อูลานฉีในมองโกเลียในกำลังเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านพลังงานหมุนเวียนและสภาพอากาศเย็นให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรม AI ของจีน [20][21][22] Galaxy Campus ของ Envision มีอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 120,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 20 สนาม และออกแบบให้รองรับ AI accelerator สูงสุด 1 ล้านตัว [1][4][6...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Ulanqab, a city several hundred kilometres northwest of Beijing in Inner Mongolia whose Mongolian name means “red cliff pass,” transf. Article summary: Ulanqab is converting its renewable-energy advantage into AI infrastructure: its cool climate lowers data-centre cooling needs, while abundant, relatively cheap wind and solar power support electricity-intensive computin. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
อูลานฉีในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีนกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเมืองที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจปศุสัตว์และเกษตรกรรม ไปสู่แหล่งจ่ายพลังงานและกำลังประมวลผลสำหรับการเติบโตของ AI จีน เมืองแห่งนี้ดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์จากการมีพลังงานลมและแสงอาทิตย์จำนวนมาก ค่าไฟฟ้าค่อนข้างแข่งขันได้ และสภาพอากาศเย็นซึ่งเอื้อต่อการเดินระบบศูนย์ข้อมูลที่ต้องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องในปริมาณสูง 20
21
22
จุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดคือ Envision Galaxy Campus ของ Envision Group ซึ่งเริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 โครงการนี้พยายามเชื่อมการผลิตพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน การบริหารจัดการไฟฟ้า และการประมวลผล AI ไว้ในโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน 4
21
การฝึกและใช้งานโมเดล AI ต้องพึ่งพาชิปเร่งการประมวลผลจำนวนมาก และชิปเหล่านี้ใช้ไฟฟ้าสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนพลังงาน ความมั่นคงของแหล่งจ่ายไฟ และระบบระบายความร้อน กลายเป็นปัจจัยสำคัญพอ ๆ กับการเข้าถึงชิปหรือซอฟต์แวร์
อูลานฉีมีข้อได้เปรียบจากทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงอุณหภูมิที่เย็นกว่าเมืองขนาดใหญ่หลายแห่ง สภาพแวดล้อมเช่นนี้อาจช่วยลดภาระด้านการทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ ขณะเดียวกัน เมืองยังสอดคล้องกับแนวทางของจีนที่ต้องการกระจายกำลังประมวลผลไปยังพื้นที่ภายในประเทศซึ่งมีทรัพยากรพลังงานพร้อม 20
21
22
แทนที่จะส่งไฟฟ้าจากพื้นที่ผลิตไปยังศูนย์กลางความต้องการเพียงอย่างเดียว โครงการอย่าง Galaxy พยายามนำไฟฟ้ามาใช้กับงาน AI ใกล้แหล่งผลิตมากขึ้น นั่นทำให้การลงทุนด้านพลังงานและการลงทุนด้านคอมพิวติ้งกลายเป็นแผนงานเดียวกัน
การขยายตัวของอูลานฉีไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Galaxy Campus แห่งเดียว China Daily รายงานว่าเมืองนี้ดึงดูดโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว 89 โครงการ ขณะที่ข้อมูลอีกชุดระบุว่า การใช้ไฟฟ้าสำหรับบริการข้อมูลอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น 85.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 4,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 19
23
อาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI หลักของ Galaxy มีพื้นที่ 120,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 20 สนาม Envision ระบุว่าอาคารแห่งนี้เป็นอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI เดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่คำกล่าวดังกล่าวควรถือเป็นการอ้างของบริษัท เนื่องจากการจัดอันดับจะเปลี่ยนไปตามนิยามว่า “ใหญ่ที่สุด” หมายถึงพื้นที่อาคาร พื้นที่ทั้งแคมปัส กำลังไฟฟ้ารวม หรือกำลังไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ไอที 1
4
6
แคมปัสได้รับการออกแบบให้รวมองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่
Envision ระบุว่า เมื่อพัฒนาเต็มรูปแบบ โครงการจะรองรับ AI accelerator ได้สูงสุด 1 ล้านตัว และขยายกำลังไฟฟ้าได้มากกว่า 2 กิกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้คือเพดานหรือเป้าหมายของการก่อสร้างในอนาคต ไม่ใช่จำนวนชิปและกำลังไฟฟ้าที่กำลังใช้งานอยู่ทั้งหมดในขณะนี้ 1
4
10
เฟสแรกที่เปิดใช้งานมีรายงานว่ามีกำลังไฟฟ้า 120 เมกะวัตต์ และถูกจัดสรรให้บริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่น 2 แห่ง ดังนั้น Galaxy จึงเปิดดำเนินงานแล้วจริง แต่ขนาดของเฟสแรกยังเล็กกว่าขีดความสามารถสูงสุดที่โครงการวางไว้มาก 5
21
ความสำคัญของ Galaxy ไม่ได้อยู่ที่ขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การวางระบบพลังงานไว้เป็นแกนกลางของการออกแบบคอมพิวติ้ง Envision ระบุว่าแคมปัสใช้พลังงานหมุนเวียนโดยตรง และรวมการผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บ การจัดการพลังงาน และการประมวลผลไว้ในระบบเดียว 4
6
แนวทางนี้อาจช่วยตอบโจทย์ข้อจำกัดสำคัญของการขยายตัวของ AI นั่นคือการสร้างกำลังไฟฟ้าให้เพียงพอและรวดเร็วพอสำหรับคลัสเตอร์ชิปที่มีความหนาแน่นสูงขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังทำให้บริษัทพลังงานอย่าง Envision เข้ามามีบทบาทโดยตรงในตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตไฟฟ้าหรืออุปกรณ์เท่านั้น
อย่างไรก็ดี ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมยังต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของ Galaxy สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ใช้จริง อัตราการใช้ประโยชน์ของระบบ หรือความต้องการไฟฟ้าสำรอง ข้อสรุปที่รองรับได้ชัดเจนกว่าคือ Envision กำลังพยายามทำให้การผลิตพลังงานหมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลการดำเนินงานของแคมปัสตั้งแต่ต้น 3
4
Galaxy มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Colossus 2 ศูนย์ประมวลผล AI ของ xAI ในสหรัฐฯ โดย Galaxy วางแผนขยายกำลังไฟฟ้าเกิน 2 กิกะวัตต์ ขณะที่ Epoch AI ประเมินว่า Colossus 2 มีกำลังไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ไอทีในปัจจุบัน 946 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,531 เมกะวัตต์ในไตรมาสแรกของปี 2027 5
26
หากดูเฉพาะตัวเลขบนหน้ากระดาษ กำลังไฟฟ้าเป้าหมายของ Galaxy จะสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ Colossus 2 ราวหนึ่งในสาม แต่การเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่การเทียบแบบเดียวกันทั้งหมด เพราะ
ดังนั้น การเปรียบเทียบนี้ควรใช้เพื่อบอกให้เห็นระดับขนาดของโครงการ มากกว่าจะสรุปว่าไซต์ใดมีพลังประมวลผลมากกว่าอีกแห่งอย่างเด็ดขาดในเวลานี้
กรณีของอูลานฉีสะท้อนว่า AI กำลังเปลี่ยนแผนที่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทำเลที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่เพียงเมืองเทคโนโลยีชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่น แต่รวมถึงพื้นที่ที่มีที่ดิน พลังงานที่เชื่อถือได้ แหล่งพลังงานหมุนเวียน และอุณหภูมิที่ช่วยจัดการระบบดาต้าเซ็นเตอร์ได้
สำหรับจีน Galaxy Campus คือความพยายามเชื่อมทรัพยากรพลังงานของพื้นที่ภายในประเทศเข้ากับความต้องการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนในระดับโลก โครงการนี้ย้ำว่าการแข่งขัน AI ระยะถัดไปจะไม่ได้ตัดสินกันด้วยอัลกอริทึมและชิปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลิตไฟฟ้า การเข้าถึงโครงข่าย และระบบระบายความร้อนด้วย
ความเป็นจริงในระยะเริ่มต้นของโครงการมีขนาดพอดีกว่าตัวเลขพาดหัวข่าว: เฟส 120 เมกะวัตต์เปิดดำเนินงานแล้ว ขณะที่เป้าหมายรองรับ accelerator 1 ล้านตัวและกำลังไฟฟ้ามากกว่า 2 กิกะวัตต์ยังเป็นแผนการขยายในอนาคต ถึงอย่างนั้น Galaxy ก็ทำให้อูลานฉีกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า พื้นที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนจะสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางคอมพิวติ้งเชิงยุทธศาสตร์ แทนที่จะเป็นเพียงผู้ส่งออกไฟฟ้าได้หรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
อูลานฉีในมองโกเลียในกำลังเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านพลังงานหมุนเวียนและสภาพอากาศเย็นให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรม AI ของจีน [20][21][22]
อูลานฉีในมองโกเลียในกำลังเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านพลังงานหมุนเวียนและสภาพอากาศเย็นให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรม AI ของจีน [20][21][22] Galaxy Campus ของ Envision มีอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 120,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 20 สนาม และออกแบบให้รองรับ AI accelerator สูงสุด 1 ล้านตัว [1][4][6]
โครงการวางเป้าขยายกำลังไฟฟ้าเกิน 2 กิกะวัตต์ แต่เฟสแรกที่เปิดใช้งานมีขนาด 120 เมกะวัตต์ จึงยังไม่ควรตีความว่าความจุเป้าหมายทั้งหมดเปิดดำเนินการแล้ว [4][5][21]
อูลานฉีในมองโกเลียในกำลังเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านพลังงานหมุนเวียนและสภาพอากาศเย็นให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรม AI ของจีน [20][21][22] Galaxy Campus ของ Envision มีอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 120,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 20 สนาม และออกแบบให้รองรับ AI accelerator สูงสุด 1 ล้านตัว [1][4][6...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Ulanqab, a city several hundred kilometres northwest of Beijing in Inner Mongolia whose Mongolian name means “red cliff pass,” transf. Article summary: Ulanqab is converting its renewable-energy advantage into AI infrastructure: its cool climate lowers data-centre cooling needs, while abundant, relatively cheap wind and solar power support electricity-intensive computin. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
อูลานฉีในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีนกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเมืองที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจปศุสัตว์และเกษตรกรรม ไปสู่แหล่งจ่ายพลังงานและกำลังประมวลผลสำหรับการเติบโตของ AI จีน เมืองแห่งนี้ดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์จากการมีพลังงานลมและแสงอาทิตย์จำนวนมาก ค่าไฟฟ้าค่อนข้างแข่งขันได้ และสภาพอากาศเย็นซึ่งเอื้อต่อการเดินระบบศูนย์ข้อมูลที่ต้องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องในปริมาณสูง 20
21
22
จุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดคือ Envision Galaxy Campus ของ Envision Group ซึ่งเริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 โครงการนี้พยายามเชื่อมการผลิตพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน การบริหารจัดการไฟฟ้า และการประมวลผล AI ไว้ในโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน 4
21
การฝึกและใช้งานโมเดล AI ต้องพึ่งพาชิปเร่งการประมวลผลจำนวนมาก และชิปเหล่านี้ใช้ไฟฟ้าสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนพลังงาน ความมั่นคงของแหล่งจ่ายไฟ และระบบระบายความร้อน กลายเป็นปัจจัยสำคัญพอ ๆ กับการเข้าถึงชิปหรือซอฟต์แวร์
อูลานฉีมีข้อได้เปรียบจากทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงอุณหภูมิที่เย็นกว่าเมืองขนาดใหญ่หลายแห่ง สภาพแวดล้อมเช่นนี้อาจช่วยลดภาระด้านการทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ ขณะเดียวกัน เมืองยังสอดคล้องกับแนวทางของจีนที่ต้องการกระจายกำลังประมวลผลไปยังพื้นที่ภายในประเทศซึ่งมีทรัพยากรพลังงานพร้อม 20
21
22
แทนที่จะส่งไฟฟ้าจากพื้นที่ผลิตไปยังศูนย์กลางความต้องการเพียงอย่างเดียว โครงการอย่าง Galaxy พยายามนำไฟฟ้ามาใช้กับงาน AI ใกล้แหล่งผลิตมากขึ้น นั่นทำให้การลงทุนด้านพลังงานและการลงทุนด้านคอมพิวติ้งกลายเป็นแผนงานเดียวกัน
การขยายตัวของอูลานฉีไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Galaxy Campus แห่งเดียว China Daily รายงานว่าเมืองนี้ดึงดูดโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว 89 โครงการ ขณะที่ข้อมูลอีกชุดระบุว่า การใช้ไฟฟ้าสำหรับบริการข้อมูลอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น 85.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 4,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 19
23
อาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI หลักของ Galaxy มีพื้นที่ 120,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 20 สนาม Envision ระบุว่าอาคารแห่งนี้เป็นอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI เดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่คำกล่าวดังกล่าวควรถือเป็นการอ้างของบริษัท เนื่องจากการจัดอันดับจะเปลี่ยนไปตามนิยามว่า “ใหญ่ที่สุด” หมายถึงพื้นที่อาคาร พื้นที่ทั้งแคมปัส กำลังไฟฟ้ารวม หรือกำลังไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ไอที 1
4
6
แคมปัสได้รับการออกแบบให้รวมองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่
Envision ระบุว่า เมื่อพัฒนาเต็มรูปแบบ โครงการจะรองรับ AI accelerator ได้สูงสุด 1 ล้านตัว และขยายกำลังไฟฟ้าได้มากกว่า 2 กิกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้คือเพดานหรือเป้าหมายของการก่อสร้างในอนาคต ไม่ใช่จำนวนชิปและกำลังไฟฟ้าที่กำลังใช้งานอยู่ทั้งหมดในขณะนี้ 1
4
10
เฟสแรกที่เปิดใช้งานมีรายงานว่ามีกำลังไฟฟ้า 120 เมกะวัตต์ และถูกจัดสรรให้บริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่น 2 แห่ง ดังนั้น Galaxy จึงเปิดดำเนินงานแล้วจริง แต่ขนาดของเฟสแรกยังเล็กกว่าขีดความสามารถสูงสุดที่โครงการวางไว้มาก 5
21
ความสำคัญของ Galaxy ไม่ได้อยู่ที่ขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การวางระบบพลังงานไว้เป็นแกนกลางของการออกแบบคอมพิวติ้ง Envision ระบุว่าแคมปัสใช้พลังงานหมุนเวียนโดยตรง และรวมการผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บ การจัดการพลังงาน และการประมวลผลไว้ในระบบเดียว 4
6
แนวทางนี้อาจช่วยตอบโจทย์ข้อจำกัดสำคัญของการขยายตัวของ AI นั่นคือการสร้างกำลังไฟฟ้าให้เพียงพอและรวดเร็วพอสำหรับคลัสเตอร์ชิปที่มีความหนาแน่นสูงขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังทำให้บริษัทพลังงานอย่าง Envision เข้ามามีบทบาทโดยตรงในตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตไฟฟ้าหรืออุปกรณ์เท่านั้น
อย่างไรก็ดี ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมยังต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของ Galaxy สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ใช้จริง อัตราการใช้ประโยชน์ของระบบ หรือความต้องการไฟฟ้าสำรอง ข้อสรุปที่รองรับได้ชัดเจนกว่าคือ Envision กำลังพยายามทำให้การผลิตพลังงานหมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลการดำเนินงานของแคมปัสตั้งแต่ต้น 3
4
Galaxy มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Colossus 2 ศูนย์ประมวลผล AI ของ xAI ในสหรัฐฯ โดย Galaxy วางแผนขยายกำลังไฟฟ้าเกิน 2 กิกะวัตต์ ขณะที่ Epoch AI ประเมินว่า Colossus 2 มีกำลังไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ไอทีในปัจจุบัน 946 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,531 เมกะวัตต์ในไตรมาสแรกของปี 2027 5
26
หากดูเฉพาะตัวเลขบนหน้ากระดาษ กำลังไฟฟ้าเป้าหมายของ Galaxy จะสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ Colossus 2 ราวหนึ่งในสาม แต่การเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่การเทียบแบบเดียวกันทั้งหมด เพราะ
ดังนั้น การเปรียบเทียบนี้ควรใช้เพื่อบอกให้เห็นระดับขนาดของโครงการ มากกว่าจะสรุปว่าไซต์ใดมีพลังประมวลผลมากกว่าอีกแห่งอย่างเด็ดขาดในเวลานี้
กรณีของอูลานฉีสะท้อนว่า AI กำลังเปลี่ยนแผนที่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทำเลที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่เพียงเมืองเทคโนโลยีชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่น แต่รวมถึงพื้นที่ที่มีที่ดิน พลังงานที่เชื่อถือได้ แหล่งพลังงานหมุนเวียน และอุณหภูมิที่ช่วยจัดการระบบดาต้าเซ็นเตอร์ได้
สำหรับจีน Galaxy Campus คือความพยายามเชื่อมทรัพยากรพลังงานของพื้นที่ภายในประเทศเข้ากับความต้องการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนในระดับโลก โครงการนี้ย้ำว่าการแข่งขัน AI ระยะถัดไปจะไม่ได้ตัดสินกันด้วยอัลกอริทึมและชิปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลิตไฟฟ้า การเข้าถึงโครงข่าย และระบบระบายความร้อนด้วย
ความเป็นจริงในระยะเริ่มต้นของโครงการมีขนาดพอดีกว่าตัวเลขพาดหัวข่าว: เฟส 120 เมกะวัตต์เปิดดำเนินงานแล้ว ขณะที่เป้าหมายรองรับ accelerator 1 ล้านตัวและกำลังไฟฟ้ามากกว่า 2 กิกะวัตต์ยังเป็นแผนการขยายในอนาคต ถึงอย่างนั้น Galaxy ก็ทำให้อูลานฉีกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า พื้นที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนจะสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางคอมพิวติ้งเชิงยุทธศาสตร์ แทนที่จะเป็นเพียงผู้ส่งออกไฟฟ้าได้หรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
อูลานฉีในมองโกเลียในกำลังเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านพลังงานหมุนเวียนและสภาพอากาศเย็นให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรม AI ของจีน [20][21][22]
อูลานฉีในมองโกเลียในกำลังเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านพลังงานหมุนเวียนและสภาพอากาศเย็นให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรม AI ของจีน [20][21][22] Galaxy Campus ของ Envision มีอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 120,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 20 สนาม และออกแบบให้รองรับ AI accelerator สูงสุด 1 ล้านตัว [1][4][6]
โครงการวางเป้าขยายกำลังไฟฟ้าเกิน 2 กิกะวัตต์ แต่เฟสแรกที่เปิดใช้งานมีขนาด 120 เมกะวัตต์ จึงยังไม่ควรตีความว่าความจุเป้าหมายทั้งหมดเปิดดำเนินการแล้ว [4][5][21]