สายการบินทั่วโลกตัดเที่ยวบินฤดูร้อน 2026 ไปแล้วกว่า 75,000 เที่ยว และลดที่นั่งกว่า 2 ล้านที่ในเดือนพฤษภาคม หลังราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งเกือบสองเท่าจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ – วิกฤตนี้กลายเป็นวาระหลักในการประชุมใหญ่ของสมา... เอมิเรตส์ตัดเที่ยวบินเกือบ 1 ใน 6 ของตารางเดือนมิถุนายน, ลุฟท์ฮันซ่ากรุ๊ปยกเลิก 20,000 เที่ยว, เ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the deepening jet fuel crisis caused by the Strait of Hormuz closure—triggered by U.S. and Israeli-led strikes on Iran in late Februa. Article summary: The Strait of Hormuz closure, triggered by U.S. and Israeli-led strikes on Iran on February 28, 2026, has produced the most severe jet fuel crisis in decades — a crisis that is now the dominant agenda item at the IATA 82. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The War with Iran has impacted global air travel, including flights rerouting from conflict zones and increases in jet fuel prices due to limitations on oil shipments through the S" source context "War with Iran Poses Challenges for Aviation Industry and Jet Fuel ..." Reference image 2: visual subject "*Oil and g
อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ยุคโรคระบาด เมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) ซึ่งเกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้บีบให้สายการบินต่างๆ ต้องลดจำนวนเที่ยวบินและขึ้นราคาค่าโดยสารเป็นลูกโซ่
ย้อนกลับไปในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลภายใต้รหัส "ปฏิบัติการมหาพิโรธ" (Operation Epic Fury) ซึ่งรวมถึงการลอบสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาไมนี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้จุดชนวนให้อิหร่านปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซในทันที ช่องแคบแห่งนี้เป็นจุดผ่านสำคัญที่ลำเลียงน้ำมันดิบมากถึงประมาณ 20% ของอุปทานรายวันทั่วโลก
ผ่านมากว่าสามเดือน ปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันที่สัญจรผ่านช่องแคบนี้ยังคงลดลงกว่า 90% ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่งสูงขึ้นโดยประมาณสองเท่าจากระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง มาอยู่ที่ประมาณ 4.50 – 4.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน
สต็อกน้ำมันเครื่องบินของสหรัฐฯ ถูกคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือเพียงพอใช้ประมาณ 21 วัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1963 เลยทีเดียว
ในยุโรป ซึ่งนำเข้าเชื้อเพลิงอากาศยานประมาณหนึ่งในสามจากตะวันออกกลางเป็นหลัก สต็อกกำลังไหลลงสู่ระดับวิกฤตตามเกณฑ์ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่ 23 วัน โดยบทวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ได้ชี้ว่าเดือนมิถุนายนนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ (Tipping Point)
สถานการณ์ฉุกเฉินนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 82 ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงของสายการบินและเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 1,500 คนเข้าร่วม ณ เมืองรีโอเดจาเนโร ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยวาระการประชุมพุ่งเป้าไปที่การควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง การสร้างความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายเส้นทางบิน และความเสี่ยงที่ค่าโดยสารระยะไกลจะพุ่งสูงอย่างถาวร
ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่สถานที่ทางทหาร, โรงงานนิวเคลียร์, และผู้นำระดับสูงของรัฐบาลเตหะราน ภายในชั่วโมงแรกของการโจมตี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาไมนี ถูกสังหาร
เพื่อเป็นการตอบโต้ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มเป้าหมายต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาค พร้อมประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเขตห้ามผ่าน
ทันใดนั้น การสัญจรทางเรือก็แทบจะเป็นอัมพาต ข้อมูลติดตามเรือระบุว่าปริมาณการสัญจรลดลงถึง 70% ในช่วงค่ำของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และลดลงมากกว่า 90% ในเวลาต่อมา
ณ ต้นเดือนมิถุนายน 2026 มีข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้นในระดับคณะเจรจา แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ลงนาม และช่องแคบก็ยังไม่เปิด
สายการบินทั่วโลกได้ตัดเที่ยวบินออกจากตารางฤดูร้อนปี 2026 ไปแล้วกว่า 75,000 เที่ยว และมีเที่ยวบินระหว่างประเทศกว่า 150,000 เที่ยวที่ถูกยกเลิกระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน การลดเที่ยวบินนี้ครอบคลุมทุกภูมิภาคหลักๆ
เอมิเรตส์ (Emirates) ได้ปรับลดตารางบินในเดือนมิถุนายนลงถึง 16% ซึ่งหมายถึงการตัดที่นั่งออกจากตลาดประมาณ 480,000 ถึง 500,000 ที่นั่ง ศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงในพื้นที่อย่างมาก ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ลุฟท์ฮันซ่า กรุ๊ป (Lufthansa Group) ประกาศยกเลิกเที่ยวบินถึง 20,000 เที่ยวภายในระยะเวลาหกเดือน ซึ่งถือเป็นการตัดลดครั้งใหญ่ที่สุด คิดเป็นการลดเที่ยวบินลงประมาณ 11% จากศูนย์กลางที่แฟรงค์เฟิร์ตและมิวนิกไปจนถึงเดือนตุลาคม พร้อมกันนี้ยังสั่งจอดเครื่องบินระยะใกล้ไว้ 27 ลำ
เคแอลเอ็ม (KLM) สายการบินแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ ยกเลิกเที่ยวบินในยุโรปกว่า 150 เที่ยว โดยระบุว่าเส้นทางเหล่านี้ "ไม่คุ้มค่าในการดำเนินการอีกต่อไป" เนื่องจากต้นทุนน้ำมันก๊าดที่สูงขึ้น
แอร์แคนาดา (Air Canada) เตรียมหยุดให้บริการ 4 จาก 38 เที่ยวบินต่อวันไปยังนิวยอร์กระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 25 ตุลาคม ระงับเส้นทางกัวดาลาฮารา-มอนทรีออลที่วางแผนไว้ และยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศระหว่างฟอร์ตแมคเมอร์เรย์และแวนคูเวอร์ โฆษกของสายการบินกล่าวว่าเส้นทางที่ให้ผลกำไรต่ำนั้น "ไม่คุ้มทุนอีกต่อไป" เมื่อราคาเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นสองเท่า
ราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นเกือบสองเท่า ทำให้สายการบินต้องผลักภาระต้นทุนมายังผู้โดยสารผ่านการขึ้นราคาค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมพิเศษ สายการบินทั่วเอเชีย โอเชียเนีย และยุโรปต่างพากันเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharges) หรือปรับราคาค่าโดยสารพื้นฐานขึ้น
แอร์ฟรานซ์และเคแอลเอ็มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเส้นทางบินระยะไกลในอัตรา 100 ยูโร สำหรับเส้นทางไปเอเชีย, แอฟริกา และตะวันออกกลาง และ 70 ยูโรสำหรับอเมริกาเหนือ
นอกเหนือจากราคาที่สูงขึ้นแล้ว ยุโรปกำลังเผชิญกับโอกาสที่จะเกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงทางกายภาพ สภาสนามบินนานาชาติประจำยุโรป (ACI Europe) ได้ออกมาเตือนว่าสนามบินในยุโรปเสี่ยงต่อการขาดแคลนเชื้อเพลิงอากาศยาน "ในระดับระบบ" หากช่องแคบยังไม่เปิดเต็มรูปแบบภายในสามสัปดาห์
บทวิเคราะห์ของ Goldman Sachs คาดการณ์ว่าสต็อกในยุโรปจะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์วิกฤต 23 วันของ IEA ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการเดินทางช่วงฤดูร้อนพุ่งสูงกว่าระดับเดือนมีนาคมถึง 40% นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำลังการผลิตในเส้นทางยุโรป-เอเชียอาจลดลง 30-50% ภายในเดือนมิถุนายนนี้
ผลกระทบขยายวงกว้างไปไกลกว่าต้นทุนเชื้อเพลิงและการยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินต้องบินอ้อมเส้นทางที่ยาวขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงเขตความขัดแย้งและน่านฟ้าตะวันออกกลางที่ถูกปิด ซึ่งเป็นการเพิ่มการเผาผลาญเชื้อเพลิงและต้นทุนการดำเนินงาน การส่งมอบเครื่องบินใหม่ต้องเผชิญกับความล่าช้า
สำหรับนักเดินทาง ข้อมูลที่มีอยู่บ่งชี้ชัดเจนว่า: มีเที่ยวบินน้อยลง, ราคาแพงขึ้น, และมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกยกเลิกเที่ยวบินในนาทีสุดท้าย เมื่อจุดสูงสุดของฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูร้อนปะทะเข้ากับสต็อกเชื้อเพลิงที่ร่อยหรอลงทุกที
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สายการบินทั่วโลกตัดเที่ยวบินฤดูร้อน 2026 ไปแล้วกว่า 75,000 เที่ยว และลดที่นั่งกว่า 2 ล้านที่ในเดือนพฤษภาคม หลังราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งเกือบสองเท่าจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ – วิกฤตนี้กลายเป็นวาระหลักในการประชุมใหญ่ของสมา...
สายการบินทั่วโลกตัดเที่ยวบินฤดูร้อน 2026 ไปแล้วกว่า 75,000 เที่ยว และลดที่นั่งกว่า 2 ล้านที่ในเดือนพฤษภาคม หลังราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งเกือบสองเท่าจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ – วิกฤตนี้กลายเป็นวาระหลักในการประชุมใหญ่ของสมา... เอมิเรตส์ตัดเที่ยวบินเกือบ 1 ใน 6 ของตารางเดือนมิถุนายน, ลุฟท์ฮันซ่ากรุ๊ปยกเลิก 20,000 เที่ยว, เคแอลเอ็มยกเลิกกว่า 150 เที่ยวบินในยุโรป และแอร์แคนาดาหยุดบินเส้นทางเจเอฟเคตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม [3][5][42][43][45]
ข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้นเกิดขึ้นแล้ว แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ต้นเดือนมิถุนายน 2026 – นักวิเคราะห์เตือนว่าห่วงโซ่อุปทานต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัว แม้มีการลงนามข้อตกลงก็ตาม [4][10][28]