การขยายศูนย์ข้อมูล AI กำลังทำให้แผ่นเวเฟอร์อินเดียมฟอสไฟด์ หรือ InP กลายเป็นคอขวดของระบบโฟโตนิกส์ โดยราคาเวเฟอร์ขนาด 2 นิ้วที่รายงานเพิ่มจากราว 500 หยวนช่วงสิ้นปี 2025 เป็นสูงสุด 880 หยวนในเดือนมิถุนายน 2026 หรือเพิ่ม... แรงกดดันมาจากความต้องการลิงก์ออปติคัลที่เพิ่มขึ้น กำลังผลิตที่ผ่านการรับรองยังจำกัด และมาตรการคว...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the artificial-intelligence data-centre boom driving unprecedented demand and price increases for indium phosphide (InP), the compoun. Article summary: AI data-centre build-outs are turning InP substrates into a bottleneck for optical interconnects: each increase in high-speed fibre links raises demand for the InP-based lasers used in transceivers. Supply is slow to res. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
แผ่นเวเฟอร์อินเดียมฟอสไฟด์ (Indium Phosphide หรือ InP) อาจเป็นหนึ่งในข้อจำกัดที่มองไม่เห็นของการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI วัสดุชนิดนี้ใช้ผลิตเลเซอร์และชิ้นส่วนออปติคัลที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นแสง เพื่อส่งข้อมูลผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูง ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลต้องเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาลเข้าด้วยกัน
ผลที่ตามมาคือ ตลาดวัสดุที่เพิ่มกำลังผลิตได้ไม่ทันความต้องการของเครือข่าย AI กำลังเข้าสู่ภาวะตึงตัว ราคาที่รายงานปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตกำลังพิจารณาขึ้นราคาเพิ่มเติม และผู้ผลิตรายใหญ่เริ่มทุ่มเงินลงทุนเพื่อสร้างกำลังผลิตใหม่ ภาพรวมจึงชี้ว่า InP กำลังกลายเป็นคอขวดเชิงยุทธศาสตร์ของห่วงโซ่อุปทานออปติคัล ไม่ใช่เพียงชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่ราคาผันผวนชั่วคราว
รายงานที่อ้างผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า ราคาแผ่น InP ขนาด 2 นิ้วในจีนเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 880 หยวนต่อแผ่นในเดือนมิถุนายน 2026 จากประมาณ 500 หยวน ณ สิ้นปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นราว 76% ขณะที่เวเฟอร์ขนาด 3 นิ้วเพิ่มจากประมาณ 1,800 หยวนเป็น 3,200 หยวน หรือราว 78%
ตัวเลขเหล่านี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นข้อมูลบ่งชี้จากตลาด ไม่ใช่ราคากลางที่ซื้อขายในตลาดเปิดหรือเกณฑ์ราคาสัญญาเดียวกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม ราคาจริงอาจแตกต่างตามขนาด เกรด คุณภาพ ผู้ขาย และเงื่อนไขการสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม ทิศทางและขนาดของการปรับขึ้นสอดคล้องกับตลาดที่ผู้ซื้อกำลังแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงกำลังผลิตที่มีจำกัด
ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นเป็นสัญญาณประกอบอีกประการหนึ่ง ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับ InP ซึ่งติดตามบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 20 แห่ง เพิ่มขึ้น 4.2% ในหนึ่งวันที่มีการรายงาน การปรับขึ้นดังกล่าวสะท้อนว่านักลงทุนกำลังประเมินอำนาจต่อรองด้านราคาและศักยภาพกำไรของผู้ผลิตใหม่ แต่การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าราคาเวเฟอร์จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูล AI ต้องส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลระหว่างหน่วยประมวลผล หน่วยความจำ สวิตช์ และระบบจัดเก็บข้อมูล เมื่อการเชื่อมต่อด้วยไฟฟ้าเริ่มติดข้อจำกัดด้านความเร็ว ระยะทาง และการใช้พลังงาน การเชื่อมต่อด้วยแสงจึงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นทั้งระหว่างแร็กและระหว่างระบบต่าง ๆ
เลเซอร์ที่ผลิตบนฐาน InP เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ชิ้นส่วนที่ทำให้การเชื่อมต่อเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น การเติบโตของคลัสเตอร์ AI จึงไม่ได้เพิ่มความต้องการเฉพาะ GPU และอุปกรณ์เครือข่ายเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความต้องการแผ่นฐาน วัสดุเอพิแทกเซียล เลเซอร์ และทรานซีฟเวอร์ที่ใช้เชื่อมต่อระบบด้วย Reuters รายงานว่า ข้อจำกัดการส่งออก InP ของจีนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อบริษัทที่กำลังพัฒนาชิ้นส่วนออปติคัลความเร็วสูงและประหยัดพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล AI
นี่คือความต้องการทางอ้อม: การสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI ไม่ได้ใช้แผ่น InP โดยตรง แต่โมดูลออปติคัลที่ใช้เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นต้องใช้ InP หากการติดตั้งศูนย์ข้อมูลขยายตัวเร็วกว่ากำลังผลิตชิ้นส่วนออปติคัล ความพร้อมของแผ่นฐานก็จะกลายเป็นข้อจำกัดในขั้นถัดไปของห่วงโซ่การผลิต
การขยายกำลังผลิต InP อย่างรวดเร็วทำได้ยาก ผู้ผลิตต้องปลูกผลึกคุณภาพสูง แปรรูปเป็นเวเฟอร์ และผ่านการรับรองวัสดุสำหรับอุปกรณ์ออปติคัลที่มีข้อกำหนดเข้มงวด โรงงานใหม่ยังต้องติดตั้งอุปกรณ์ ตรวจสอบกระบวนการผลิต และผ่านการรับรองจากลูกค้าก่อนที่ผลผลิตจะสามารถทดแทนแหล่งเดิมได้อย่างน่าเชื่อถือ
ด้วยเหตุนี้ ตลาด InP จึงตอบสนองต่อราคาได้ช้ากว่าสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป ราคาที่สูงขึ้นอาจจูงใจให้เกิดการลงทุน แต่ไม่สามารถสร้างเวเฟอร์ที่ผ่านการรับรองเพิ่มขึ้นได้ในทันที นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านใบอนุญาตส่งออกของจีนยังเพิ่มความเสี่ยง ทำให้ความแน่นอนของอุปทานนอกจีนลดลง Reuters รายงานว่า ราคาเฉลี่ยของเวเฟอร์ InP ขนาด 6 นิ้วเพิ่มขึ้น 250% เป็น 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่มีการใช้ข้อจำกัดดังกล่าว
การผลิตที่กระจุกตัว รอบเวลารับรองที่ยาวนาน และมาตรการควบคุมการส่งออก ทำให้ผู้ผลิตเดิมมีอำนาจต่อรองสูงขึ้น อีกทั้งยังหมายความว่าภาวะขาดแคลนอาจกระทบผู้ผลิตอุปกรณ์ออปติคัล แม้ว่าวัสดุ InP จะเป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่งของระบบเครือข่าย AI ทั้งหมดก็ตาม
รายงานในอุตสาหกรรมระบุว่า ราคาแผ่นฐาน InP ปรับขึ้นมาแล้ว 3 ครั้งนับตั้งแต่ไตรมาสตุลาคม–ธันวาคม 2025 และผู้ผลิตกำลังพิจารณาการขึ้นราคาอีกมากกว่า 10% สำหรับไตรมาสตุลาคม–ธันวาคม 2026 วัสดุเอพิแทกเซียล ซึ่งเป็นเวเฟอร์ที่มีการเติมชั้นสารกึ่งตัวนำลงบนแผ่นฐาน ก็มีรายงานว่าปรับขึ้นหลายครั้งเช่นกัน
หากเกิดการขึ้นราคาครั้งที่ 4 ก็จะเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเผชิญการปรับโครงสร้างราคาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การปรับราคาเพียงครั้งเดียว ลำดับการขึ้นราคาที่รายงานชี้ว่า ความต้องการยังคงสูงกว่ากำลังผลิตที่ผ่านการรับรองในระยะใกล้ ขณะที่การขึ้นราคาครั้งถัดไปซึ่งอาจสูงกว่า 10% สะท้อนว่าผู้ซื้อกำลังจัดหาเวเฟอร์ได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าราคาจะเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด คำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจชะลอตัว ลูกค้าอาจออกแบบระบบใหม่ หรือผู้ผลิตรายใหม่อาจนำกำลังผลิตเข้าสู่ตลาด หากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนสมดุลได้อย่างมีนัยสำคัญ แรงกดดันด้านราคาก็อาจลดลง แต่จนกว่าจะถึงจุดนั้น แนวโน้มระยะใกล้ยังคงตึงตัวและผันผวน
JX Advanced Metals ประกาศแผนลงทุนสูงสุด 1.2 แสนล้านเยนในช่วง 4 ปี เพื่อเสริมกำลังผลิตแผ่นฐาน InP สำหรับการสื่อสารแบบออปติคัล บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังผลิตนอกเหนือจากโรงงาน Isohara Works เดิม รวมถึงการเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ฮิตาชินากะ
รายงานในอุตสาหกรรมระบุว่า โครงการโดยรวมมีเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตเป็นประมาณ 7–10 เท่าของระดับในปีงบประมาณ 2025 ภายในปีงบประมาณ 2030 นอกจากนี้ JX ยังอยู่ระหว่างหารือการปรับราคากับลูกค้า เพื่อสร้างกรอบการจัดหาอุปทานที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
การตอบสนองดังกล่าวมีความสำคัญ 2 ด้าน ด้านแรก ยืนยันว่าผู้ผลิตมองเห็นโอกาสจากการสื่อสารออปติคัลสำหรับศูนย์ข้อมูลมากพอที่จะทุ่มเงินลงทุนจำนวนมาก ด้านที่สอง ระยะเวลาหลายปีของแผนขยายกำลังผลิตแสดงให้เห็นว่า การลงทุนนี้ไม่น่าจะช่วยคลายภาวะตึงตัวในทันที เพราะคำสั่งซื้อศูนย์ข้อมูล AI กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
มีรายงานบางส่วนระบุว่า JX อาจพิจารณาราคาที่สูงขึ้น 2–3 เท่า เนื่องจากการสอบถามจากลูกค้าเกินกว่ากำลังผลิตที่วางแผนไว้ แต่ไม่ควรนำตัวคูณดังกล่าวไปเสนอว่าเป็นราคาที่บริษัทประกาศใช้ทั่วทั้งตลาด ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของ JX ยืนยันแผนลงทุน ขณะที่รายงานอุตสาหกรรมระบุเพียงการหารือเรื่องปรับราคา ไม่ใช่การประกาศขึ้นราคาสินค้าทั้งหมด 2–3 เท่า
ความเสี่ยงในทันทีไม่ได้หมายความว่าศูนย์ข้อมูล AI จะต้องหยุดดำเนินงาน แต่การติดตั้งเครือข่ายออปติคัลความเร็วสูงและความหนาแน่นสูงอาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้น กำหนดส่งมอบล่าช้า หรือพึ่งพาผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองเพียงไม่กี่รายมากขึ้น
สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่และผู้ผลิตอุปกรณ์ ความกดดันอาจปรากฏในหลายรูปแบบ ได้แก่
มาตรการควบคุมของจีนทำให้ความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตกระจุกตัวรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน การลงทุนที่วางแผนไว้ในญี่ปุ่นและพื้นที่อื่น ๆ ก็ชี้ว่าอุปทานกำลังเริ่มกระจายตัวมากขึ้นทีละน้อย
ราคาที่สูงเปิดแรงจูงใจให้ผู้ผลิตเพิ่มกำลังผลิต ให้ลูกค้าทำสัญญาระยะยาวเพื่อประกันอุปทาน และให้อุตสาหกรรมพิจารณาวัสดุทางเลือกหรือการออกแบบระบบออปติคัลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การตอบสนองเหล่านี้ต้องใช้เวลา และไม่ใช่ทุกโครงการที่ประกาศไว้จะผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ผ่านการรับรองได้ตามกำหนด
ข้อสรุปที่รองรับได้ชัดเจนที่สุดจึงไม่ใช่การคาดการณ์ว่าราคาจะพุ่งขึ้นตลอดไป แต่คือ InP กลายเป็นความเสี่ยงด้านอุปทานที่มีนัยสำคัญต่อเครือข่ายออปติคัลของ AI ในระยะใกล้ ราคาเวเฟอร์ที่รายงานเพิ่มขึ้นราว 76–78% ความเป็นไปได้ของการขึ้นราคาอีกมากกว่า 10% มาตรการควบคุมการส่งออก และแผนลงทุนขยายกำลังผลิตมูลค่า 1.2 แสนล้านเยน ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน
ท้ายที่สุด ความตึงตัวจะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างถาวรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 2 ตัวแปร ได้แก่ การก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI จะยังแข็งแกร่งต่อไปนานเพียงใด และกำลังผลิต InP ใหม่ที่ผ่านการรับรองจะส่งถึงลูกค้าได้เร็วแค่ไหน จนกว่าสองแรงนี้จะกลับมาสมดุล วัสดุที่อยู่ใต้เลเซอร์จะยังเป็นหนึ่งในข้อจำกัดที่มองเห็นได้ยากที่สุด แต่มีผลต่อการเติบโตของเครือข่าย AI อย่างมาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การขยายศูนย์ข้อมูล AI กำลังทำให้แผ่นเวเฟอร์อินเดียมฟอสไฟด์ หรือ InP กลายเป็นคอขวดของระบบโฟโตนิกส์ โดยราคาเวเฟอร์ขนาด 2 นิ้วที่รายงานเพิ่มจากราว 500 หยวนช่วงสิ้นปี 2025 เป็นสูงสุด 880 หยวนในเดือนมิถุนายน 2026 หรือเพิ่ม...
การขยายศูนย์ข้อมูล AI กำลังทำให้แผ่นเวเฟอร์อินเดียมฟอสไฟด์ หรือ InP กลายเป็นคอขวดของระบบโฟโตนิกส์ โดยราคาเวเฟอร์ขนาด 2 นิ้วที่รายงานเพิ่มจากราว 500 หยวนช่วงสิ้นปี 2025 เป็นสูงสุด 880 หยวนในเดือนมิถุนายน 2026 หรือเพิ่ม... แรงกดดันมาจากความต้องการลิงก์ออปติคัลที่เพิ่มขึ้น กำลังผลิตที่ผ่านการรับรองยังจำกัด และมาตรการควบคุมการส่งออกของจีน
หากมีการขึ้นราคาอีกมากกว่า 10% ในไตรมาสตุลาคม–ธันวาคม 2026 ก็จะยิ่งตอกย้ำสัญญาณว่าตลาดกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนต่อเนื่อง