ยูเครนเพิ่มการใช้โดรนระยะกลางที่ผลิตในประเทศเพื่อโจมตีคลังเสบียง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และศูนย์โลจิสติกส์ของรัสเซียลึกหลังแนวรบหลายสิบถึงกว่าร้อยกิโลเมตร [1][4] การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เช่น โรงกลั่นและคลังน้ำมัน รวมถึงโรงกลั่น Tuapse ทำให้เกิดไฟไหม้ การหยุดดำเนินงานชั่วคราว และปัญหามลพิษในพื้นที่ [5][7][10]...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Ukraine using its growing domestically produced mid-range drone arsenal and newly unveiled homegrown glide bomb to weaken Russia’s mi. Article summary: Ukraine is using domestically produced mid-range drones to hit Russian logistics, air-defense nodes, and energy infrastructure well behind the front, while its new homegrown glide bomb gives Kyiv a cheaper, local way to . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "## Ukraine has unveiled a new domestically-developed kit to convert a 250 kg drop bomb into a guided glide bomb to arm its fighter jets. Ukraine has unveiled on May 18, 2026, a new" source context "Ukraine Unveils New Homegrown Glide Bomb - The Aviationist" Reference image 2: visual subject "From Charles XII of S
สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียกำลังเข้าสู่ช่วงที่ยุทธศาสตร์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ยูเครนเน้นการป้องกันแนวรบเป็นหลัก ปัจจุบันกองทัพยูเครนเริ่มโจมตีระบบสนับสนุนสงครามของรัสเซียมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโลจิสติกส์ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือ โดรนระยะกลางที่ผลิตในประเทศจำนวนมาก และ ระเบิดร่อนนำวิถีรุ่นใหม่ของยูเครน ซึ่งช่วยให้โจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกหลังแนวรบได้โดยไม่ต้องใช้ขีปนาวุธราคาแพง
ยูเครนเพิ่มการใช้โดรนระยะกลางที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ตั้งแต่หลายสิบกิโลเมตรไปจนถึงมากกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรหลังแนวรัสเซีย การโจมตีประเภทนี้มักเรียกว่า “middle strikes” และมุ่งเป้าไปที่ระบบสนับสนุนการรบ เช่น
นักวิเคราะห์ระบุว่าการโจมตีเหล่านี้ช่วยชะลอการเคลื่อนกำลังของรัสเซีย และรบกวนการส่งกระสุน เชื้อเพลิง และยุทโธปกรณ์ไปยังหน่วยรบแนวหน้า
แนวคิดหลักของยุทธศาสตร์นี้ไม่ใช่การโจมตีครั้งเดียวให้ได้ผลเด็ดขาด แต่เป็น การสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความฝืดในเครือข่ายการบังคับบัญชาและโลจิสติกส์ของรัสเซีย
การโจมตีด้วยโดรนจำนวนมากทำให้รัสเซียต้องกระจายระบบป้องกันภัยทางอากาศไปปกป้องพื้นที่ที่กว้างขึ้น ไม่ใช่เพียงแนวรบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงกลั่นน้ำมัน คลังเชื้อเพลิง และศูนย์บัญชาการ
ผลคือระบบป้องกันต้องถูกแบ่งกำลังออกหลายพื้นที่ ทำให้เกิดช่องโหว่ในบางช่วงเวลา หากยูเครนสามารถโจมตีระบบป้องกันเหล่านี้ได้สำเร็จ ก็อาจเปิดทางให้การโจมตีระยะไกลเพิ่มเติมเกิดขึ้นตามมา
ด้วยเหตุนี้ โดรนซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างมาก จึงกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบั่นทอนขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้าม
หนึ่งในเป้าหมายที่ถูกโจมตีบ่อยที่สุดคือ อุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งมีบทบาททั้งต่อเศรษฐกิจและการสนับสนุนการรบ
โรงกลั่นน้ำมัน คลังเชื้อเพลิง และสถานีสูบน้ำมันไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรายได้จากการส่งออก แต่ยังเป็นแหล่งเชื้อเพลิงสำหรับกองทัพด้วย การโจมตีจุดเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการหยุดชะงักของการผลิตและเพิ่มต้นทุนในการซ่อมแซม
นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่าการโจมตีโครงสร้างพลังงานมีผลกระทบต่อระบบพลังงานของรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังไม่ถึงขั้นทำให้ระบบล่มทั้งหมดก็ตาม
หนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ โรงกลั่นน้ำมัน Tuapse บนชายฝั่งทะเลดำของรัสเซีย
สถาบัน Institute for the Study of War รายงานว่า ยูเครนโจมตีโรงกลั่นแห่งนี้ในคืนวันที่ 27–28 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งที่สามของเดือนนั้น และทำให้เกิดไฟไหม้ที่ตรวจพบได้จากภาพถ่ายดาวเทียม
ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน โรงกลั่นแห่งนี้ถูกโจมตีหลายครั้ง ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ยาวนาน การหยุดดำเนินงานบางช่วง และการระดมเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเข้าควบคุมสถานการณ์
รายงานในพื้นที่ยังระบุถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น
ชาวบ้านและนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมบางรายกล่าวว่าหลังการโจมตีมีการปนเปื้อนในพื้นที่รอบโรงกลั่น อย่างไรก็ตาม ขนาดที่แท้จริงของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน เนื่องจากข้อมูลการตรวจวัดอิสระมีจำกัด
นอกจากโดรนแล้ว ยูเครนยังเปิดตัวระเบิดร่อนนำวิถีที่พัฒนาเองชื่อ Vyrivniuvach หรือ “Equalizer”
อาวุธนี้พัฒนาภายใต้โครงการนวัตกรรมกลาโหม Brave1 ใช้เวลาประมาณ 17 เดือนในการพัฒนา และผ่านการทดสอบก่อนเข้าสู่การใช้งานจริงแล้ว
คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
เนื่องจากเป็นระเบิดที่ร่อนโดยไม่ใช้เครื่องยนต์ จึงสามารถบรรทุกหัวรบขนาดใหญ่กว่าโดรนส่วนใหญ่ และมีต้นทุนต่ำกว่าขีปนาวุธร่อนอย่างมาก
รายงานยังระบุว่าระบบนี้อาจมีราคาถูกกว่าชุด JDAM‑ER ของสหรัฐประมาณ สามเท่า ทำให้มีศักยภาพเป็นอาวุธโจมตีแม่นยำต้นทุนต่ำ หากสามารถผลิตจำนวนมากได้
เมื่อรวมกันแล้ว การโจมตีด้วยโดรนและระเบิดร่อนของยูเครนสะท้อนถึงแนวทางใหม่ของสงคราม คือการโจมตี “ระบบสนับสนุน” ของฝ่ายตรงข้าม มากกว่าการสู้รบเฉพาะแนวหน้า
เป้าหมายหลักคือ
จนถึงตอนนี้ นักวิเคราะห์มองว่าผลกระทบของยุทธศาสตร์นี้ มีความสำคัญแต่ยังไม่ชี้ขาดสงคราม รัสเซียยังสามารถซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและปรับตัวทางยุทธวิธีได้ แต่การโจมตีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการป้องกันและฟื้นฟูระบบต่าง ๆ
ในสงครามยุคใหม่ แรงกดดันสะสมแบบนี้อาจค่อย ๆ เปลี่ยนสมดุลของสนามรบ แม้จะไม่มีการโจมตีครั้งเดียวที่พลิกเกมทั้งหมดก็ตาม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยูเครนเพิ่มการใช้โดรนระยะกลางที่ผลิตในประเทศเพื่อโจมตีคลังเสบียง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และศูนย์โลจิสติกส์ของรัสเซียลึกหลังแนวรบหลายสิบถึงกว่าร้อยกิโลเมตร [1][4]
ยูเครนเพิ่มการใช้โดรนระยะกลางที่ผลิตในประเทศเพื่อโจมตีคลังเสบียง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และศูนย์โลจิสติกส์ของรัสเซียลึกหลังแนวรบหลายสิบถึงกว่าร้อยกิโลเมตร [1][4] การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เช่น โรงกลั่นและคลังน้ำมัน รวมถึงโรงกลั่น Tuapse ทำให้เกิดไฟไหม้ การหยุดดำเนินงานชั่วคราว และปัญหามลพิษในพื้นที่ [5][7][10]
ยูเครนเปิดตัวระเบิดร่อนนำวิถี Vyrivniuvach ขนาดหัวรบ 250 กก. ที่พัฒนาเอง ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าชุด JDAM‑ER ของสหรัฐประมาณสามเท่าและสามารถโจมตีเป้าหมายได้จากระยะหลายสิบกิโลเมตร [17][20][22]