จังหวะเวลาของการลาออกเหล่านี้ถือว่าสำคัญ เพราะ UBS กำลังเร่งขยายธุรกิจในตะวันออกกลางหลังจากเข้าซื้อกิจการ Credit Suisse ในปี 2023
ธนาคารสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้ได้เพิ่มการจ้างงานและปรับโครงสร้างทีมในภูมิภาคเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศกลุ่มอ่าว
ซีอีโอ Sergio Ermotti เคยกล่าวว่าการขยายตัวของ UBS ในภูมิภาคนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจจริงของตะวันออกกลาง ไม่ใช่การคาดการณ์แบบมองโลกสวยหรือ “blue sky scenario”
มุมมองนี้สะท้อนความเชื่อของทั้งอุตสาหกรรมว่า Gulf กำลังกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางความมั่งคั่งที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก และเป็นแหล่งสำคัญของการลงทุนข้ามพรมแดน
การลาออกยังเกิดขึ้นในช่วงที่ UBS กำลังดำเนินการรวมกิจการ Credit Suisse ซึ่งเป็นหนึ่งในดีลธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
UBS ระบุว่าคาดว่าจะดำเนินการรวมระบบและธุรกิจให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปลายปี 2026 โดยงานสำคัญคือการย้ายบัญชีลูกค้าและรวมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของทั้งสองธนาคาร
อย่างไรก็ตาม กระบวนการรวมกิจการขนาดใหญ่เช่นนี้มักสร้างความไม่แน่นอนให้กับพนักงานระดับสูง เช่น
ช่วงเวลานี้จึงมักกลายเป็นโอกาสให้ธนาคารคู่แข่งเข้ามาดึงตัว banker ที่มีผลงานสูงก่อนที่พวกเขาจะปรับตัวเข้ากับองค์กรใหม่ได้เต็มที่
แม้จะมีการเคลื่อนไหวของบุคลากร UBS ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแรง
ในไตรมาสแรกของปี 2026 ธนาคารรายงานกำไรสุทธิประมาณ 3.0 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตราผลตอบแทนต่อทุน CET1 ที่ 16.8%
หน่วยธุรกิจ Global Wealth Management ยังสามารถดึงดูดเงินลงทุนใหม่สุทธิประมาณ 37 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงแรงส่งจากลูกค้าทั่วโลก
แต่ผลประกอบการที่ดีอาจทำให้การแข่งขันแย่งตัวบุคลากรยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะคู่แข่งมักมองว่า ธนาคารที่กำลังเติบโตในตลาดสำคัญคือเป้าหมายที่ควรดึงตัว banker ที่สร้างรายได้สูง
ความเสี่ยงหลักของการลาออกของ banker ไม่ใช่จำนวนพนักงานที่หายไป แต่คือ ความสัมพันธ์กับลูกค้าที่อาจย้ายตามไป
ในตลาดอ่าวอาหรับ ที่ปรึกษาความมั่งคั่งจำนวนมากทำงานกับครอบครัวมหาเศรษฐีหรือผู้ประกอบการมายาวนานหลายสิบปี ทั้งด้านการลงทุน การจัดโครงสร้างทรัพย์สิน และการจัดการเงินข้ามประเทศ
หากลูกค้าบางส่วนย้ายสินทรัพย์ตาม banker ที่ลาออก การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างธนาคารก็อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับ UBS เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตะวันออกกลางถูกมองว่าเป็น เสาหลักของกลยุทธ์บริหารความมั่งคั่งระดับโลก ควบคู่กับเอเชียและยุโรป
สถานการณ์นี้สะท้อนลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์หลายข้อสำหรับ UBS ในฐานะผู้จัดการความมั่งคั่งรายใหญ่ที่สุดของโลกหลังการควบรวม Credit Suisse
ธนาคารมีแนวโน้มที่จะยังคง เร่งจ้างบุคลากรในภูมิภาคอ่าว เพื่อรักษาการเติบโตในตลาดที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน UBS อาจต้องปรับรูปแบบการให้บริการลูกค้าไปสู่ โมเดลทีม (team‑based coverage) มากขึ้น แทนการพึ่งพา “rainmaker” รายบุคคล ซึ่งการลาออกเพียงคนเดียวอาจทำให้ความสัมพันธ์ลูกค้าสั่นคลอน
อีกปัจจัยสำคัญคือการสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานในช่วงสุดท้ายของการรวม Credit Suisse โดยเฉพาะเรื่องค่าตอบแทน โครงสร้างองค์กร และการใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน
ท้ายที่สุด การลาออกของ banker จาก UBS เป็นภาพสะท้อนของแนวโน้มใหญ่ในวงการการเงิน: การเคลื่อนย้ายบุคลากรในตลาดที่เติบโตเร็วกำลังมีความสำคัญไม่แพ้ขนาดเงินทุนของธนาคาร
UBS ยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและยังคงมุ่งมั่นต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ในตลาดความมั่งคั่งที่กำลังเฟื่องฟูของอ่าวอาหรับ ผู้ชนะอาจไม่ใช่ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเพียงอย่างเดียว — หากแต่เป็นธนาคารที่สามารถดึงดูดและรักษาที่ปรึกษาที่มีความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีค่าที่สุดของภูมิภาคเอาไว้ได้
Comments
0 comments