กระแส AI ทำให้โรงงานเซมิคอนดักเตอร์จำนวนมากหันกำลังผลิตไปยังชิปศูนย์ข้อมูลและหน่วยความจำกำไรสูง ส่งผลให้ชิปโหนดเก่าที่ใช้ในอุปกรณ์ทั่วไปเริ่มตึงตัว แม้ชิปขั้นสูงจะได้รับความสนใจมาก แต่กว่า 80% ของความต้องการชิปทั่วโลกตามจำนวนหน่วยยังคงมาจากกระบวนการผลิตโหนดเก่าหรือแบบเฉพาะทาง [17] คำสั่งซื้อจำนวนมากจึงเริ่มไหลไปยังโ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the global AI boom causing a shortage of mature-node semiconductors, why are overseas foundries shifting capacity toward high-margin. Article summary: The AI boom is tightening mature-node supply indirectly: foundries are prioritizing AI-related and high-margin data-center demand, while TrendForce says surging demand for AI power ICs and prior capacity cuts are setting. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "AI demand shifts chip production to China, boosting SMIC’s capacity and revenue as global foundries focus on high-margin AI chips. In the last quarter of 2025, SMIC was the world’s" source context "‘Panic’ over capacity crunch in mature node chips drives orders to Chinese foundries | South China Morning Post" Reference image 2: v
กระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก แต่ผลกระทบไม่ได้เกิดเฉพาะกับชิปขั้นสูงอย่าง GPU เท่านั้น
อีกด้านหนึ่งของตลาดคือ ชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีโหนดเก่า (mature‑node) ซึ่งใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปจำนวนมหาศาล กำลังเผชิญภาวะตึงตัว เนื่องจากโรงงานผลิตชิปจำนวนมากกำลังย้ายทรัพยากรไปผลิตชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งทำกำไรสูงกว่า
ผลที่ตามมาคือ บริษัทหลายอุตสาหกรรมเริ่มหันไปสั่งผลิตจากโรงงานจีน เช่น Semiconductor Manufacturing International Corp. (SMIC) มากขึ้น
แม้ข่าวส่วนใหญ่จะพูดถึง GPU หรือชิปประมวลผล AI แต่ระบบ AI จริง ๆ ต้องพึ่งพาชิปอีกหลายประเภท เช่น
ชิปเหล่านี้มักผลิตบนเทคโนโลยีโหนดเก่าที่มีต้นทุนต่ำกว่า
ข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่า ชิปขั้นสูงมีสัดส่วนไม่ถึง 20% ของความต้องการชิปทั่วโลกตามจำนวนหน่วย ขณะที่กว่า 80% มาจากกระบวนการโหนดเก่าหรือกระบวนการเฉพาะทาง
ดังนั้นเมื่อความต้องการ AI เพิ่มขึ้น ความต้องการชิปสนับสนุนเหล่านี้ก็เพิ่มตามไปด้วย ทำให้สายการผลิตโหนดเก่าเริ่มเต็มอย่างรวดเร็ว
ผู้บริหารของ SMIC ระบุว่าการขยายตัวของแอปพลิเคชัน AI กำลังผลักดันความต้องการชิปสนับสนุนให้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คำสั่งซื้อและแบ็กล็อกของสายการผลิตโหนดเก่าเพิ่มขึ้น
อีกเหตุผลสำคัญคือเศรษฐศาสตร์ของอุตสาหกรรม
ชิปสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะในศูนย์ข้อมูล รวมถึงหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง HBM (High‑Bandwidth Memory) มักให้กำไรต่อเวเฟอร์สูงกว่าชิปทั่วไป
เมื่อกำลังผลิตมีจำกัด บริษัทจึงมีแรงจูงใจที่จะทุ่มทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์เหล่านี้แทน
รายงานจาก TrendForce ระบุว่าโรงงานหลายแห่งกำลังปรับสายการผลิต เวเฟอร์ 8 นิ้วและ 12 นิ้ว ไปผลิตชิปด้านพลังงานและชิปที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มากขึ้น เพราะให้ราคาขายเฉลี่ยต่อเวเฟอร์สูงกว่า
TrendForce คาดว่าอัตราการใช้กำลังผลิตของโรงงานเวเฟอร์ขนาด 8 นิ้วในกลุ่มผู้ผลิตชิปชั้นนำอาจแตะ ประมาณ 90% ในปี 2026 และยังคงสูงกว่า 80% ไปถึงปี 2027 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดสายการผลิตแบบนี้กำลังตึงตัว
แม้ชิป AI หลายตัวจะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่การเติบโตของ AI ยังส่งผลทางอ้อมต่อทั้งอุตสาหกรรม
เหตุผลคือห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น
เมื่อบริษัทให้ความสำคัญกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้น ทรัพยากรสำหรับชิปที่ใช้ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปหรืออุตสาหกรรมอื่นจึงลดลง
ผลคือเกิดความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง: ความต้องการ AI เพิ่มเร็วมาก แต่กำลังผลิตชิปทั่วไปเพิ่มช้ากว่า
เมื่อผู้ผลิตในต่างประเทศหันไปผลิตชิป AI มากขึ้น บริษัทที่ต้องการชิปโหนดเก่าจึงเริ่มมองหาทางเลือกอื่น
โรงงานจีน โดยเฉพาะ SMIC จึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญ
รายงานอุตสาหกรรมระบุว่ากระแส AI กำลังผลักดันให้ลูกค้าทั่วโลกส่งคำสั่งผลิตไปยังโรงงานจีนมากขึ้น เพราะโรงงานรายใหญ่ในประเทศอื่นกำลังเน้นชิป AI และหน่วยความจำกำไรสูง
SMIC รายงานว่าคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แบ็กล็อกและความสามารถทำกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น
อีกแรงผลักดันสำคัญคือแนวคิด กระจายห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์
หลายประเทศและบริษัทพยายามลดการพึ่งพาผู้ผลิตเพียงภูมิภาคเดียว โดยเฉพาะหลังจากวิกฤตชิปช่วงไม่กี่ปีก่อน
เนื่องจากชิปส่วนใหญ่ตามจำนวนหน่วยผลิตด้วยโหนดเก่า โรงงานที่สามารถผลิตชิปเหล่านี้ภายในประเทศจึงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น
สำหรับจีน นี่ทำให้ผู้ผลิตภายในประเทศอย่าง SMIC มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคไปจนถึงชิ้นส่วนยานยนต์
กลุ่มที่พึ่งพาชิปโหนดเก่ามากที่สุด ได้แก่
สินค้าเหล่านี้มักใช้ชิปแอนะล็อก ชิปพลังงาน เซนเซอร์ และไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเก่า เมื่อกำลังผลิตตึงตัว บริษัทจึงอาจต้องเผชิญทั้ง เวลารอสินค้านานขึ้นและต้นทุนที่สูงขึ้น
การเติบโตของ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ในระดับเทคโนโลยีขั้นสูง
เมื่อกำลังผลิตและเงินลงทุนไหลไปยังชิป AI และหน่วยความจำกำไรสูง ตลาด ชิปโหนดเก่า ซึ่งเป็นพื้นฐานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จึงเริ่มตึงตัว
ผลลัพธ์คือบริษัทจำนวนมากกำลังกระจายซัพพลายเชน และหันไปสั่งผลิตกับโรงงานที่ยังมีความเชี่ยวชาญในกระบวนการโหนดเก่า เช่น SMIC ในจีน ซึ่งกำลังกลายเป็นผู้รับคำสั่งผลิตสำคัญในช่วงกระแส AI ขยายตัวทั่วโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กระแส AI ทำให้โรงงานเซมิคอนดักเตอร์จำนวนมากหันกำลังผลิตไปยังชิปศูนย์ข้อมูลและหน่วยความจำกำไรสูง ส่งผลให้ชิปโหนดเก่าที่ใช้ในอุปกรณ์ทั่วไปเริ่มตึงตัว
กระแส AI ทำให้โรงงานเซมิคอนดักเตอร์จำนวนมากหันกำลังผลิตไปยังชิปศูนย์ข้อมูลและหน่วยความจำกำไรสูง ส่งผลให้ชิปโหนดเก่าที่ใช้ในอุปกรณ์ทั่วไปเริ่มตึงตัว แม้ชิปขั้นสูงจะได้รับความสนใจมาก แต่กว่า 80% ของความต้องการชิปทั่วโลกตามจำนวนหน่วยยังคงมาจากกระบวนการผลิตโหนดเก่าหรือแบบเฉพาะทาง [17]
คำสั่งซื้อจำนวนมากจึงเริ่มไหลไปยังโรงงานจีนอย่าง SMIC พร้อมการสต็อกล่วงหน้าและนโยบายโลคัลไลเซชันที่ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อซัพพลาย [3][21]