มาตรการสำคัญของเวียดนามคือ ลดการพึ่งพาเส้นทางพลังงานจากตะวันออกกลาง โดยผู้กลั่นน้ำมันและผู้นำเข้าเชื้อเพลิงได้เพิ่มการจัดซื้อน้ำมันจากภูมิภาคอื่น
แหล่งนำเข้าใหม่ที่ถูกใช้มากขึ้น ได้แก่
แม้จะยังคงมีการนำเข้าน้ำมันบางส่วนจากตะวันออกกลาง แต่การกระจายแหล่งนำเข้าช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของเส้นทางฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ได้ระบุปริมาณการทดแทนจากแต่ละประเทศอย่างละเอียด แสดงให้เห็นว่ากระบวนการปรับโครงสร้างแหล่งนำเข้ายังอยู่ในช่วงพัฒนา
ในระดับนโยบาย รัฐบาลเวียดนามยัง ลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและวัตถุดิบสำหรับโรงกลั่นลงเหลือ 0% เพื่อให้การนำเข้าจากตลาดโลกทำได้ง่ายขึ้นในช่วงวิกฤต
เวียดนามมีโรงกลั่นหลักสองแห่งที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานในประเทศ ได้แก่
ในช่วงวิกฤต รัฐบาลและผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการเดินเครื่องโรงกลั่นเหล่านี้ในระดับสูง
ตัวอย่างเช่น
ด้วยการผลิตจากโรงกลั่นภายในประเทศร่วมกับการนำเข้าเพิ่มเติม ทำให้เวียดนามยังสามารถรักษาอุปทานเชื้อเพลิงในประเทศได้ค่อนข้างมีเสถียรภาพ
แม้โรงกลั่นภายในประเทศจะช่วยบรรเทาแรงกดดันได้ แต่เวียดนามยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก
ข้อมูลจากศุลกากรเวียดนามระบุว่า ใน ไตรมาสแรกของปี 2026 ประเทศนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประมาณ 3.37 ล้านตัน มูลค่าราว 2.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนทั้ง
ราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนนำเข้าพุ่งตามไปด้วย
ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อเศรษฐกิจของเวียดนามโดยตรง
เมื่อราคาพลังงานโลกเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเชื้อเพลิงของประเทศก็เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งอาจกดดัน ดุลการค้าและค่าใช้จ่ายนำเข้า ของประเทศ
นอกจากนี้ ราคาพลังงานยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง เช่น
นักวิเคราะห์เตือนว่าช็อกจากราคาน้ำมันที่เชื่อมโยงกับวิกฤตฮอร์มุซอาจทำให้เศรษฐกิจในเอเชียชะลอตัวและเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง
แม้เวียดนามจะกระจายแหล่งนำเข้าและเพิ่มกำลังผลิตในประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่าโครงสร้างพลังงานของประเทศยังมีความเสี่ยงอยู่
โรงกลั่นในประเทศสามารถตอบสนองความต้องการเชื้อเพลิงได้ประมาณ 70% ของความต้องการทั้งหมด ทำให้เวียดนามยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในสัดส่วนสูง
การกระจายแหล่งนำเข้าช่วยลดความเสี่ยงด้านเส้นทาง แต่ ไม่สามารถป้องกันผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง เมื่ออุปทานทั่วโลกตึงตัว
หลายประเทศในเอเชียยังพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างมาก ดังนั้นการหยุดชะงักในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซจึงสามารถสร้างแรงกระแทกต่อราคาพลังงานทั่วภูมิภาคได้ แม้จะมีซัพพลายเออร์ทางเลือกก็ตาม
เวียดนามสามารถรักษาเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันในระยะสั้นได้ ด้วยการผสมผสานมาตรการหลายด้าน ได้แก่
มาตรการเหล่านี้ช่วยให้ตลาดเชื้อเพลิงภายในประเทศยังดำเนินไปได้ตามปกติ แม้ตลาดพลังงานโลกจะเผชิญความปั่นป่วน
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพลังงานของเวียดนามยังคงผูกกับตลาดพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด และตราบใดที่ประเทศยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซก็ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ
Comments
0 comments