สงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้นเกือบสองเท่าแตะราว 180–187 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้สายการบินทั่วโลกต้องลดเที่ยวบินและรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูง [6][1] การจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ทำให้ซัพพลายน้ำมันและน้ำมันเครื่องบินตึงตัวอย่างรวดเร็ว [8][50] ผู้เช...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the US‑Israel war on Iran affecting the global aviation industry, including the closure of the Strait of Hormuz leading to fuel suppl. Article summary: It is pushing aviation into a fuel-cost and capacity squeeze rather than a uniform shutdown. The clearest effects are higher jet-fuel costs, selective flight cuts, pressure on airline margins, and softer demand for some . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# US/Iran conflict – key considerations in the aviation market. **The following provides a high-level overview of the potential impact of and challenges posed by the US/Iran confli" source context "US/Iran conflict – key considerations in the aviation market | White & Case LLP" Reference image 2: visual subject "
สงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมการบินโลก ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด‑19
แม้เที่ยวบินทั่วโลกยังไม่ถูกระงับเป็นวงกว้าง แต่สายการบินกำลังเผชิญแรงกดดันจาก ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูง ซัพพลายพลังงานที่ตึงตัว และการลดความจุเที่ยวบิน ส่งผลให้ผู้โดยสารมีทางเลือกน้อยลงและอาจต้องจ่ายค่าเดินทางแพงขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวสำคัญ
ปัจจัยสำคัญของวิกฤตครั้งนี้คือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ ระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับตลาดโลก
ในภาวะปกติ น้ำมันราว 20% ของการค้าทั่วโลก จะถูกขนส่งผ่านช่องแคบนี้ แต่ในช่วงสงคราม การเดินเรือเชิงพาณิชย์ถูกจำกัดอย่างหนัก ทำให้การส่งออกพลังงานจากตะวันออกกลางหยุดชะงัก
น้ำมันเครื่องบินผลิตจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ส่งออกจากภูมิภาคนี้ เมื่อการขนส่งและโรงกลั่นได้รับผลกระทบ ปริมาณน้ำมันเครื่องบินในตลาดจึงลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่โรงกลั่นในภูมิภาคอื่นยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตมาทดแทนได้ทัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่านี่อาจเป็นหนึ่งใน แรงกระแทกต่อซัพพลายน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งกระทบต่อภาคการขนส่งรวมถึงการบินทั่วโลก
ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในยุโรป ราคาขยับจากประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นปี ไปอยู่ที่ราว 180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปลายเดือนเมษายน และบางตลาดเข้าใกล้ 187 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในบางพื้นที่ ราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานของเชื้อเพลิงการบินอ่อนไหวต่อการหยุดชะงักของโรงกลั่นและการขนส่งมากกว่า
สำหรับสายการบิน น้ำมันมักเป็นต้นทุนดำเนินงานที่สูงที่สุด ดังนั้นเมื่อราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการมีทางเลือกไม่มากนัก ได้แก่
หลายสายการบิน โดยเฉพาะในยุโรป เริ่มปรับตารางบินเพื่อลดต้นทุนและประหยัดเชื้อเพลิง
หนึ่งในมาตรการที่เห็นได้ชัดคือ Lufthansa Group ซึ่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินระยะสั้นประมาณ 20,000 เที่ยวบิน จากตารางฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วง
สายการบินอื่น ๆ ก็เริ่มดำเนินมาตรการคล้ายกัน เช่น
ตัวอย่างเช่น KLM ได้ปรับลดบางเที่ยวบินในตารางบิน โดยระบุว่าต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ
ผลที่ผู้โดยสารอาจพบได้ ได้แก่
หน่วยงานด้านพลังงานเตือนว่า สถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นหากเส้นทางขนส่งพลังงานยังคงติดขัด
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนในเดือนเมษายนว่า ยุโรปอาจมีน้ำมันเครื่องบินเหลือเพียงประมาณ 6 สัปดาห์ หากการหยุดชะงักยังดำเนินต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกเที่ยวบินจากการขาดเชื้อเพลิงโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรประบุว่า ยังไม่มีหลักฐานว่ามีการขาดแคลนจริงในขณะนี้ แม้จะยอมรับว่าปริมาณสำรองกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันและตลาดยังเปราะบาง
ปัจจัยสำคัญที่สุดจึงยังคงเป็นว่า การหยุดชะงักของการเดินเรือและการกลั่นน้ำมันจะยืดเยื้อนานเพียงใด
แม้จะมีคำเตือนเรื่องวิกฤตเชื้อเพลิง แต่สายการบินบางแห่งระบุว่าสถานการณ์ยังควบคุมได้
สายการบินจากสหราชอาณาจักร เช่น easyJet และ Jet2 ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่พบปัญหาการจัดหาน้ำมันเครื่องบิน และยังคงเดินหน้าตารางบินฤดูร้อนตามแผน
บริษัทแม่ของ British Airways อย่าง IAG ก็ระบุเช่นกันว่า ยังไม่คาดว่าจะมีปัญหาด้านซัพพลายในระยะสั้น
ปัจจัยที่ช่วยลดผลกระทบ ได้แก่
อย่างไรก็ตาม หากราคายังคงสูงเป็นเวลานาน หรือสัญญาเฮดจ์หมดอายุในช่วงปลายปี ผลกระทบอาจเพิ่มขึ้น
สำหรับผู้โดยสาร ผลกระทบที่เห็นได้เร็วที่สุดคือ ค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น
สายการบินหลายแห่งเริ่มส่งต่อค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นไปยังผู้โดยสารผ่านการปรับราคาตั๋วหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม บางสายการบินเพิ่มค่าธรรมเนียมสำหรับเที่ยวบินระยะไกล และเตือนว่าราคาอาจเพิ่มขึ้นในช่วงปลายฤดูร้อนเมื่อการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันหมดลง
ขณะเดียวกัน การลดจำนวนเที่ยวบินยังทำให้ที่นั่งในตลาดลดลง ซึ่งยิ่งผลักดันราคาตั๋วให้สูงขึ้น
จุดหมายปลายทางที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากยุโรปเริ่มเห็นสัญญาณของผลกระทบแล้ว
ประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เช่น ไซปรัส รายงานว่าพฤติกรรมการจองเริ่มเปลี่ยนไป โดยนักเดินทางบางส่วนหลีกเลี่ยงเส้นทางใกล้พื้นที่ความขัดแย้ง และเลือกจุดหมายอื่นแทน
แม้ความต้องการท่องเที่ยวโดยรวมยังค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเตือนว่า หากความไม่แน่นอนยืดเยื้อ อาจนำไปสู่การยกเลิกการเดินทาง เที่ยวบินที่ลดลง และรายได้ท่องเที่ยวที่อ่อนตัวลงในหลายภูมิภาค
อุตสาหกรรมการบินยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะหยุดชะงักทั่วโลก แต่กำลังเผชิญกับ แรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงและซัพพลายที่ตึงตัว
แนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางตลาด ได้แก่
หากการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ ตลาดการบินอาจฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว แต่หากการหยุดชะงักยืดเยื้อไปถึงช่วงฤดูท่องเที่ยวสูงสุด ผู้โดยสารอาจต้องเผชิญ การเดินทางที่แพงขึ้นและคาดการณ์ได้ยากกว่าเดิม
ในเวลานี้ วิกฤตครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น แรงบีบด้านต้นทุนและซัพพลาย สำหรับสายการบิน มากกว่าจะเป็นการหยุดชะงักของการบินทั่วโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้นเกือบสองเท่าแตะราว 180–187 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้สายการบินทั่วโลกต้องลดเที่ยวบินและรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูง [6][1]
สงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้นเกือบสองเท่าแตะราว 180–187 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้สายการบินทั่วโลกต้องลดเที่ยวบินและรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูง [6][1] การจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ทำให้ซัพพลายน้ำมันและน้ำมันเครื่องบินตึงตัวอย่างรวดเร็ว [8][50]
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ยุโรปอาจเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินและการยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มเติมในฤดูท่องเที่ยว [50]