้ผ้า"
,
เพื่อสนับสนุนเรื่องราวของตนเอง XPeng ได้เผยแพร่วิดีโอเปรียบเทียบการแข่งขันแบบแมน-ทู-แมนในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยการนำแฟนพันธุ์แท้ Tesla ชาวอเมริกันสองคนมาที่จีน การเปรียบเทียบที่จัดฉากขึ้นนี้เป็นการดวลกันระหว่าง XPeng P7 ที่ใช้ระบบ VLA 2.0 กับ Tesla Model 3 ที่ใช้ระบบ FSD บนเส้นทางในกรุงปักกิ่งที่เหมือนกัน ตามวิดีโอที่ XPeng ตัดต่อเอง ยานพาหนะของตนต้องให้ผู้ขับขี่เข้าควบคุมเพียง 2 ครั้ง เทียบกับ Tesla ที่ต้องควบคุมถึง 7 ครั้ง ,
แม้ว่าคุณเหอ เสี่ยวเผิง จะย้ำในหลายวาระ รวมถึงในงาน ออโต้ ไชน่า 2026 ว่าเป้าหมายคือการเอาชนะ Tesla's FSD ในตลาดจีนอย่างสมบูรณ์แบบภายในเดือนสิงหาคมนี้ แต่บทวิจารณ์อิสระก็ยังแนะนำให้ใช้วิจารณญาณ บรรณาธิการของ Electrek ซึ่งได้ทดสอบ VLA 2.0 ในกรุงปักกิ่งอธิบายว่าสมรรถนะของระบบ "เทียบเคียงได้" กับ FSD v14 แต่ให้ข้อสังเกตว่าระบบทั้งสองยังคงต้องการสมาธิจากผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่องและยังห่างไกลจากคำว่าอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
,
ณ เวลานี้ การแข่งขันยังคงเป็นการไล่ล่าด้วยความเร็วสูงซึ่งนิยามด้วยการเดิมพันทางสถาปัตยกรรมที่ห้าวหาญและการอ้างสิทธิ์ที่ห้าวหาญยิ่งกว่า การตัดสินใจของ XPeng ที่จะออกแบบ "ภาษา" ออกจากสมองกลสำหรับการขับขี่ของตนคือการพนันที่คำนวณมาอย่างดีว่าเส้นทางที่เร็วที่สุดจากภาพไปสู่แอคชั่นคือเส้นทางตรง แม้ว่านั่นจะหมายถึงการทิ้งพจนานุกรมออกไปนอกหน้าต่างก็ตาม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
XPeng ยืนยันทุ่มงบ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ต่อปีเพื่อฝึกฝนโมเดล AI สำหรับขับขี่อัตโนมัติ เฉพาะค่าใช้จ่ายด้านกำลังประมวลผลเท่านั้น ยังไม่นับรวมงบวิจัยและพัฒนา AI โดยรวมซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบเท่...
XPeng ยืนยันทุ่มงบ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ต่อปีเพื่อฝึกฝนโมเดล AI สำหรับขับขี่อัตโนมัติ เฉพาะค่าใช้จ่ายด้านกำลังประมวลผลเท่านั้น ยังไม่นับรวมงบวิจัยและพัฒนา AI โดยรวมซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบเท่... ในงาน CVPR 2026 XPeng เปิดตัว VLA 2.0 สถาปัตยกรรมใหม่ที่ถอด 'ภาษา' ซึ่งเป็นขั้นตอนกลางออกจากกระบวนการขับขี่ทั้งหมด โดยหัวหน้าทีม AI ประกาศชัดว่า 'ภาษาคือยาพิษ' สำหรับสมรรถนะแบบเรียลไทม์ [2], [5], [7]
XPeng อ้างว่าระบบล่าสุดมีประสิทธิภาพทัดเทียม Tesla FSD v13 แล้ว และกำลังจะไล่ตาม FSD v14.2 ทันภายในสิ้นฤดูร้อนปี 2026 นี้ ทว่าผลทดสอบอิสระชี้ว่าทั้งสองระบบยังต้องการสมาธิจากผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่อง [2], [4], [13]