คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the surge of Chinese exports—driven by factories producing more than China’s domestic economy can absorb and reflected in a record EU. Article summary: Europe is moving from a largely open-market posture toward “de-risking”: targeted protection against subsidised or restricted-access Chinese imports, combined with efforts to rebuild its own competitiveness. The core pro. Topic tags: general, general web, government, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
จีนกำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้ยุโรป เพราะผู้ผลิตจีนไม่ได้แข่งขันอยู่แค่ในตลาดสินค้าราคาถูกอีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้าสู่รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องจักร แบตเตอรี่ เคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เป็นแกนกลางของเศรษฐกิจยุโรป
ผลที่ตามมาคือ สหภาพยุโรปกำลังเปลี่ยนจากแนวคิด “เปิดตลาดไว้ก่อน” ไปสู่แนวทาง ลดความเสี่ยง (de-risking) ซึ่งหมายถึงการรักษาการค้าในพื้นที่ที่การแข่งขันยังเป็นธรรมและต่างตอบแทนกันได้ พร้อมใช้มาตรการจำกัดแบบเจาะจงเมื่อเงินอุดหนุน อุปสรรคด้านการเข้าถึงตลาด หรือการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรง
ข้อมูลทางการของสหภาพยุโรประบุว่า ในปี 2025 กลุ่มนำเข้าสินค้าจากจีนประมาณ 559.4 พันล้านยูโร และส่งออกไปจีนประมาณ 199.6 พันล้านยูโร ส่งผลให้ขาดดุลราว 359.8 พันล้านยูโร โดยการนำเข้าเพิ่มขึ้น 6.4% จากปีก่อน ขณะที่การส่งออกลดลง 6.5%
ตัวเลขล่าสุดของคณะกรรมาธิการยุโรประบุการขาดดุลที่ 359.9 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี และยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดในปี 2022 ที่ 397.3 พันล้านยูโร ขณะที่รายงานบางฉบับระบุตัวเลขปี 2025 ที่ 360.6 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1 พันล้านยูโรต่อวัน และคำนวณการเพิ่มขึ้นรายปีไว้ที่ 15%
เนื่องจากตัวเลขเหล่านี้ใช้ฐานเปรียบเทียบและการนำเสนอข้อมูลต่างกัน อัตราการเติบโตที่แน่นอนจึงควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง แต่ทิศทางหลักชัดเจนว่า ยุโรปซื้อสินค้าจากจีนมากกว่าที่ขายให้จีนอย่างมาก และช่องว่างยังอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
องค์ประกอบของการค้ามีความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขขาดดุล อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักร และชิ้นส่วนเครื่องกลเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าหลักของการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับจีน ขณะเดียวกัน สินค้าจีนที่เข้าสู่ยุโรปก็ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง
การนำเข้าเหล่านี้อาจช่วยลดต้นทุนให้ผู้บริโภคและบริษัทในยุโรปที่ใช้ชิ้นส่วนจีน แต่หากสินค้าที่ได้รับเงินอุดหนุนจำนวนมากหรือมีราคาต่ำผิดปกติไหลเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ก็อาจกดอัตรากำไร ลดแรงจูงใจในการลงทุน และทำให้เครือข่ายซัพพลายเออร์ที่หล่อเลี้ยงการผลิตในยุโรปอ่อนแอลง
แรงกระแทกจีนระลอกแรกมักเชื่อมโยงกับการย้ายฐานการผลิตต้นทุนต่ำเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก แต่แรงกระแทกระลอกปัจจุบันแตกต่างในจุดสำคัญ นั่นคือ บริษัทจีนกำลังแข่งขันในห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น
ความต้องการภายในประเทศจีนชะลอตัวลง ขณะที่กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังมีขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์มองว่าส่วนผสมดังกล่าวผลักให้ผลผลิตจีนถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น กดดันราคาในยุโรป และทำให้ความต้องการสินค้าทุนจากยุโรปในจีนลดลง
ภาคส่วนที่ได้รับแรงกดดัน ได้แก่
ผลกระทบต่อบริษัทในยุโรปไม่ได้จำกัดอยู่ที่ยอดขายที่ลดลง ราคาที่ต่ำลงอาจทำให้ผลตอบแทนจากโรงงานและโครงการวิจัยที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและการลดคาร์บอนลดลง หากต้องยุติการผลิต ยุโรปอาจสูญเสียทั้งซัพพลายเออร์เฉพาะทาง ความรู้ด้านวิศวกรรม ศักยภาพการวิจัย และงานทักษะสูง
ด้วยเหตุนี้ การถกเถียงจึงขยับพ้นเรื่องขนาดของการขาดดุลการค้า ไปสู่คำถามเรื่องความยืดหยุ่นของภาคอุตสาหกรรมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
เยอรมนีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความเปราะบางในยุโรป เนื่องจากภาคการผลิตและการส่งออกมีบทบาทสูงผิดปกติต่อรูปแบบเศรษฐกิจของประเทศ จุดแข็งดั้งเดิมของเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์อุตสาหกรรม ล้วนเป็นภาคส่วนที่จีนเคยเป็นลูกค้ารายใหญ่และเป็นตลาดเติบโตสำคัญ
แต่ความสัมพันธ์กำลังเปลี่ยนไป บริษัทจีนมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นคู่แข่งในรถยนต์ เครื่องจักร และเคมีภัณฑ์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อหรือฐานการผลิตต้นทุนต่ำอีกต่อไป เยอรมนีจึงถูกบีบพร้อมกันสามด้าน ได้แก่ ในตลาดจีน ในตลาดประเทศที่สาม และในตลาดยุโรปเอง
ข้อมูลการค้าเริ่มสะท้อนความเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว การส่งออกของเยอรมนีไปจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ลดลงมากกว่า 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือต่ำกว่า 37 พันล้านยูโรเล็กน้อย ขณะที่จีนลดอันดับจากตลาดส่งออกใหญ่เป็นอันดับสองของเยอรมนีในปี 2021 ลงมาอยู่ที่อันดับเก้าในช่วงเวลาดังกล่าว ตามตัวเลขเบื้องต้นที่ Reuters รายงาน
ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมัน เช่น Volkswagen กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านที่ยากลำบาก บริษัทจีนมีจุดแข็งเพิ่มขึ้นในรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์ ขณะที่ผู้ผลิตยุโรปยังต้องรับมือกับต้นทุนการปรับธุรกิจเครื่องยนต์สันดาปที่มีอยู่เดิม การแข่งขันจากจีนจึงไม่ได้เกิดจากราคาที่ต่ำกว่าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเทคโนโลยี ความเร็วในการออกผลิตภัณฑ์ และห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมต่อกันอย่างครบวงจร
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกปัญหาของอุตสาหกรรมยุโรปจะอธิบายได้ด้วยการแข่งขันจากจีน บริษัทในยุโรปยังเผชิญต้นทุนพลังงานสูง การอนุมัติโครงการที่ล่าช้า ตลาดทุนที่กระจัดกระจาย การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการนำดิจิทัลมาใช้ที่ไม่เท่าเทียมกัน การแข่งขันจากจีนกำลังเปิดโปงจุดอ่อนเหล่านี้ แต่ไม่ได้เป็นผู้สร้างปัญหาทั้งหมด
สหภาพยุโรปยังไม่มีนโยบายจีนแบบเบ็ดเสร็จเพียงชุดเดียว แต่กำลังประกอบเครื่องมือป้องกันทางการค้าแบบพิจารณาเป็นรายกรณี
สหภาพยุโรปเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ที่ผลิตในจีน หลังการสอบสวนเรื่องเงินอุดหนุน โดยภาษีดังกล่าวเรียกเก็บเพิ่มจากภาษีรถยนต์ปกติของสหภาพยุโรป และมีเป้าหมายชดเชยความได้เปรียบจากเงินอุดหนุน ไม่ใช่การห้ามนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนทั้งหมด ณ สิ้นปี 2025 ภาษีบางรายการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนสูงถึง 35.3%
สหภาพยุโรปใช้มาตรการคุ้มครองตลาดเหล็ก ซึ่งรวมถึงโควตาภาษี ตลอดจนคดีตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ณ สิ้นปี 2025 สหภาพยุโรปมีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนที่มีผลบังคับใช้กับคู่ค้าทั่วโลก 172 มาตรการ โดยมากกว่าสามในสี่มุ่งเป้าไปที่บริษัทจีน ตามรายงานของ Reuters
เครื่องมือเหล่านี้มีเป้าหมายแยกแยะระหว่างการนำเข้าที่แข่งขันตามปกติ กับสินค้าที่ก่อความเสียหายผ่านการทุ่มตลาด เงินอุดหนุน หรือการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าอย่างฉับพลัน แต่โครงสร้างที่ต้องพิจารณาเป็นรายสินค้าอาจทำให้มาตรการตอบสนองช้ากว่าแรงกดดันทางอุตสาหกรรมที่กำลังเกิดขึ้น
ในเดือนมิถุนายน 2025 คณะกรรมาธิการยุโรปใช้เครื่องมือจัดซื้อจัดจ้างระหว่างประเทศ หรือ International Procurement Instrument เป็นครั้งแรก เพื่อจำกัดผู้ประกอบการจีนและอุปกรณ์การแพทย์ที่มีต้นกำเนิดจากจีนในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของสหภาพยุโรป มาตรการดังกล่าวไม่รับข้อเสนอจากจีนในการจัดซื้อจัดจ้างที่อยู่ในขอบเขตและมีมูลค่าอย่างน้อย 5 ล้านยูโรเป็นเวลา 5 ปี
มาตรการนี้แตกต่างจากภาษีนำเข้าแบบทั่วไป เพราะมีเหตุผลหลักเรื่อง “ต่างตอบแทน” โดยหน่วยงานยุโรปดำเนินการหลังพบว่าผู้จัดหาในยุโรปไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของจีนในระดับที่เทียบเคียงกันได้
ผู้กำหนดนโยบายยุโรปกำลังพิจารณาว่าระบบปัจจุบันช้าและแคบเกินไปหรือไม่สำหรับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ข้อเสนอที่อยู่ในการถกเถียงมีทั้งการให้อำนาจเรียกเก็บภาษีชั่วคราว โควตา หรือมาตรการคุ้มครองตลาดได้เร็วขึ้น เมื่อการนำเข้าที่พุ่งขึ้นคุกคามความเสียหายร้ายแรงต่ออุตสาหกรรม รวมถึงการกำหนดเกณฑ์เนื้อหาจากยุโรปที่เข้มงวดขึ้นในการจัดซื้อจัดจ้างและการสนับสนุนเทคโนโลยีสะอาด
นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการตรวจสอบเงินอุดหนุนจากต่างประเทศ การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มงวดขึ้น นักการเมืองบางส่วนมองหาอำนาจที่ใกล้เคียงกับกระบวนการ Section 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเปิดทางให้สหภาพยุโรปตอบโต้พฤติกรรมเชิงระบบได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มการสอบสวนใหม่และใช้เวลานานกับสินค้าทุกประเภท
แต่ข้อจำกัดก็มีมาก ประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศมีผลประโยชน์ทางการค้าที่แตกต่างกัน บริษัทในยุโรปยังพึ่งพาจีนทั้งในฐานะตลาดและแหล่งจัดหา และมาตรการที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้จีนตอบโต้ นอกจากนี้ อำนาจแบบกว้างยังต้องสอดคล้องกับกฎหมายของสหภาพยุโรปและพันธกรณีทางการค้าระหว่างประเทศ
ทิศทางที่เป็นไปได้จึงไม่ใช่การหันไปสู่การปกป้องตลาดแบบครอบคลุมในทันที แต่เป็นการเปิดตลาดอย่างมีเงื่อนไขมากขึ้น กล่าวคือ เปิดเมื่อการแข่งขันต่างตอบแทนกันได้ และใช้มาตรการป้องกันเมื่อเงินอุดหนุน การพึ่งพา หรืออุปสรรคในการเข้าถึงตลาดมีนัยสำคัญ
ข้อพิพาทสำคัญอยู่ที่คำถามว่า ความแข็งแกร่งด้านการส่งออกของจีนเกิดจากการสนับสนุนจากรัฐที่ไม่เป็นธรรมหรือเกิดจากความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
รัฐบาลยุโรปชี้ไปที่สินเชื่อที่ได้รับสิทธิพิเศษ ที่ดิน พลังงาน การปฏิบัติด้านภาษี การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับรัฐ โดยกังวลว่าการสนับสนุนเหล่านี้อาจทำให้เกิดกำลังการผลิตส่วนเกิน และเปิดทางให้สินค้าจีนส่งออกในราคาที่บริษัทยุโรปซึ่งต้องจ่ายต้นทุนตามกลไกตลาดไม่สามารถแข่งขันได้
จีนโต้แย้งว่า บริษัทของตนแข่งขันได้จากขนาดการผลิต นวัตกรรม ซัพพลายเออร์ที่เชื่อมโยงกัน และการดำเนินงานที่รวดเร็ว จากมุมมองนี้ มาตรการจำกัดของยุโรปคือการกีดกันทางการค้าเพื่อปกป้องบริษัทเดิมที่ปรับตัวช้ากว่า
ความจริงอาจมีทั้งสองด้าน เงินอุดหนุนอาจบิดเบือนกำลังการผลิตและราคา ขณะเดียวกัน บริษัทในยุโรปก็อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันจากต้นทุนภายในประเทศและกฎระเบียบที่ล่าช้า นโยบายจึงต้องรับมือกับความเสี่ยงที่สวนทางกัน
แนวทางที่มีน้ำหนักมากกว่าจึงควรผสานการป้องกันทางการค้าแบบเจาะจงเข้ากับพลังงานสะอาดที่มีราคาถูกลง การอนุมัติโครงการที่เร็วขึ้น ตลาดทุนที่ลึกขึ้น เงินทุนเพื่อสร้างนวัตกรรม และการสร้างอุปสงค์ต่อเทคโนโลยีสะอาดจากยุโรป
กลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM เข้าสู่ระยะบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม 2026 ครอบคลุมสินค้านำเข้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า โดยผู้นำเข้าต้องรายงานและชดเชยการปล่อยคาร์บอนแฝงผ่านใบรับรอง
เหตุผลของสหภาพยุโรปคือการป้องกัน “การรั่วไหลของคาร์บอน” หากผู้ผลิตในยุโรปต้องจ่ายต้นทุนคาร์บอน แต่สินค้านำเข้าไม่ต้องรับภาระใกล้เคียงกัน การผลิตอาจย้ายไปประเทศอื่น หรือสินค้านำเข้าอาจได้เปรียบด้านต้นทุนโดยไม่เป็นธรรม CBAM จึงมีเป้าหมายทำให้ต้นทุนคาร์บอนของสินค้านำเข้าที่อยู่ในขอบเขตใกล้เคียงกับต้นทุนที่ผู้ผลิตยุโรปต้องเผชิญ
แต่ประเทศ BRICS มองต่างออกไป ในการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมที่กรุงนิวเดลีเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของกลุ่มระบุว่ามาตรการลักษณะ CBAM เป็นมาตรการ “ฝ่ายเดียว ลงโทษ เลือกปฏิบัติ และกีดกันทางการค้า” พร้อมเรียกร้องเงินทุนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้น
ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องถ้อยคำ แม้กลไกจะอิงกับการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่สัญชาติของผู้ส่งออก แต่ผู้ส่งออกที่มีการผลิตเข้มข้นด้านคาร์บอน มีข้อมูลการปล่อยที่จำกัด หรือเข้าถึงเงินทุนเพื่อปรับลดคาร์บอนได้ยาก อาจได้รับผลกระทบมากกว่า สำหรับประเทศกำลังพัฒนา นี่ทำให้มาตรการด้านสภาพภูมิอากาศดูคล้ายเงื่อนไขการเข้าถึงตลาดที่ประเทศร่ำรวยเป็นผู้กำหนด
ยุโรปกำลังพยายามบรรลุเป้าหมายสี่ด้านที่ดึงกันคนละทิศทาง ได้แก่ ปกป้องกำลังการผลิตภายในประเทศ รักษาประโยชน์จากการค้าเสรี เดินหน้านโยบายสภาพภูมิอากาศที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่กว้างขึ้นกับจีน ประเทศ BRICS และสหรัฐฯ
คำตอบที่ยั่งยืนไม่น่าจะเป็นทั้งการเปิดตลาดแบบปล่อยตามกลไกตลาดทั้งหมด หรือการขึ้นภาษีแบบไม่จำแนกแยกแยะ ยุโรปจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการค้าที่อิงหลักฐานเมื่อพบว่าการแข่งขันถูกบิดเบือนอย่างชัดเจน พร้อมกับยุทธศาสตร์ภายในประเทศที่ทำให้การผลิตของยุโรปมีผลิตภาพสูงขึ้น สร้างนวัตกรรมได้มากขึ้น และมีต้นทุนที่แข่งขันได้
การส่งออกของจีนกำลังเปิดให้เห็นราคาที่ต้องจ่ายจากสมมติฐานเดิมของยุโรป คำถามในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าสหภาพยุโรปควรเปิดตลาดต่อไปหรือไม่ แต่คือ ยุโรปจะเปิดตลาดโดยไม่ปล่อยให้ศักยภาพอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์เสื่อมถอยได้อย่างไร และจะปกป้องศักยภาพนั้นโดยไม่ละทิ้งการแข่งขันกับการลงทุนที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้หรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สหภาพยุโรปขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนราว 3.6 แสนล้านยูโรในปี 2025 ขณะที่สินค้าจีนกำลังขยายการแข่งขันเข้าสู่รถยนต์ เครื่องจักร และเทคโนโลยีสะอาด
สหภาพยุโรปขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนราว 3.6 แสนล้านยูโรในปี 2025 ขณะที่สินค้าจีนกำลังขยายการแข่งขันเข้าสู่รถยนต์ เครื่องจักร และเทคโนโลยีสะอาด เยอรมนีเปราะบางเป็นพิเศษ เพราะพึ่งพาการส่งออกรถยนต์ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จีนกำลังเปลี่ยนจากลูกค้ารายใหญ่เป็นคู่แข่งโดยตรง
สหภาพยุโรปตอบโต้ด้วยมาตรการต่อรถยนต์ไฟฟ้า เหล็ก และการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์จากจีน แต่ภาษีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาต้นทุนพลังงาน การลงทุน ผลิตภาพ และนวัตกรรมของยุโรปได้