เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น การรีไฟแนนซ์จะลดลง ทำให้เงินกู้คงอยู่ในระบบนานขึ้น ส่งผลให้ ระยะเวลาความเสี่ยง (duration) ของตราสารจำนองยาวขึ้นโดยอัตโนมัติ
เพื่อควบคุมความเสี่ยง นักลงทุนที่ถือ MBS เช่น กองทรัสต์อสังหาฯ (mortgage REITs) บริษัทประกัน และผู้จัดการกองทุน มักจะเฮดจ์โดย ขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือใช้อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย
การขายเพิ่มจากการเฮดจ์นี้ทำให้แรงขายในตลาดพันธบัตรยิ่งรุนแรงขึ้น และช่วยเร่งการพุ่งขึ้นของยีลด์ นักวิเคราะห์บางรายระบุว่ากลไกนี้มีส่วนทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นเร็วที่สุดในรอบประมาณหนึ่งปี
ยีลด์ที่สูงขึ้นยังสะท้อนการปรับมุมมองของตลาดต่อธนาคารกลางด้วย
หากราคาพลังงานดันเงินเฟ้อขึ้น นักลงทุนจะเริ่มเชื่อว่า ธนาคารกลางอย่างธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) หรือธนาคารกลางยุโรป อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่เคยคาด หรือแม้แต่ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม
เมื่อความคาดหวังการลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนออกไป ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และครัวเรือนก็สูงขึ้นตาม
ยีลด์พันธบัตรที่สูงขึ้นส่งผลต่อตลาดหุ้นผ่านหลายช่องทาง
อย่างแรกคือ อัตราคิดลด (discount rate) ที่ใช้ประเมินมูลค่ากำไรในอนาคต เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตก็ลดลง โดยเฉพาะหุ้นเติบโตสูง เช่น กลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นแรงขับของกระแส AI ในช่วงที่ผ่านมา
อย่างที่สอง ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นทำให้เงื่อนไขทางการเงินโดยรวมตึงตัว บริษัทต้องกู้เงินแพงขึ้น และพันธบัตรก็เริ่มเป็นทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแข่งขันกับหุ้นมากขึ้น
ข้อมูลกระแสเงินลงทุนเริ่มสะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว
หลังจากกองทุนหุ้นทั่วโลกมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 8 สัปดาห์จากกระแส AI ล่าสุดกลับมี เงินไหลออกสุทธิครั้งแรกในรอบ 9 สัปดาห์ โดยนักลงทุนถอนเงินประมาณ 6.13 พันล้านดอลลาร์ในช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวพุ่งขึ้น
ภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบันสามารถสรุปเป็นลำดับได้ดังนี้
แม้ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับขึ้นแรง ตลาดพันธบัตรมักเป็นตัวกำหนด “สภาพการเงิน” ของเศรษฐกิจโลก
เมื่อยีลด์ระยะยาวปรับขึ้นเร็ว โดยเฉพาะระดับสำคัญอย่าง 5% ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ผลกระทบสามารถกระจายไปยังตลาดจำนอง ความคาดหวังนโยบายธนาคารกลาง และมูลค่าหุ้นพร้อมกัน
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาแรงขายพันธบัตรครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมันอาจเป็นสัญญาณว่าระบบการเงินกำลังก้าวเข้าสู่ช่วง สภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น ในเวลาที่ตลาดเพิ่งเริ่มเดิมพันกับดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
Comments
0 comments