แผนนี้เป็นกลยุทธ์ระยะกลางครอบคลุมปีงบประมาณ 2025–2027 ซึ่งบริษัทอธิบายว่าเป็น “การรีบูต 3 ปีเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว”
แนวคิดหลักของแผนประกอบด้วย
Square Enix ต้องการปรับโครงสร้างทีมและระบบบริหารโปรเจกต์ เพื่อให้การพัฒนาเกมในกลุ่ม Digital Entertainment มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บริษัทกำลังทบทวนโครงสร้างสตูดิโอในญี่ปุ่น ปรับระบบบริหารงานพัฒนา และทำให้กระบวนการผลิตเกมลื่นไหลขึ้น
เป้าหมายคือให้ทรัพยากรถูกใช้กับเกมที่สามารถสร้างมูลค่าในระยะยาวได้จริง
แทนที่จะจำกัดเกมไว้กับแพลตฟอร์มเดียว บริษัทต้องการให้เกมเปิดตัวบนหลายระบบพร้อมกัน เพื่อขยายฐานผู้เล่นและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนา
Square Enix ยังต้องการต่อยอดแฟรนไชส์หลักผ่านสื่ออื่น ๆ และกิจกรรมที่ทำให้แฟน ๆ มีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสำคัญคือ การปรับองค์กรพัฒนาเกมภายใน
ก่อนหน้านี้ Square Enix ใช้โครงสร้างที่เรียกว่า Development Business Units แต่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปใช้โมเดล Creative Studio พร้อมทรัพยากรเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกัน
แนวคิดของโมเดลนี้คือ
แทนที่แต่ละทีมจะทำงานแยกกัน โมเดลใหม่นี้พยายามสร้าง ระบบการทำงานร่วมกันระหว่างสตูดิโอ ซึ่งช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกมหลายโปรเจกต์พร้อมกัน
ผลประกอบการล่าสุดของ Square Enix สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุด 31 มีนาคม 2026 แสดงภาพที่น่าสนใจ
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า
สาเหตุส่วนหนึ่งคือช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีเกมบล็อกบัสเตอร์ใหม่เปิดตัวจำนวนมาก แต่การควบคุมต้นทุนและการคัดเลือกโปรเจกต์ที่เข้มงวดขึ้นทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น
กล่าวอีกแบบคือ บริษัทกำลัง ปรับโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก่อนที่สายการผลิตเกมใหม่จะเริ่มปล่อยเกมใหญ่ได้สม่ำเสมอ
หากการปรับโครงสร้างครั้งนี้ได้ผล Square Enix หวังว่าจะสามารถ
อย่างไรก็ตาม บริษัท ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาการออกภาคใหม่แบบตายตัว สำหรับซีรีส์อย่าง Final Fantasy หรือ Dragon Quest เป้าหมายคือทำให้ตารางพัฒนาเสถียรมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะมีภาคใหม่ทุกปี
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงองค์กรครั้งใหญ่ของ Square Enix ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งการปรับทีมพัฒนา กลยุทธ์มัลติแพลตฟอร์ม และการลงทุนกับโปรเจกต์สำคัญเพียงบางส่วน
หากแผนนี้เดินหน้าได้ตามเป้า แฟน ๆ อาจได้เห็น จังหวะการออกเกม RPG ระดับบล็อกบัสเตอร์ที่สม่ำเสมอกว่าเดิม จากซีรีส์ที่เป็นตำนานของบริษัทอย่าง Final Fantasy และ Dragon Quest หลังจากต้องรอกันนานเกือบสิบปีในช่วงที่ผ่านมา
Comments
0 comments