สำหรับกลุ่มนี้ AI ไม่ได้มาแทนผู้สร้าง แต่ช่วยเร่งขั้นตอนเทคนิค เช่น
ผู้สนับสนุนเชื่อว่าเทคโนโลยีแบบนี้อาจช่วยให้ สตูดิโอเล็กหรือผู้สร้างหนังอิสระ ทำโปรเจกต์ที่ทะเยอทะยานได้ในงบที่ต่ำลง
แทนที่จะห้าม AI อย่างเด็ดขาด เทศกาล Cannes ดูเหมือนกำลังสร้างความแตกต่างระหว่าง
รายงานระบุว่า Cannes ไม่ได้แบนการใช้ AI ทั้งหมด แต่ภาพยนตร์ที่การเขียนบท การกำกับ หรือการแสดงถูกขับเคลื่อนโดย generative AI เป็นหลัก จะไม่สามารถแข่งขันชิงรางวัล Palme d’Or ได้
นอกจากนี้ Thierry Frémaux ยังเสนอแนวคิดที่น่าสนใจ คือการสร้าง ป้ายรับรองภาพยนตร์ที่ไม่ได้ใช้ AI คล้ายฉลาก “ออร์แกนิก” ในอาหารหรือไวน์
แนวคิดนี้ไม่ได้ห้ามภาพยนตร์ที่ใช้ AI แต่จะช่วยให้ผู้ชมและเทศกาลต่าง ๆ สามารถรู้ได้ว่าผลงานใดถูกสร้างโดยกระบวนการของมนุษย์ล้วน
ฝั่งสถาบัน Academy of Motion Picture Arts and Sciences ซึ่งจัดงาน Academy Awards (Oscars) ก็เริ่มกำหนดกฎเกี่ยวกับ AI อย่างเป็นทางการ
กฎใหม่ระบุว่า
อย่างไรก็ตาม Academy ไม่ได้ห้ามการใช้ AI ในทุกส่วนของการผลิต
AI ยังสามารถใช้ได้ในด้านเทคนิค เช่น
แนวทางนี้สะท้อนจุดยืนเดียวกับการถกเถียงที่ Cannes คือ ยอมรับ AI ในฐานะเครื่องมือ แต่ยังปกป้องความเป็นเจ้าของงานสร้างสรรค์ของมนุษย์
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน Cannes สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นทั่ววงการบันเทิง
คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะเข้ามาในภาพยนตร์หรือไม่ — เพราะมันเข้ามาแล้ว
คำถามที่แท้จริงคือ เส้นแบ่งควรอยู่ตรงไหน ระหว่าง
แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในเทศกาลภาพยนตร์และเวทีรางวัลระดับโลกดูเหมือนจะเลือก ทางสายกลาง: เปิดรับเทคโนโลยี แต่ยังคงปกป้องบทบาทของมนุษย์ที่เป็นหัวใจของการเล่าเรื่องในภาพยนตร์
ในระยะยาว กฎและแนวคิดที่กำลังถูกกำหนดในวันนี้ อาจเป็นสิ่งที่กำหนดว่า ผู้ชมในอนาคตจะมองความแตกต่างระหว่าง
“ภาพยนตร์ที่สร้างด้วยเทคโนโลยี” และ “ภาพยนตร์ที่ถูกสร้างโดยเทคโนโลยี” อย่างไร
Comments
0 comments