กระแสลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนต้นทุนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด ผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และเกมคอนโซลต้องเลือกระหว่างรับต้นทุนที่สูงขึ้น ลดสเปก หรือขึ้นราคา
J.P. Morgan Global Research ประเมินว่าราคา DRAM อาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 400% เมื่อเทียบกับต้นปี 2024 ภายในสิ้นปี 2026 52
Galaxy S26 FE สะท้อนโจทย์ใหม่: จ่ายแพงขึ้น แต่อัปเกรดน้อยลง
Samsung Galaxy S26 FE ทำให้ผลกระทบนี้เห็นได้ในระดับสินค้าโดยตรง รุ่นดังกล่าวมีราคาเริ่มต้น 699.99 ดอลลาร์สหรัฐ และจะวางจำหน่ายทั่วไปวันที่ 4 กันยายน รายงานผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้ชิป Exynos 2500, RAM 8GB และมีดีไซน์โดยรวมใกล้เคียงกับ Galaxy FE รุ่นก่อนหน้า 192124
Galaxy S25 FE รุ่นก่อนมีราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ ราว 649 ดอลลาร์ ทำให้รุ่นใหม่แพงขึ้นประมาณ 50 ดอลลาร์ แม้การเพิ่มหน่วยความจำจะมีจำกัด 20
ในรอบการเปิดตัวสมาร์ตโฟนตามปกติ ผู้บริโภคมักคาดหวังว่าจะได้ RAM มากขึ้น พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม กล้องดีขึ้น หรือประสิทธิภาพสูงขึ้นในราคาที่ไม่เพิ่มมากนัก แต่ตลาดหน่วยความจำที่ตึงตัวกำลังกลับด้านความคาดหวังนี้
กลยุทธ์ของรุ่น FE อาจเป็นวิธีที่ Samsung ใช้รักษาระดับราคาของสินค้าไว้ไม่ให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นมากเกินไป นั่นคือคง RAM ไว้ในระดับอนุรักษ์นิยม และเลือกอัปเดตเฉพาะชิ้นส่วนบางรายการ ผลลัพธ์อาจไม่ได้แปลว่าโทรศัพท์แย่ลง แต่หมายถึงผู้ซื้อได้การอัปเกรดที่ไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับเงินที่จ่าย
มีข้อควรแก้ไขจากคำอธิบายก่อนหน้านี้ด้วย รายงานผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ระบุว่า Galaxy S26 FE ใช้ Exynos 2500 ของ Samsung ไม่ใช่ชิป MediaTek 181921 อย่างไรก็ตาม มีรายงานหนึ่งระบุสเปกแตกต่างออกไป ดังนั้นรายละเอียดด้านชิปประมวลผลและหน่วยความจำควรพิจารณาอย่างระมัดระวังในจุดที่แหล่งข่าวยังขัดแย้งกัน 23
Apple เริ่มส่งต่อต้นทุนไปยังผู้ซื้อ
Apple เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าปัญหาหน่วยความจำกำลังส่งผลถึงแม้แต่บริษัทที่มีอำนาจต่อรองด้านการจัดซื้อสูง Tim Cook ซีอีโอของ Apple เรียกสถานการณ์ราคาหน่วยความจำว่า “น้ำท่วมรอบ 100 ปี” และระบุว่า Apple จำเป็นต้องขึ้นราคาอย่างไม่เต็มใจ 110
รายงานระบุว่า Apple ปรับราคา Mac และ iPad หลายรุ่น โดยบางรุ่นเพิ่มขึ้น 100–300 ดอลลาร์สหรัฐ 1214 บริษัทเตือนด้วยว่าข้อจำกัดด้านอุปทานจะกระทบยอดขาย iPhone, Mac และ iPad ในไตรมาสเดือนกันยายน 1
Apple คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสดังกล่าวไว้ราว 47–48% ซึ่งบ่งชี้ว่าการขึ้นราคาไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ทั้งหมด 7
ส่วนข่าวคาดการณ์ว่า iPhone 18 Pro อาจแพงขึ้น 200–300 ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นเพียงประมาณการของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่ราคาที่ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการ 3 ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะราคาที่ขึ้นแล้วสะท้อนสิ่งที่ Apple ดำเนินการไป ขณะที่ราคาของ iPhone รุ่นอนาคตยังต้องรอการประกาศจากบริษัท
เกมคอนโซลอาจไม่ถูกลงตามอายุสินค้าอีกต่อไป
วิกฤตหน่วยความจำยังทำให้รูปแบบที่คุ้นเคยในตลาดเกมคอนโซลเริ่มสั่นคลอน โดยทั่วไป ราคาคอนโซลมักลดลงเมื่อการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสินค้าเข้าสู่ช่วงปลายวงจร แต่ต้นทุนชิปที่สูงขึ้นกำลังทำให้ส่วนลดลักษณะนี้เกิดขึ้นได้ยากกว่าเดิม
รายงานระบุว่า PS5 รุ่นมาตรฐานมีราคาอยู่ที่ 649.99 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากราคาเปิดตัว 499.99 ดอลลาร์ 33 ขณะเดียวกัน Sony ระบุว่าบริษัทจัดหาหน่วยความจำได้เพียงพอต่อปริมาณการขาย PS5 ที่คาดการณ์ไว้จนถึงปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2027 3436
สองข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน Sony อาจปกป้องแผนการขายระยะใกล้ได้ แต่การจัดหาหน่วยความจำให้พอกับยอดขายที่คาดการณ์ไว้ แตกต่างจากการมีอุปทานไม่จำกัดในราคาที่เอื้อต่อการลดราคาแรง ๆ หรือการเปิดตัวคอนโซลรุ่นใหม่ในราคาย่อมเยา
ดังนั้น แม้ PS5 จะยังมีสินค้าเพียงพอในระยะใกล้ แต่ตลาดหน่วยความจำก็ยังอาจส่งผลต่อแผนผลิตภัณฑ์ของ Sony ในอนาคต
ทำไมโครงสร้างพื้นฐาน AI จึงมีอำนาจต่อรองมากกว่า
ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคกำลังแย่งชิปหน่วยความจำกับผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งมีการใช้จ่ายผูกอยู่กับการขยายดาต้าเซ็นเตอร์อย่างรวดเร็ว HBM และหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ขั้นสูงทำกำไรได้สูงกว่า จึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตจัดสรรกำลังการผลิตไปยังสินค้ากลุ่มนี้เมื่ออุปทานมีจำกัด 5052
สถานการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนการเจรจาในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และคอนโซลอาจตอบสนองด้วยการทำสัญญาจัดซื้อระยะยาว วางแผนสต็อกอย่างระมัดระวังมากขึ้น และลดการทำโปรโมชั่นที่มีกำไรต่ำ
ตลาดอาจแบ่งระดับสินค้าให้ชัดขึ้นด้วย รุ่นพรีเมียมยังคงมีตัวเลือก RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลสูง ขณะที่รุ่นระดับกลางอาจใช้สเปกใกล้เคียงเดิม แต่ขายในราคาที่สูงขึ้น
สำหรับผู้บริโภค ผลกระทบอาจค่อย ๆ ปรากฏก่อนจะรุนแรงขึ้น บริษัทไม่จำเป็นต้องตัดฟีเจอร์ออกทั้งหมดเพื่อผลักต้นทุนให้ผู้ซื้อ แต่อาจเลือกคง RAM ไว้เท่าเดิม ลดพื้นที่เก็บข้อมูลในราคาช่วงเดียวกัน ลดส่วนลด หรือเลื่อนการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่
วิกฤตอาจยืดเยื้อ แต่ยังไม่มีใครระบุจุดสิ้นสุดได้แน่ชัด
ปัญหาครั้งนี้ต่างจากการหยุดชะงักด้านโลจิสติกส์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว เพราะแรงขับเคลื่อนหลักคือการลงทุนต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐาน AI J.P. Morgan ระบุว่าความไม่สมดุลของตลาดอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะคลี่คลาย ขณะที่ IDC คาดว่าความท้าทายด้านอุปทานหน่วยความจำจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2026 และอาจยืดไปถึงปี 2027 5259
IDC คาดว่าการเติบโตของตลาดสมาร์ตโฟนจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในปี 2028 แต่ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่วันที่รับประกันว่าตลาดจะฟื้นตัว
จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าอำนาจการตั้งราคาของอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคย้ายไปอยู่กับผู้ผลิตหน่วยความจำหรือบริษัทชิป AI อย่างถาวร ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ยังคงมีวัฏจักร หากผู้ผลิตเร่งเพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ผลิตอุปกรณ์สั่งซื้อเกินความต้องการ ก็อาจเกิดสินค้าคงคลังล้นตลาดและทำให้ราคาลดลงอย่างรวดเร็วในภายหลัง
ข้อสรุปที่รัดกุมกว่าคือ โครงสร้างพื้นฐาน AI ได้เปลี่ยนสมดุลการต่อรองในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค อย่างน้อยก็ในเวลานี้ Galaxy S26 FE ที่แพงขึ้นแต่ยังใช้สเปกค่อนข้างอนุรักษ์นิยมสะท้อนผลกระทบที่ผู้ซื้อเห็นโดยตรง การขึ้นราคาของ Apple แสดงแรงกดดันต่ออัตรากำไร ส่วนแผนจัดหาหน่วยความจำของ Sony ชี้ให้เห็นว่า แม้สินค้าจะยังมีในตลาด แต่อนาคตของการผลิตและราคาก็ไม่แน่นอนเหมือนเดิม