การแปลงสินทรัพย์จริงให้กลายเป็นโทเคนบนบล็อกเชน (Tokenization) กำลังกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกการเงินดิจิทัล แนวคิดหลักคือการนำสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น ทองคำ พันธบัตร หรือกองทุน มาสร้างเป็นโทเคนที่ซื้อขายได้บนบล็อกเชน
อย่างไรก็ตาม ขนาดของตลาดนี้อาจดูต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับว่าใช้วิธีวัดแบบใด ระหว่างการวัดเฉพาะสินทรัพย์ที่อยู่บนบล็อกเชนจริง กับการประเมินเชิงสถาบันที่รวมสินทรัพย์แบบตัวแทน (represented assets) เข้าไปด้วย
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ตลาดสินทรัพย์จริงแบบโทเคนไนซ์ (RWA) บนบล็อกเชนมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้นับเฉพาะสินทรัพย์ที่มีอยู่บนบล็อกเชนจริงเท่านั้น
หากใช้การประเมินที่กว้างขึ้น ซึ่งรวมสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นตัวแทนในระบบการเงินแบบดั้งเดิม รายงานจาก Ripple และ Boston Consulting Group ระบุว่า ตลาดสินทรัพย์โทเคนไนซ์ในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 0.6 ล้านล้านดอลลาร์ และอาจขยายไปถึง
ความแตกต่างระหว่างตัวเลข "หลายหมื่นล้าน" กับ "ระดับล้านล้าน" จึงมาจากนิยามของตลาดที่ใช้วัด
ในบรรดาสินทรัพย์ RWA หลายประเภท กลุ่ม สินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) เป็นหนึ่งในหมวดที่เติบโตเร็วที่สุด
โทเคนหลักสองตัวที่ครองตลาดคือ
สองโทเคนนี้รวมกันคิดเป็นประมาณ 73–74% ของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โทเคนไนซ์ทั้งหมด หรือราว 5.3 พันล้านดอลลาร์จากตลาด 7.3 พันล้านดอลลาร์
หากดูการเติบโตของตลาดตั้งแต่ปี 2025 จะเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น
กล่าวอีกอย่างคือ เงินทุนใหม่ที่ไหลเข้าตลาดนี้ส่วนใหญ่เลือกลงทุนใน โทเคนทองคำ มากกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่น
สินทรัพย์โทเคนไนซ์ไม่ได้อยู่บนบล็อกเชนเดียว แต่กระจายอยู่ในหลายเครือข่าย
ข้อมูลปี 2026 ระบุการกระจายตัวของมูลค่า RWA บนเชนดังนี้
Ethereum ยังคงเป็นศูนย์กลางหลัก เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ DeFi และสินทรัพย์โทเคนไนซ์เริ่มพัฒนาก่อน และมาตรฐาน ERC‑20 ทำให้โทเคนเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงิน ตลาดแลกเปลี่ยน และโปรโตคอล DeFi ได้ง่าย
ในขณะเดียวกัน Tether Gold (XAUT) ได้ขยายไปยังหลายเครือข่าย เช่น Tron และ BNB Chain สะท้อนแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ multi‑chain
การเติบโตของตลาด RWA ในช่วงปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูงมาก
ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่
ตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตคือ
แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่า tokenization อยู่ใน ระยะเริ่มต้น (early stage) ด้วยเหตุผลหลายประการ
1. ตลาดยังเล็กมากเมื่อเทียบกับการเงินโลก
แม้มูลค่าบนบล็อกเชนจะอยู่ระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ แต่ยังเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดพันธบัตร หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกที่มีมูลค่ารวมหลายร้อยล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่การประเมินแบบกว้างยังอยู่เพียงประมาณ 0.6 ล้านล้านดอลลาร์
2. การคาดการณ์ระยะยาวแตกต่างกันมาก
McKinsey ประเมินว่าตลาดอาจมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ในกรณีพื้นฐาน ขณะที่การคาดการณ์อื่นอาจสูงถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์ขึ้นไป
3. กฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานยังพัฒนาอยู่
หลายประเทศยังอยู่ระหว่างสร้างกรอบกฎหมายสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงโครงสร้างการดูแลทรัพย์สิน การชำระราคา และการเชื่อมต่อกับระบบการเงินดั้งเดิม
4. การใช้งานจริงยังอยู่ในช่วงทดลอง
สถาบันการเงินจำนวนมากกำลังทดลองออกพันธบัตร กองทุน หรือเงินฝากในรูปแบบโทเคน แต่โครงสร้างตลาดเต็มรูปแบบยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
ตลาดสินทรัพย์โทเคนไนซ์ได้เติบโตจากการทดลองเล็ก ๆ ในโลกคริปโต กลายเป็นระบบนิเวศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
แม้ตลาดจะเติบโตระดับสามหลักในช่วงปีเดียว แต่เมื่อเทียบกับระบบการเงินโลกแล้ว tokenization ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และนั่นเองคือเหตุผลที่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเงินในทศวรรษหน้า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สินทรัพย์จริงแบบโทเคนไนซ์บนบล็อกเชน (RWA) มีมูลค่าเกิน 32 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 โดยภาคสินค้าโภคภัณฑ์มูลค่าราว 7.3 พันล้านดอลลาร์ และโทเคนทองคำอย่าง XAUT กับ PAXG ครองประมาณ 73% ของตลาดนี้ [17][41]
สินทรัพย์จริงแบบโทเคนไนซ์บนบล็อกเชน (RWA) มีมูลค่าเกิน 32 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 โดยภาคสินค้าโภคภัณฑ์มูลค่าราว 7.3 พันล้านดอลลาร์ และโทเคนทองคำอย่าง XAUT กับ PAXG ครองประมาณ 73% ของตลาดนี้ [17][41] Ethereum เป็นบล็อกเชนหลักที่โฮสต์สินทรัพย์โทเคนไนซ์มากที่สุด ตามด้วย BNB Chain, Solana, Stellar และ Liquid [28]
แม้ตลาดจะเติบโตมากกว่า 200% ตั้งแต่ปี 2025 แต่นักวิเคราะห์ยังมองว่าเป็นช่วงเริ่มต้น เพราะขนาดตลาดยังเล็กเมื่อเทียบกับการเงินโลก และยังต้องพึ่งพากฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจนมากขึ้น [1][2]
Loading comments...
Comments
0 comments